บทที่ 12 เขาคนนั้นที่ยื่นมือมา
รีน่ามองตามสายตาของเขา ก่อนจะเห็นแผ่นหลังของมิลินที่เดินไปต่อคิวซื้ออาหารอยู่ไม่ไกล มุมปากของหญิงสาวจึงค่อย ๆ ยกขึ้นอย่างพอใจ
เธอขยับเข้าไปใกล้กว่าเดิม ก่อนซบไหล่กองทัพเบา ๆ
“เย็นนี้ไปกินข้าวกับรีน่านะ”
คราวนี้กองทัพไม่ปฏิเสธ
“อืม”
คำตอบสั้น ๆ ทำให้รีน่ายิ้มออกมาอย่างคนถือไพ่เหนือกว่า
แต่คนที่นั่งอยู่โต๊ะเดียวกันกลับเริ่มรู้สึกอึดอัดขึ้นมาเงียบ ๆ
เพราะรู้ดีว่า กองทัพไม่เคยยอมให้ใครแตะตัวง่าย ๆ
เว้นเสียแต่ว่า ครั้งนี้เขาตั้งใจให้ใครบางคนเจ็บ และอาจเป็นเขาที่เจ็บกว่า...
“เอาจ๊ะแม่หนู”
เสียงแม่ค้าข้าวดังขึ้น มิลินจึงรีบยื่นเงินในมือที่เตรียมไว้พอดีให้ทันที
แต่ยังไม่ทันที่แม่ค้าจะรับ แบงก์สีแดงอีกใบก็ถูกวางลงบนเคาน์เตอร์เสียก่อน
“ผมเลี้ยงเองครับ”
เสียงทุ้มนุ่มดังขึ้นข้างตัว พร้อมมือของเจ้าของเสียงที่หยิบเงินของมิลินมายื่นคืนให้
แม่ค้าหันมองหน้าทั้งคู่สลับกันอย่างใช้สายตาถามว่าตกลงเอายังไง
“ป้ารับของผมไปเลยครับ ไม่ต้องทอน” ชายหนุ่มพูดต่อด้วยรอยยิ้ม
มิลินจึงเงยหน้ามองคนตรงหน้าเต็มตา
ใบหน้าหล่อคมสะอาด ดวงตาที่ดูอบอุ่น และรอยยิ้มดูจริงใจไม่เสแสร้ง ทำให้มิลินรู้สึกคุ้น ๆ ว่าเคยเจอที่ไหนมาก่อน
“คุณ...”
เธอมองหน้าเขาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะนึกออก
ชายหนุ่มหัวเราะเบา ๆ เมื่อเห็นสีหน้าของเธอ
“จำผมได้แล้วเหรอครับ เราเจอกันที่โรงพยาบาลวันนั้น”
คราวนี้มิลินยิ้มบาง ๆ ทันที
“อ้อ… มิลินจำได้แล้วค่ะ”
รอยยิ้มของอีกฝ่ายกว้างขึ้นเล็กน้อย ก่อนสายตาจะก้มลงมองข้อเท้าของเธอที่ยังใส่อุปกรณ์พยุงอยู่
“ยังไม่หายดีเลยนี่ครับ แล้วฝืนมาเรียนทำไม”
น้ำเสียงที่ถามไม่ได้ดูจุ้นจ้าน แต่เป็นความห่วงใยแบบที่เธอไม่เคยได้รับจากคนนอกมาก่อน
“ก็ถ้าไม่มาวันนี้… แล้วมิลินจะได้เจอคุณหรือคะ”
คราวนี้คนฟังถึงกับนิ่งไปชั่วขณะ เหมือนไม่คิดว่าจะโดนพูดตอบกลับแบบนั้น
ก่อนเสียงหัวเราะทุ้ม ๆ จะดังขึ้นเบา ๆ
“งั้นผมยิ่งต้องเลี้ยงข้าวมื้อนี้ใหญ่เลยครับ”
“แต่ว่า...”
“เอาไว้ครั้งหน้าคุณค่อยเลี้ยงคืนก็ได้” เขาพูดต่อทันที ราวกับไม่คิดจะปล่อยโอกาสนี้หลุดมือ ก่อนจะขยับตัวหลบให้คนด้านหลัง
“ถอยออกมาก่อนดีกว่าครับ คนต่อแถวเริ่มมองแล้ว”
มิลินรีบขยับออกมาตามแรงเชิญอย่างว่าง่าย
จากนั้นทั้งคู่เดินถือจานอาหารมาหาโต๊ะว่างด้านในโรงอาหาร ก่อนชายหนุ่มจะเป็นฝ่ายแนะนำตัว
“ผมอาชิ แพทย์ปีสามครับ”
“รุ่นพี่นี่เอง...” มิลินยิ้มรับ ซึ่งเป็นยิ้มครั้งแรกของวัน “มิลินค่ะ บัญชีปีหนึ่ง ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ”
“ยินดีเหมือนกันครับ”
แล้วบทสนทนาเริ่มต้นง่าย ๆ กว่าที่มิลินคิด
ซึ่งงานนี้อาชิเป็นคนคุยเก่ง แต่ไม่ถึงกับชวนอึดอัด เขาเล่าเรื่องตลกเบา ๆ เกี่ยวกับชีวิตนักศึกษาแพทย์ จนมิลินเผลอยิ้มและหัวเราะออกมาหลายครั้ง
ภาพนั้นทำให้หลายคนในโรงอาหารเริ่มหันมอง
ทั้งเพราะอาชิเป็นเดือนคณะแพทย์ที่มีคนรู้จักเยอะอยู่แล้ว และเพราะผู้หญิงที่นั่งอยู่ตรงข้ามเขา…คือมิลิน
อีกด้านของโรงอาหาร
“เนื้อหอมเหมือนกันนี่”
รีน่าพูดขึ้นเบา ๆ พลางยกแก้วน้ำขึ้นจิบ
คำพูดนั้นทำให้สายตาของคนบนโต๊ะค่อย ๆ มองตามไปทางเดียวกันโดยไม่รู้ตัว รวมถึงกองทัพ
ดวงตาคมหยุดนิ่งอยู่ที่ภาพมิลินกำลังนั่งคุยกับผู้ชายอีกคน
เธอกำลังยิ้ม ยิ้มแบบสบายใจ…แบบที่เขาไม่เคยเห็นเธอยิ้มให้คนนอกคนไหนที่ไม่สนิท
กรามหนาค่อย ๆ ขบเข้าหากันอย่างลืมตัว
ทั้งโต๊ะเริ่มเงียบ
กระทิงเหลือบมองหน้าเพื่อน ก่อนจะหันไปสบตากับธีร์และคเชนทร์เพียงแวบเดียว
ไม่มีใครพูดอะไรออกมา
แต่ทุกคนดูออกเหมือนกัน ว่าคนที่นั่งนิ่งที่สุดตอนนี้…กำลังอารมณ์เสีย
โดยเฉพาะเมื่อสายตาของกองทัพยังคงมองไปทางเดิมไม่วาง
รีน่าเองก็สังเกตเห็น
มุมปากของเธอค่อย ๆ ยกขึ้นช้า ๆ แต่แววตากลับเย็นลงกว่าเดิม
เพราะต่อให้กองทัพไม่พูดอะไร ผู้หญิงอย่างเธอก็ดูออกอยู่ดีว่าเขากำลัง ‘หวง’ ผู้หญิงอีกคนอยู่ตรงหน้าเธอ...
