บทที่ 2 2
“ฉันก็ไม่ได้หมายถึงรถเฟอรารี่ ฉันหมายถึงคุณเฟอนันเดสต่างหากล่ะ” ดาริกาเฉลยแล้วอมยิ้มกรุ้มกริ่มตามนิสัยคนทะลึ่งทะเล้นแต่ไม่มีพิษไม่มีภัย “ว่ายังไงใช่หรือเปล่า” ดาริกายังคาดคั้นต่ออย่างอยากรู้
“กะ แกรู้ได้ไงว่าฉันฝันถึงคุณเฟอนันเดส”
“อ้าว นี่แกฝันแบบนั้นจริงหรือ ฉันแค่แซวแกเล่นเท่านั้น ไม่คิดว่าแกจะได้ขี่เฟอ...ในฝันจริงๆ”
“มันก็แค่ฝันฉันไม่ได้คิดอะไรกับเขาสักหน่อย”
“จริงเหรอ แต่ฉันว่าแกคิดนะ ดูหน้าตาแกสิ หน้าแดงหูแดงเชียว แต่ช่างเถอะ ฉันว่าใครที่ได้เห็นคุณเฟอนันเดสแล้วจะไม่เก็บไปฝันก็แปลก คนอะไรหล่อราวกับเทพบุตรจุติลงมา”
“เว่อร์” พุดมาลัยว่าเบาๆ อย่างไม่จริงจัง ทั้งที่ในใจยังเต้นกระหน่ำกับความฝันเร่าร้อนที่ตัวเองเป็นคนสร้างขึ้น เธอฝันกลางวันแสกๆว่ากำลังได้ร่วมรักกับเขา โธ่ฝันไปได้เป็นตุเป็นตะ พุดมาลัยก่นด่าตัวเองในใจที่กลายเป็นสาวไวไฟไปได้ และบอกตัวเองเด็ดขาดว่าห้ามเก็บเฟอนันเดสมาฝันแบบนี้อีก แต่จะว่าไปเธอก็คิดอย่างเดียวกับดาริกา เฟอนันเดสคือเทพบุตรดีๆนี่เอง ใครไม่ฝันถึงก็บ้าแล้วแต่ก็ไม่ควรนำมาสร้างภาพนโนอุตริอย่างที่เธอทำไป มันไม่ถูกต้อง
ทว่าความคิดต่างๆก็ต้องหยุดกึกเมื่อสายตาของชาลิสาหัวหน้าแผนกที่ส่งสายตาขึงดุมาจากอีกฟากเลยทำให้ทั้งพุดมาลัยและดาริกายืนก้มหน้าสงบเสงี่ยม คณะของเฟอนันเดสกำลังผ่านหน้าประตูศูนย์การค้าเข้ามา โดยมีมิสเตอร์อิริคซึ่งมีตำแหน่งเป็นกรรมการผู้จัดการสาขาประเทศไทยออกไปต้อนรับ
ใบหน้าหล่อเหลาของเฟอนันเดสเหยียดยิ้มออกเพียงเล็กน้อย ดวงตาสีบรั่นดีไม่บ่งบอกอารมณ์ทำให้ใครก็แล้วแต่ไม่สามารถอ่านใจเขาออก แม้จะเพ่งมองจากดวงตาก็ตาม เฟอนันเดสเดินทักทายพอเป็นพิธีกับเหล่าพนักงานที่ถูกต้อนให้มายืนต้อนรับตั้งแต่เช้า โดยทุกคนฉีกยิ้มและยกมือไหว้ตามที่หัวหน้างานกำกับไว้เป็นอย่างดี
“มาแล้วโบว์”
“ฉันเห็นแล้ว” พุดมาลัยกระซิบกลับ ใจเต้นตึกตัก โกรธเพื่อนที่ยังชวนคุย และยังแอบกระตุกมือเธอจนเป็นเหตุให้ผ้าเช็ดหน้าที่กำอยู่ในมือหล่นลงกับพื้น จังหวะเดียวกับร่างสูงองอาจเหล่อเหลาอย่างคนเอมริกันดินมาถึงพอดี พุดมาลัยจะก้มลงเก็บเลยต้องชะงัก เงยหน้าตกใจซีดเผือดขึ้นมอง เมื่อรองเท้าหนังมันปลาบหยุดอยู่ตรงผ้าเช็ดหน้าของเธอ
“ขอโทษค่ะ” พุดมาลัยบอกเสียงโหย แก้มนวลใสร้อนผ่าว เมื่อประสานสายตากับดวงตาสีบรั่นดีที่เธอเห็นในความฝันอันเร่าร้อนของตัวเองแต่ตอนนี้เขามายืนอยู่ตรงหน้า
พุดมาลัยกลืนน้ำลายเหนียวๆลงคอกลัวจะถูกเขาตำหนิ แต่อีกฝ่ายไม่แม้แต่จะพูดด้วย เฟอนันเดสเหลือบมองเพียงนิดราวกับเธอเป็นอากาศธาตุก่อนจะเดินผ่านไป
“ขอโทษด้วยครับที่ทำให้คุณไม่พอใจ” อิริครีบเข้าไปขอโทษ เขาเป็นกรรมการผู้จัดการที่ถูกเฟอนันเดสส่งมาให้กำกับดูแลงานที่นี่
“เธอเป็นใคร” เฟอนันเดสหยุดเดิน หันมาถามเสียงขรึม อิริครีบตอบอย่างลนลาน
“พนักงานในแผนกบัญชีการเงินครับ ผมจะไปเรียกหัวหน้างานเธอมาตำหนิให้ครับถ้าคุณเฟอนันเดสไม่พอใจ คุณกิตติดูแลสายการเงินอยู่ผมจะรีบเรียกคุณกิตติมาทันที” อิริคว่าแล้วกำลังจะหมุนตัวไปเล่นงานกิตติแต่ต้องอ้าปากค้าง ก่อนจะผ่อนลมหายใจอย่างโล่งอก
“ไม่ต้อง เรื่องแค่นั้นอย่าทำให้ฉันเสียเวลาเลย ฉันมีเรื่องสำคัญกว่าที่ต้องทำ” เฟอนันเดสบอกเสียงเฉียบขาด ใบหน้าหล่อเหลาเย็นชา เขามาเพื่อจับผิดคนโกง แค่เรื่องผู้หญิงคนนั้นทำผ้าเช็ดหน้าหล่นไม่อยู่ในความสนใจเขา
ฝ่ายอิริคจึงรีบรับคำ เข้าใจว่าอีกฝ่ายอยากตรวจชมภายในศูนย์การค้ามากกว่าเรื่องพนักงานระดับล่างทำของหล่น “ครับ ถ้าอย่างนั้นเชิญทางนี้ครับคุณเฟอนันเดส แผนกต่อไปที่ผมจะพาคุณไปชมคือแผนกเสื้อผ้าสตรีที่ทำกำไรให้กับศูนย์การค้าของเราเป็นอันดับหนึ่ง” อิริคเชื้อเชิญพร้อมกับผายมือบอก
เฟอนันเดสเดินตาม ส่วนด้านหลังมีบอดี้การ์ดกับคณะผู้บริหารระดับสูงทยอยเดินตามกันไป เมื่อคนสุดท้ายในคณะเดินพ้นไป ชาลิสาก็เก็บความร้อนใจไว้ไม่อยู่เพราะเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดดี ปรี่เข้ามาหาพุดมาลัยด้วยท่าทางไม่พอใจทันที
“เธอทำอะไรของเธอฮึพุดมาลัย ทำของหล่นต่อหน้าท่านได้ยังไง ถ้าฉันถูกด่าขึ้นมาล่ะก็เธอโดนดีแน่” ชาลิสาโวยวาย รีบเดินมาต่อว่าพนักงานในสังกัดเป็นอย่างแรก เธอเห็นสายตาอิริคที่กวาดมองแล้วก็ขนลุก ตอนนี้อิริคไม่พูดอะไรก็จริงแต่หลังจากเสร็จงานไม่รู้เธอจะโดนอะไรหรือเปล่า ทั้งหมดเป็นเพราะพุดมาลัยคนเดียว ถ้าไล่เรียงแล้วคนที่จะโดนตำหนิคนแรกก็คือผู้จัดการแผนกซึ่งก็คือกิตติ ฝ่ายนั้นจะต้องไม่พอใจแน่ที่เธอไม่กำกับดูแลลูกน้องให้ดีจนทำเรื่องเสียหน้าต่อหน้าท่านประธาน
ชาลิสาเป็นหัวหน้าฝ่ายแคชเชียร์ที่ขึ้นตรงกับแผนกบัญชีและการเงินที่มีกิตติเป็นผู้จัดการดูแลอีกทีหนึ่ง
“โบว์ขอโทษค่ะพี่สา โบว์ตกใจเลยทำผ้าเช็ดหน้าหล่นจากมือ”
น้ำเสียงกับท่าทางนอบน้อมของพุดมาลัยเลยทำให้ชาลิสาคลายความหงุดหงิดลงได้บ้าง ใบหน้าบิดเบ้เมื่อครู่คลายลงก่อนจะส่ายหน้าโบกมือไล่อย่างรำคาญเพราะพุดมาลัยไม่ได้โต้เถียง จึงไล่ให้รีบไปทำงานเมื่อพนักงานคนอื่นๆก็เริ่มทยอยแยกย้ายกันไปแล้ว
