บทที่ 3 3
“สำนึกผิดก็ดี งั้นก็รีบไปทำงานเถอะ เดี๋ยวสิบโมงห้างเปิดแล้วแคชเชียร์ยังไม่พร้อม ฉันจะเล่นงานเธออีกกระทง”
“ค่ะ” พุดมาลัยก้มหน้ารับคำ ถอนใจกับท่าทางวางอำนาจนั้น รีบหมุนตัวไปทำงานต่อ พนักงานในฝ่ายแคชเชียร์ต่างรู้กันทั้งนั้นว่าชาลิสาแอบกิ๊กกับกิตติ ไม่นานอีกฝ่ายอาจได้ขึ้นเป็นผู้ช่วยแผนกการเงินและบัญชี ดังนั้นพนักงานตัวเล็กๆอย่างเธอไม่ควรมีปัญหาด้วย
เธอต้องอดทนรองานที่สมัครไว้กว่าสิบที่ ถ้ามีที่ไหนเรียกตัวไปสัมภาษณ์และเรียกให้ทำงานเมื่อไร พุดมาลัยไม่ลังเลที่จะลาออกไปทันที เพราะชาลิสาเป็นหัวหน้าที่คอยแต่วางอำนาจ กราดเกรี้ยวใส่ทุกครั้งที่มีโอกาส เวลานี้ไม่ว่าอีกฝ่ายจะไม่มีเหตุผลเท่าใดก็ต้องอดทน จะลาออกไปเตะฝุ่นพุดมาลัยก็ทำไม่ได้ เพราะมีภาระค่าเช่าบ้านกับดูแลมารดา ส่วนบิดาของเธอนั้นเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งตับไปตั้งแต่เธอเรียนยังไม่จบชั้นประถมหก
“พี่สานี่เจ้าอารมณ์จริง ดีนะที่เป็นโบว์ ถ้าเป็นเราเถียงกลับไปแล้ว โบว์ไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย ว่าฉอดๆไม่ถามเหตุผลสักคำ” ดาริกาเดินตามมาบ่นเบาๆ ด้วยรู้ว่าตัวเองก็มีส่วนผิดที่ทำให้เพื่อนโดนดุ
พุดมาลัยหันไปมองแล้วยิ้มปลงๆ “แต่โบว์ก็ผิดจริงนะดา โบว์ทำผ้าเช็ดหน้าหล่นต่อหน้าต่อตาคุณเฟอนันเดสแบบนั้น ทุกคนคงตกใจ เห็นมองจ้องโบว์กันเป็นตาเดียว โบว์ยังขนลุกอยู่เลยกลัวคุณเฟอนันเดสจะว่าต่อหน้าทุกคน”
“ถึงยังไงก็ไม่ได้ตั้งใจทำหล่นอยู่ดี อีกอย่างก็เป็นฉันผิดเองด้วยที่ไม่กระตุกมือเธอแบบนั้น”
“ช่างเถอะ เรื่องมันผ่านไปแล้ว คุณเฟอนันเดสคงไม่ได้คิดอะไรหรอกมั้ง เขาจะไล่ฉันออกเลยหรือแค่ฉันทำผ้าเช็ดหน้าหล่นกับพื้น”
“นั่นสินะ คนระดับนั้นเขาไม่สนใจเราหรอกว่าไหม”
คำพูดตรงไปตรงมาของดาริกากระแทกใจพุดมาลัยอย่างแรง ดาริกาพูดถูกที่คนระดับเฟอนันเดสไม่สนใจผู้หญิงธรรมดาแบบเธอหรอก
ศูนย์การค้าเดอะพรีเมียร์เป็นศูนย์การค้าระดับไฮเอนด์ตั้งอยู่ใจกลางเมือง แวดล้อมด้วยคอนโมนิเนียมหรู มีรถไฟฟ้าตัดผ่าน นำเข้าสินค้าแบรนด์ดังจากทั่วโลกให้มาเปิดช็อปอยู่ที่แห่งนี้ได้อย่างครบถ้วน ที่นี่เปิดมาแล้วอย่างเป็นทางการเมื่อตอนปีใหม่แต่ผ่านมาครึ่งปีท่านประธานใหญ่อย่างเฟอนันเดสที่นั่งบริหารงานอยู่ที่สหรัฐอเมริกาถึงกับบินตรงมาเยี่ยมชมอีกครั้งอย่างไม่มีใครรู้ล่วงหน้า
ชาลิสาหัวหน้างานของเธอบอกว่าท่านประธานให้ความสนใจกับสาขาเมืองไทยมากเพราะเปิดได้เพียงหกเดือนก็ทำกำไรให้อย่างงาม จนต้องมาตรวจเยี่ยมให้กำลังใจพนักงาน
พุดมาลัยมีหน้าที่รับฟังไม่สามารถออกความเห็นได้อยู่แล้วจึงพยักหน้าหงึกๆไป อีกอย่างเรื่องของผลกำไรเธอก็ไม่รู้เรื่องเพราะไกลเกินตัวรู้แต่ว่าที่ศูนย์การค้าแห่งนี้ขายดีมากเพราะมีแต่ลูกค้ากระเป๋าหนักมาเดินช็อปปิ้ง ดังนั้นเรื่องได้กำไรอย่างงามพุดมาลัยจึงไม่เห็นว่าแปลก พุดมาลัยสะบัดศีรษะบอกตัวเองให้เลิกคิดถึงเรื่องของเฟอนันเดสเสียที แล้วก้มหน้าก้มตาเปิดเครื่องแคชเชียร์แล้วทำงานในหน้าที่ของตนเองต่อ
สามทุ่มคือเวลาศูนย์การค้าปิด แต่พุดมาลัยซึ่งมีหน้าที่เป็นแคชเชียร์ต้องนำเงินจากเครื่องมาส่งให้หัวหน้าซึ่งก็คือชาลิสาที่ฝ่ายการเงินเสียก่อน ดังนั้นเวลาเลิกงานจริงๆจึงเป็นสามทุ่มครึ่ง
พุดมาลัยหยิบกระเป๋าสตางค์ออกมาเตรียมหยิบเหรียญไว้ให้พอดี จะรีบเดินออกไปขึ้นรถโดยสารประจำทางเพราะเหนื่อยมาทั้งวันแต่ก็ต้องชะงักเมื่อดาริกาวิ่งกระหืดกระหอบมาดึงข้อศอก
“โบว์ วันนี้วันเกิดพี่ทศไปกินเลี้ยงกันที่ร้านลอฟท์นะ ไปด้วยกัน พี่ทศเป็นเจ้าภาพ เขาลงทุนอ้อนวอนให้ฉันมาชวนโบว์ไปให้ได้ ไปนะโบว์เห็นกับเป็นวันเกิดพี่ทศ”
ทศพลคือหัวหน้าแผนกคลังสินค้าที่ตามจีบพุดมาลัยมานานแต่พุดมาลัยไม่เคยตอบรับไมตรีอีกฝ่าย ให้ได้แค่ความเป็นเพื่อนเท่านั้น ซึ่งอีกฝ่ายก็ยังไม่ยอมรับ ยังพยายามตามตื๊อไม่เลิก ทศพลอยากให้เธอไปด้วยกระทั่งขอร้องให้ดาริกาช่วย เพราะก่อนหน้านี้ทศพลโทรมาชวนแล้วแต่เธอปฏิเสธ
พุดมาลัยส่ายหน้าอ่อนใจ “โบว์ไม่ไปหรอก ขี้เกียจกลับบ้านดึก ง่วงอยากนอน อีกอย่างโบว์เป็นห่วงแม่ด้วย แม่อยู่คนเดียว”
คนฟังได้ฟังอีกฝ่ายพูดถึงมารดาอย่างเป็นห่วงก็นิ่วหน้าอย่างคนที่รู้ตื้นลึกหนาบางดี “แม่แกยังไม่กลับหรอกโบว์ ป่านนี้คงยังอยู่ที่บ่อน”
“ดา”
“เออ ฉันขอโทษแต่มันจริงนี่แกทำงานงกๆมาตลอดตั้งแต่เรียนไม่เคยได้เที่ยวเลย ไปเถอะนะ ไปเป็นเพื่อนฉันหน่อย ฉันอยากแดนซ์กระจาย แต่ถ้าโบว์ไม่ไปฉันก็ไม่ไป ไม่มีเพื่อน”
“อ้าว ดาอยากไปก็ไปสิ อย่ามาดึงโบว์ไปเกี่ยว” ว่าแล้วก็เดินต่อแต่ดาริกายังไม่ยอมแพ้ ทำหน้าตาคลอหน่วย เกาะแขนเพื่อน จนพุดมาลัยต้องหันมามอง
สายตาของดาริกาส่องประกายขอร้องวิบวับ ทำเอาคนมองต้องนิ่วหน้า ดาริกาเป็นเพื่อนสนิทตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัยด้วยกัน ตั้งแต่เข้าปีหนึ่งอีกฝ่ายคอยช่วยเหลือ ให้กำลังใจพุดมาลัยมาโดยตลอดไม่ว่าเรื่องไหน ทำให้พุดมาลัยทำใจดำกับเพื่อนไม่ลง ตอนเธอมีปัญหาเรื่องมารดาก็ได้ดาริกาคอยอยู่เป็นเพื่อน แถมบางครั้งยังให้หยิบยืมเงินทองเนื่องจากมารดานำเงินไปถลุงในบ่อนจนหมด
“ก็ได้ๆ แต่ห้ามกลับดึกนะ เดี๋ยวพรุ่งนี้มาทำงานไม่ไหว”
