บทที่ 10 บททดสอบแรก

ปภาวรินทร์รับคำสั่งแล้วเดินไปจัดการตามหน้าที่ ทิ้งให้เขานั่งมองแผ่นหลังบางด้วยความรู้สึกที่พลุ่งพล่าน กลิ่นหอมจางๆ จากตัวเธอเมื่อครู่ทำให้อุณหภูมิในร่างกายของท่านรองฯ หนุ่มสูงขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้ ความปรารถนาที่ถูกเก็บกดมานานเริ่มปะทุขึ้นในใจของเขา

เขารู้ดีว่าความจริงที่เธอเล่ามามันเป็นเพียงความจริงครึ่งเดียว และเขานี่แหละจะเป็นคนเค้นความจริงที่เหลือออกมาจากปากสวยๆ ของเธอเอง!

เวลาพักกลางวัน

เสียงเคาะเบาๆ ที่พาร์ทิชันกระจกใสทำให้ปภาวรินทร์ต้องละสายตาจากกองเอกสาร เธอขยับท่านั่งบนโต๊ะทำงานตัวใหม่ที่ตั้งอยู่มุมหนึ่งภายในห้องทำงานอันกว้างขวางของรองประธาน นรภัฏอ้างเหตุผลด้านความปลอดภัยของข้อมูลและการตรวจสอบอย่างใกล้ชิดเพื่อสั่งให้ย้ายโต๊ะของเธอเข้ามาอยู่ในห้องเดียวกัน ทั้งที่เธอ ควรจะนั่งอยู่หน้าห้องแล้วให้วิชชุดาเป็นคนสอนงานแท้ๆ การกระทำของเขาเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์และต้องการที่จะใกล้ชิดเธอมากยิ่งขึ้น

“คุณนุมีอะไรจะเรียกใช้ดิฉันหรือเปล่าคะ” หญิงสาวส่งยิ้มบางๆ ให้ ภาณุวัฒน์ ที่เดินเข้ามาทักทาย รอยยิ้มของเธอทำให้ภาณุวัฒน์รู้สึกอบอุ่นใจ

“ไม่มีครับ ผมแค่แวะมาดูเพราะไม่เห็นคุณฝ้ายลงไปทานข้าวข้างล่าง แล้วท่านรองฯ ได้รังแกอะไรคุณฝ้ายหรือเปล่าครับ?” น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความห่วงใยเหมือนพี่ชายใจดีทำให้ปภาวรินทร์รู้สึกผ่อนคลายขึ้น เธอรู้สึกปลอดภัยเมื่ออยู่ใกล้ภาณุวัฒน์

“ไม่ได้รังแกอะไรหรอกค่ะ พอดีฝ้ายห่อข้าวมาทานเอง” หญิงสาวตอบอย่างถ่อมตัว ความประหยัดคือสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับเธอในตอนนี้

ภาณุวัฒน์ลอบสังเกตบรรยากาศรอบตัวก่อนจะเดินออกไป เขารีบส่งข้อความรายงานภีรดาทันทีว่าพี่ชายตัวดีเริ่มออกลาย พาร์ทิชันกระจกที่กั้นระหว่างโต๊ะของนรภัฏและปภาวรินทร์นั้นช่างดูเปราะบางเหลือเกินเมื่อเทียบกับแรงปรารถนาที่ซ่อนอยู่ภายใต้มาดขรึมของท่านรองฯ หนุ่ม

หลังจากจัดการมื้อเที่ยงแบบเรียบง่ายเสร็จสรรพ วิชชุดาก็เป็นรายต่อไปที่เปิดประตูเข้ามาหาเธอด้วยสีหน้าเคร่งครัดเรื่องงาน

“เดี๋ยวบ่ายนี้ท่านประธานจะเข้ามาประชุมกับลูกค้ารายใหม่นะคะ เป็นบริษัทดีลเลอร์ที่เพิ่งเซ็นสัญญากับเรา ยังไงน้องฝ้ายเตรียมตัวเข้าประชุมด้วยนะ เพราะอีกหน่อยคุณภีรดาจะให้น้องฝ้ายเป็นคนรับผิดชอบดีลลูกค้าเจ้านี้ด้วยตัวเอง” วิชชุดายื่นแฟ้มหนาให้เลขาฯ รุ่นน้อง แฟ้มนั้นดูราวกับจะหนักอึ้งไปด้วยความรับผิดชอบ

“ได้เลยค่ะพี่วิ ฝ้ายจะรีบอ่านรายละเอียดเดี๋ยวนี้เลยค่ะ” ปภาวรินทร์รับแฟ้มมาเปิดอ่านคร่าวๆ ดวงตาคู่สวยฉายแววมุ่งมั่น เธอพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับความท้าทายใหม่ๆ

“งั้นเจอกันที่ห้องประชุมนะคะ... อ้อ! อีกเรื่องหนึ่ง คุณภีรดาฝากพี่มาถามว่า น้องฝ้ายอึดอัดหรือเปล่าที่ต้องเข้ามานั่งทำงานในห้องเดียวกันกับท่านรองฯ” วิชชุดาลดเสียงลงพลางลอบมองไปทางโต๊ะทำงานตัวใหญ่ที่ตอนนี้เจ้าของห้องไม่อยู่ แววตาของเธอเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น

“ก็... ไม่เท่าไหร่ค่ะ ฝ้ายแยกแยะได้” เธอตอบเลี่ยงๆ ทั้งที่ความจริงแล้ว ความรู้สึกที่ถูกสายตาคมกริบคู่นั้นจับจ้องอยู่ตลอดเวลามันทำให้หัวใจของเธอเต้นระรัวทุกครั้ง

“โอเคจ้ะ งั้นพี่ไปก่อนนะ เตรียมตัวให้พร้อมล่ะ” วิชชุดากล่าวทิ้งท้าย ก่อนจะเดินจากไป

ปภาวรินทร์พ่นลมหายใจยาวก่อนจะก้มหน้าอ่านประวัติลูกค้ารายใหม่ เพียงไม่นานหัวใจก็เต้นผิดจังหวะอีกครั้งเมื่อได้ยินเสียงเปิดประตูอันคุ้นเคย และกลิ่นน้ำหอมหรูหราที่แสนคิดถึงลอยมา

นรภัฏเดินกลับเข้ามาในห้อง แววตาของเขาจ้องตรงมาที่เธอผ่านกระจกกั้น มุมปากหยักยกยิ้มอย่างมีเลศนัยเมื่อเห็นเธอกำลังตั้งอกตั้งใจทำงาน

“เตรียมตัวให้ดีล่ะ ประชุมบ่ายนี้จะเป็นบททดสอบแรกของเธอ”

บรรยากาศภายในห้องประชุมใหญ่ของบริษัท นรภัฏ ฟาร์มาซูติคอล เต็มไปด้วยความเคร่งขรึม

ปภาวรินทร์เดินตามหลังเขาเข้ามาเงียบๆ เธอจัดการวางเอกสารและเตรียมอุปกรณ์การนำเสนออย่างคล่องแคล่ว ก่อนจะเลี่ยงไปยืนประจำตำแหน่งอย่างรู้งาน ท่าทางของเธอสง่างามและมั่นใจ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป