บทที่ 1 1

กรุงเทพมหานคร

ถ้าหากมีคนบอกว่าเทพบุตรมีอยู่จริงบนโลกใบนี้ พุดมาลัย อนันต์โชคคงต้องเถียงคอเป็นเอ็นว่าไม่จริง นั่นเป็นเพียงเรื่องเพ้อฝันมีแต่ในนิยายประโลมโลกมากกว่าจะมีคนที่หล่อเหลาสมบูรณ์แบบปานเทพบุตรอยู่บนโลกใบนี้จริงๆ เพราะอะไรนั่นเหรอ ก็มันช่างเป็นเรื่องยากที่บุรุษคนหนึ่งจะรวมส่วนดีทุกอย่างไว้ในตัวเองได้หมด ทั้งหล่อ รวย ฉลาด เป็นเจ้าของอาณาจักรศูนย์การค้าที่มีสาขาอยู่ทั่วโลกมากมาย นับกำไรต่อนาทีแล้วมากกว่าพนักงานแคชเชียร์ที่อย่างเธอทำงานสิบเดือนสียอีก

เพราะคนที่พุดมาลัยกำลังนึกถึงคือ เฟอนันเดส เมเนอสัน ชายหนุ่มที่มีดวงตาสีเดียวกับสีบรั่นดี หนุ่มโสดที่ติดอันดับหนุ่มหล่อ รวยที่สุดของโลก นอกจากพุดมาลัยจะเปลี่ยนคำพูดแล้วเธอก็กำลังยืนหอบหายใจแรง ร่างกายสั่นระริก ด้วยความตระหนกเมื่อสบดวงตาคู่คมเหมือนสีบรั่นดีตรงหน้า

พุดมาลัยร้อนไปทั้งตัว ทั้งจากความคิดของตัวเอง และจากสายตาคู่คมกริบไม่ต่างจากใบมีดโกนที่กำลังมองเธอราวกับเธอกำลังยืนเปลือยกายต่อหน้าเขา พุดมาลัยประหลาดใจ เมื่อเทพบุตรตรงหน้า กำลังขยับริมฝีปากเป็นรอยยิ้มช้าๆ ร่างสูงขยับมาจนชิด เฟอนันเดสไม่ได้ละสายตาไปจากเธอเลยสักนิด จนพุดมาลัยใจสั่น

“ผมรักคุณนะครับพุดมาลัย”

“ไม่เชื่อ นี่ต้องเป็นความฝัน”

“คุณไม่ได้ฝัน ผมจะฟันคุณจริงๆ”

“ว้าย!  คนบ้า”

กรี้ดดด

พุดมาลัยตาโตอย่างคาดไม่ถึง ไม่ทันกะพริบตาด้วยซ้ำว่าฟังผิดก็ถูกมือหนารั้งเอวคอดเข้าไปใกล้ ร่างทั้งร่างบดเบียดกับกายแกร่งเพราะมือหนาที่กดสะโพก เฟอนันเดสตรึงร่างเธอไว้ด้วยฝ่ามือร้อนผ่าว ทำให้พุดมาลัยตัวเกร็งเหมือนถูกสาปก่อนจะหลอมเหลวกลายเป็นช็อกโกแลตร้อนเมื่อเฟอนันเดสโน้มใบหน้าหล่อคมลงมา

“จะ จะทำอะไรคะ”

ไม่ทันถามต่อ พุดมาลัยก็รู้สึกตัวลอยหวือ เท้าไม่เตะพื้นเมื่อถูกช้อนอุ้มขึ้น ดวงตากลมโตเบิกกว้าง ร่างกายขัดขืนด้วยความตกใจที่จู่ๆก็ถูกจู่โจมไม่คาดฝัน พุดมาลัยยอมรับว่าจากการพบกันครั้งแรกเธอก็ประทับใจเขา แต่มันต้องไม่จบลงแบบนี้ที่บนเตียง

“ไม่นะคะ” ถึงจะไม่เคยผ่านมือชายมาก่อน แต่พุดมาลัยก็ไม่ใสซื่อเกินไปที่จะไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดต่อจากนี้ เขาหล่อรวยเป็นเจ้าของศูนย์การค้าที่เธอทำงานอยู่ เขาคงไม่มองคนอย่างเธอ ทว่าความจริงตอนนี้คือเขากำลังพาเธอไปที่เตียง มือเรียวรัวกำปั้นทุบอกคนที่กำลังอุ้มเธอแต่เขาก็ไม่ยี่หระกับแรงน้อยนิด เฟอนันเดสใช้ความช่ำชองบวกกับความแข็งแกร่งของร่างกายทรงพลังจูบเธอเบาๆ กักทุกการกระทำและคำพูด

“ผมให้เลือกคุณอยากเป็นของผมหรืออยากให้ผมเป็นของคุณ”

“มะ...ไม่จริง”

พุดมาลัยกลืนน้ำลายเหนียวๆลงคอ เมื่อแผ่นหลังเธอกำลังทาบทับลงกับที่นอน ร่างสูงใหญ่ของเฟอนันเดสยืนมองเธอที่ปลายเตียง

“ผมจะรักและปกป้องโบว์ตลอดไป” เขาบอกด้วยเสียงทุ้มนุ่มทำให้พุดมาลัยสมองขาวโพลน ไม่อยากเชื่อว่าจะได้ยินคำนี้ แต่ไม่ทันได้คิดอะไรต่อร่างกายก็ต้องร้อนผ่าวสลับเย็นยะเยียบ เมื่อถูกมือหนาปลดเปลื้องชุดทำงานที่สวมอยู่ออกอย่างรวดเร็วจนเหลือเพียงร่างเปลือยเปล่าขาวนวลเนียนไปทั้งตัว

เฟอนันเดสยิ้มเย็น ก่อนเขาจะจัดการเสื้อผ้าของตัวเองบ้าง จนไม่เหลือเสื้อผ้าติดกายสักชิ้นเดียวเหมือนกับเธอ พุดมาลัยอ้าปากค้างทันทีที่สายตาปะทะกับความกำยำ สมบูรณ์แบบที่ปรากฎ เนื้อตัวของเขาเป็นสีแทนที่ดูแข็งแรงทรงพลัง ช่วงไหล่กว้าง บ่าบึกบึน ยิ่งไล่สายตาลงมาก็ยิ่งทำให้หายใจไม่ออก เมื่อเห็นตัวตนแข็งขึงที่เขากอบกุมมันอยู่ในมือ

“โบว์ โบว์แกเป็นอะไรหรือเปล่า ทำไมหน้าแกซีดเหมือนจะเป็นลมเลย” เสียงเพื่อนร่วมงานปลุกให้พุดมาลัย หรือ โบว์ ตื่นจากภวังค์ หันมามองหน้าเพื่อนเลิ่กลั่ก

พุดมาลัยก้มมองจึงพบว่ามือของดาริกายังจับที่ต้นแขน ตัวเองยังอยู่ในชุดฟอร์มทำงานของศูนย์การค้าเดอะพรีเมียร์เมื่อเงยมองรอบๆก็พบว่าตรงข้ามมีเพื่อนร่วมงานทั้งหญิงชายยืนตั้งแถวเป็นหน้ากระดานอยู่ฝั่งตรงข้าม

ใช่แล้ววันนี้คณะของท่านประธานบริษัทฯ บินตรงจากสหรัฐอเมริกาเพื่อมาตรวจเยี่ยมสาขาที่เมืองไทย

“นี่ฉันฝันไปเหรอดา ตกใจหมด นึกว่าเรื่องจริง” พุดมาลัยครางหน้าแดงทำให้คนถูถามทำหน้างง เลิกคิ้วน้อยๆ กลั้นหัวเราะ กระซิบบอกพุดมาลัยที่ยืนอยู่ข้างๆ

“ฉันนึกว่าแกไม่สบาย กำลังจะบอกให้ไปห้องพยาบาลตกลงนี่แกฝันกลางวันอยู่เหรอโบว์ แกนี่ถ้าจะเพี้ยนนะ ยืนฝันกลางวันแสกๆก็ได้ แล้วฝันดีหรือฝันร้ายล่ะ”

เพราะตอนนี้คณะของท่านประธานกำลังจอดรถอยู่ที่หน้าศูนย์การค้า โดยมีพนักงานรักษาความปลอดภัยใช้วิทยุสื่อสารบอกให้คนภายในได้รู้เพื่อจะได้เตรียมตัวต้อนรับอย่างไม่มีขาดตกบกพร่อง คนถูกถามไม่ตอบกลับ เพราะยังงงๆอยู่ จนเพื่อนสาวต้องกระซิบถามซ้ำอีกครั้ง

“ทำไมไม่ตอบ แกฝันว่าอะไร ใช่ฝันว่าได้ขี่เฟอหรือเปล่า” ดาริกาหัวเราะแววตาคิดไปไกล

“ขี่เฟออะไร เฟอรารี่เหรอ ชาตินี้คงไม่มีบุญ” พุดมาลัยบอกอย่างห้วนๆ “เอ๊ะ แต่เขาน่าจะเรียกว่าขับมากกว่าขี่นะแก”

บทถัดไป