บทที่ 13 ไม่กล้าขัด
“ไม่ต้องไปส่งฉันที่บ้านหรอกค่ะ วันนี้คุณยายอยู่ที่ตลาด” ออกรถมาได้สักระยะปภาวรินทร์ก็รีบบอกเจ้านายทันที เธอไม่อยากให้เขาเห็นสภาพความเป็นอยู่ของเธอ
“อ้าวเหรอ! คุณยายมาขายขนมตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ทำไมไม่บอกฉันบ้าง” นรภัฏถามด้วยน้ำเสียงที่แฝงความประหลาดใจ
“เพิ่งจะมาขายวันนี้เป็นวันแรกค่ะ” หญิงสาวตอบด้วยเสียงเป็นปกติ พยายามซ่อนความรู้สึกที่แท้จริง
“อื้ม!!!...งั้นดีเลย ฉันกำลังอยากกินของหวานอยู่พอดี” ดูท่าทางเขาดีใจ ก่อนที่เธอจะเห็นเขายิ้มออกมา รอยยิ้มนั้นทำให้โลกของปภาวรินทร์สดใสขึ้นมาเล็กน้อย
นรภัฏขับรถมาจอดส่งหญิงสาวที่ตลาด วันนี้คุณยายของเธอมาขายขนมตามเดิม หลังจากไม่ได้ขายมาเกือบเป็นเดือน แต่คุณยายของเธอแก่ลงไปมาก พอรถจอดลงเรียบร้อยนรภัฏก็รีบเดินเข้าไปทักทายกับหญิงชราที่กำลังหยิบขนมหวานใส่ถุงให้กับลูกค้าเสร็จพอดี แววตาของเขาเต็มไปด้วยความเคารพและอ่อนโยน
“สวัสดีครับคุณยาย จำผมได้มั้ยครับ” นรภัฏยกมือไหว้หญิงชรา เธอยืนจ้องหน้าชายหนุ่มร่างสูงอยู่ไม่นานก็ร้องรีบอ๋อ แววตาของเธอเต็มไปด้วยความยินดี
“คุณภัฏ!!!....คุณภัฏจริงๆ ด้วย โห!!!..ไม่เห็นกันตั้งนานสบายดีหรือคะ นึกว่าจะไม่มาหายายเสียแล้ว” คุณยายเอ่ยทักทายด้วยความรักใคร
“ผมสบายดีครับ...คุณยาย ว่าจะมาหาคุณยายหลายครั้งแล้ว แต่ก็ไม่มีโอกาสสักทีเลย เห็นหลานสาวคุณยายบอกว่าคุณยายเลิกขายขนมไปแล้ว” นรภัฏตอบกลับด้วยรอยยิ้มที่อบอุ่น
“คนแก่น่ะค่ะ สามวันดีสี่วันไข้ มาขายบ้างไม่มาบ้าง เห็นหลานสาวบอกว่าคุณภัฏมีบริษัทเป็นของตัวเองแล้ว คงร่ำรวยกว่าเมื่อก่อนเยอะเลยสินะ ก้าวหน้าเหลือเกินนะพ่อคุณ” หญิงชราเอ่ยชมอย่างเป็นกันเอง ในหว่างที่ปภาวรินทร์เอากระเป๋าสะพายของเธอไปเก็บไว้ในลิ้นชักของรถเข็น แล้วรีบทำหน้าที่เป็นผู้ขายทันที เธอต้องการแบ่งเบาภาระของคุณยาย
“ก็ไม่ขนาดนั้นหรอกครับคุณยาย แล้ววันนี้คุณยายเหลือขนมอะไรให้ผมกินบ้างครับ” นรภัฏพูดคุยกับหญิงชราอย่างเป็นกันเองโดยไม่ถือเนื้อถือตัว เขารู้สึกผ่อนคลายเมื่ออยู่กับคุณยาย
“คุณยายคะ มาค่ะ...เดี๋ยวหนูตักเองดีกว่า” หญิงชรามือสั่นเล็กน้อย หลานสาวจึงคว้าเอายาดมมายื่นให้ ก่อนจะทำหน้าที่แทนคุณยายของเธอ แววตาของเธอเต็มไปด้วยความห่วงใ
“คุณยาย ไปนั่งพักเถอะค่ะ ฝ้ายบอกแล้วไง...ว่าไม่ไหวก็ไม่ต้องขาย” เธอดุคุณยายของเธอด้วยน้ำเสียงที่แฝงความรัก
“ฝ้าย! อย่าไปดุคุณยายอย่างนั้นสิ เล่นให้คุณยายท่านอยู่บ้านเฉยๆ ท่านก็เหงาเป็นนะ เธอนี่ไม่เข้าใจคนแก่เอาซะเลย” เขาพูดเหมือนรู้ใจคนสูงวัยได้เป็นอย่างดี จนปภาวรินทร์รู้สึกหมั่นไส้ นรภัฏเดินไปนั่งและเอาอกเอาใจคุณยายของเธอสารพัดขณะที่เธอเองก็ยุ่งกับการขาย เขาพูดเหมือนรู้ใจคนสูงวัยได้เป็นอย่างดี จนปภาวรินทร์รู้สึกหมั่นไส้ นรภัฏเดินไปนั่งและเอาอกเอาใจคุณยายของเธอสารพัดขณะที่เธอเองก็ยุ่งกับการขาย
“คุณยายจะอยู่คนเดียวได้มั้ยครับเนี่ย ถ้าหลานสาวคนเก่งเค้าจะต้องไปทำงานไกล ๆ ตั้งหลายวัน” นรภัฏถามด้วยน้ำเสียงที่แฝงความหวัง
“ได้สิคะ ยายอยู่ได้ ว่าแต่ คุณภัฏเถอะ จะให้หลานยายไปเมื่อไหร่เหรอ” ก่อนมาปภาวรินทร์ได้โทรมาเกริ่นกับคุณยายของเธอบ้างแล้ว เพราะเธอรู้ว่ายังไงวันนี้ นรภัฏก็คงไม่ยอมให้เธอกลับบ้านคนเดียวอย่างแน่นอน แววตาของคุณยายเต็มไปด้วยความรักและห่วงใยหลานสาว
“ภายในอาทิตย์หน้านี้ครับ... คุณยายจะอนุญาตมั้ยครับ” นรภัฏเอ่ยขออนุญาตด้วยน้ำเสียงที่นอบน้อม แต่แววตาของเขากลับเต็มไปด้วยความมั่นใจว่าคุณยายจะต้องอนุญาต
“เอาสิ!!...ยายไม่ว่าหรอก” คุณยายตอบกลับอย่างง่ายดาย ทำให้แผนการของนรภัฏเป็นไปตามที่คาดไว้
“ขอบคุณครับ คุณยาย” ชายหนุ่มรีบยกมือไหว้หญิงชรา และปรายตามองใบหน้าของหลานสาวทันที เหมือนจะยิ้มเยาะ ที่เขาสามารถเอาใจคุณยาย จนท่านไม่ขัดข้องอะไร แต่นั่นเป็นเพราะปภาวรินทร์ได้โทรมาบอกคุณยายของเธอก่อนหน้านี้แล้วต่างหาก แววตาของปภาวรินทร์เต็มไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย ทั้งขบขันและหวั่นใจกับแผนการของเขา
“ว่าแต่คุณยาย จำนาย เจ้านุ คนที่เคยเป็นลูกน้องเก่าของผมสมัยเมื่อห้าปีก่อนได้มั้ยครับ” นรภัฏเอ่ยถามคุณยายด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลเพื่อนำเรื่องราวในอดีตมาสร้างความคุ้นเคย
“จำได้สิ ถึงยายจะแก่ไปบ้างแต่ความจำยายก็ยังดีอยู่นะ” หญิงชรายิ้มอย่างอบอุ่น เพราะเมื่อก่อนภาณุวัฒน์มักจะมาช่วยหิ้วขนมอยู่บ่อยๆ ภาพความทรงจำเก่าๆ ผุดขึ้นมาในใจ
“ช่วงที่ฝ้ายไม่อยู่ ผมจะให้เจ้านุ คอยแวะมาดูแลคุณยายนะครับ” นรภัฏเสนออย่างมีน้ำใจ แต่แฝงไปด้วยเจตนาบางอย่างที่ปภาวรินทร์สัมผัสได้
“โอ๊ย!..ไม่ต้องหรอกค่ะ ยายอยู่ได้” เสียงของหญิงชราปฏิเสธทันควันด้วยความเกรงใจ เธอไม่อยากเป็นภาระใคร
