บทที่ 12 จอมบงการ
“งั้นเอาเป็นว่าวันนี้พริมอยากเจอคุณยาย ขออนุญาตไปส่งคุณฝ้ายที่ตลาดเลยได้มั้ยคะ” ภีรดาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ดังกว่าปกติเล็กน้อย เมื่อเห็นพี่ชายเดินเข้ามาใกล้ เพื่อจงใจให้เขาได้ยิน
“อืม...จะดีเหรอคะ” ปภาวรินทร์ที่ยังไม่ทันรู้ตัวว่ามีใครบางคนกำลังเดินเข้ามาข้างหลัง เธอจึงพูดไปตามปกติ ก่อนจะสะดุ้งเฮือกด้วยความตกใจ เมื่อเสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยเอ่ยขึ้นจากด้านหลังของเธอ
“พี่ไปส่งคุณปภาวรินทร์ให้เองดีกว่า มีเรื่องจะปรึกษาอยู่พอดี” นรภัฏกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจังจนคงไม่ฟังกล้าปฏิเสธ
“อืม...งั้นก็ดีเลยค่ะ พี่ภัฏ งั้นพริมขอตัวไปดูลูกก่อนนะคะ ป่านนี้คงงอแงแย่แล้ว” ภีรดารีบฉวยโอกาสถอยฉากออกไปอย่างรวดเร็ว เพราะไม่อยากอยู่ท่ามกลางศึกน้ำลาย ที่พร้อมจะเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ
“ตามสบาย” เขาตอบน้องสาวแต่แววตาคมกลับจ้องมองปภาวรินทร์อย่างไม่ลดละ
“พริมไปก่อนนะคะคุณฝ้าย” ภีรดาเอ่ยลาอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเดินจากไป ทิ้งให้ปภาวรินทร์ยืนประจันหน้ากับนรภัฏเพียงลำพัง
เมื่อเจ้านายสาวคล้อยหลังไปแล้ว ปภาวรินทร์ก็หันมาเผชิญหน้ากับโจทก์เก่าอย่างนรภัฏเต็มประตู หัวใจของเธอเต้นระส่ำด้วยความกังวล เธอครุ่นคิดในใจว่าหากเขารุกคืบเข้ามาจริงๆ เธอจะรับมืออย่างไรดี ในฐานะเจ้านาย เขามีอำนาจล้นเหลือ หากเธอปฏิเสธ เขาก็คงจะมองว่าเธอต่อต้าน ซึ่งคงไม่ใช่เรื่องดีแน่ ยิ่งตอนนี้เขายึดความคิดของตัวเองเป็นใหญ่ ความคิดของเขาถูกเสมอ อย่างน้อยก็ในเรื่องงานที่เขาเป็นคนฉลาดหลักแหลม แต่การใช้อำนาจเพื่อจ้องจะเล่นงานเธอนั้นเป็นสิ่งที่ปภาวรินทร์กังวลใจอย่างที่สุด
“ขออนุญาตคุณยายหรือยัง เพราะงานนี้ เธออาจจะต้องไปหลายวัน” ชายหนุ่มกล่าวขึ้นพร้อมรอยยิ้มมุมปากที่แฝงไว้ด้วยความเจ้าเล่ห์
“ยังค่ะ ดิฉันกะว่าจะบอกคุณยายเย็นนี้” ปภาวรินทร์ตอบเสียงสั่นเล็กน้อย หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ เพราะยังคงตกใจกับการปรากฏตัวอย่างเงียบงันของนรภัฏ
“งั้นเดี๋ยวเย็นนี้ฉันไปส่ง อยากเจอคุยยายอยู่พอดี” นรภัฏไม่รอคำอนุญาตจากหญิงสาว เขาถือว่าปภาวรินทร์ได้ยินและรับรู้ถึงความตั้งใจของเขาไปแล้ว
“ค่ะ” เมื่อคำตอบของเธอเป็นที่พอใจของชายหนุ่มแล้ว เขาก็หมุนตัวเดินกลับไปยังห้องทำงานของตัวเองทันที ทิ้งให้ปภาวรินทร์ยืนอยู่เพียงลำพังกับความรู้สึกหลากหลายที่ตีรวนอยู่ในอก
“เผด็จการชะมัด!!!” หญิงสาวบ่นพึมพำตามหลังด้วยน้ำเสียงที่แฝงไว้ด้วยความหงุดหงิดใจ แต่ลึกๆ แล้วกลับมีความรู้สึกบางอย่างที่ยากจะปฏิเสธ ก่อตัวขึ้นในใจของเธออย่างช้าๆ
นรภัฏกลับมาที่ห้องทำงานของตัวเอง รอยยิ้มบางๆ ผุดขึ้นที่มุมปากเมื่อนึกถึงแผนการที่กำลังจะเกิดขึ้น เขาหยุดคุยกับวิชชุดา เลขาฯ หน้าห้องด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความนัย
“เดี๋ยวคุณวิ...ช่วยจองตั๋วเครื่องบินล่วงหน้าให้ผมสองที่นะครับ” เสียงทุ้มเอ่ยสั่งอย่างใจเย็น ทว่าภายในใจกลับเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้น
“ค่ะ...คุณภัฏ” วิชชุดารับคำอย่างว่าง่าย มุมปากของนักธุรกิจหนุ่มโค้งขึ้นนิดๆ ประกายดวงตาระยิบระยับเพียงแค่คิดว่าจะมีโอกาสใกล้ชิดกับปภาวรินทร์อีกครั้ง เขาก็ดีใจจนบอกไม่ถูก ก่อนจะเก็บอารมณ์ตนเองให้แนบเนียน และรีบเดินเข้าห้องเพื่อมาคว้ากุญแจรถแล้วเดินออกไปทันที ราวกับมีแรงดึงดูดบางอย่างกำลังรอเขาอยู่
“เดี๋ยวค่ะ คุณภัฏ” วิชชุดารีบเรียกเจ้านาย จนเขาต้องหยุดกะทันหัน แววตาของเธอเต็มไปด้วยความสงสัย
“ตกลงว่าไปดูงานครั้งนี้ คุณภีรดาจะส่งเลขาฯ ไปเป็นตัวแทนไปใช่มั้ยคะ” วิชชุดาถามเขาอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ เธอต้องการยืนยันข้อมูลให้ถูกต้อง
“ใช่ครับคุณวิ...” นรภัฏตอบสั้นๆ แต่แฝงไปด้วยความหมายที่ลึกซึ้ง
“โอเคค่ะ พอดีวิจะได้ลงชื่อจองตั๋วเครื่องบินให้ถูก” ชายหนุ่มแค่นยิ้ม ดวงตาวาววับวาบเมื่อคิดถึงการจะได้แก้แค้นอดีตคนรักของตนเองในครั้งนี้ แผนการอันเร่าร้อนกำลังจะเริ่มต้นขึ้น
17.00 น. นรภัฏเดินมารอปภาวรินทร์ถึงหน้าห้องทำงานของน้องสาว เพราะกลัวว่าเธอจะหนีกลับไปก่อน เมื่อเธอเลิกงานพอดี เขาก็รีบตามเธอออกไป ปภาวรินทร์ไม่กล้าขัดข้อง จึงยอมเดินตามเขามายังลานจอดรถ หัวใจของเธอเต้นระรัวเมื่อจะต้องอยู่กับเขาสองต่อสอง
“คุณไม่จำเป็นต้องเปิดประตูรถให้ฉันหรอกค่ะ คุณเป็นเจ้านาย” หญิงสาวเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่พยายามควบคุมความรู้สึก
“ไม่มีเจ้านายลูกน้อง นี่เลิกงานแล้ว ขึ้นไป” นรภัฏตอบกลับอย่างเด็ดขาด แววตาของเขาเต็มไปด้วยความต้องการที่จะครอบครอง ปภาวรินทร์ถอนหายใจ เธอไม่กล้าขัดคำสั่งเพราะกลัวอารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ ของเขา จึงยอมขึ้นไปนั่งแต่โดยดี ร่างกายของเธอรู้สึกร้อนผ่าวเมื่ออยู่ใกล้เขา
“คาดเข็มขัดซะ ฉันไม่อยากมีปัญหากับตำรวจ” นรภัฏสั่งเสียงเข้ม ปภาวรินทร์ใจลอยคิดเรื่องที่เธอเพิ่งจะคุยกับคุณยายโดยไม่ทันได้ฟังในสิ่งที่เขาพูด จนถูกชายหนุ่มโถมร่างเข้าใส่ ใบหน้าคมอยู่ห่างจากเธอไม่ถึงคืบ ลมหายใจอุ่นร้อนของเขารดรินอยู่ข้างแก้ม ก่อนที่หญิงสาวจะรู้ตัวว่าเขาจะทำอะไรให้เธอจึงค่อยๆ หายใจเป็นปกติด้วยความโล่งอก อยู่กับเขามีเรื่องให้ตื่นเต้นได้ตลอดสินะ! หัวใจของเธอเต้นรัวราวกับจะหลุดออกมาจากอก
