บทที่ 2 กับดักของคนแพ้
ระหว่างที่เดินไปหานั้น ในช่วงจังหวะหนึ่ง เธอรู้สึกไม่สบายใจ แต่คิดว่าตัวเองคงกังวลเกินไป จึงสูดหายใจลึกๆ พยายามรวบรวมความกล้า เดินฝ่าแขกเรื่อที่ยืนจับกลุ่มคุยกัน
สุดท้ายก็เจอเขายืนอยู่มุมหนึ่งของงาน...
กองทัพ อินทลักษ์ ชายร่างสูงที่อยู่ในเสื้อเชิ้ตตัวหลวมกับกางเกงคาโก้ราคาแพง
ชุดที่ดูแล้วสบายมากกว่าเป็นทางการ เขายืนอิงสะโพกอยู่บนตัวรถสปอร์ตสีขาวคันใหม่ ที่ถูกมอบให้เป็นของขวัญวันเกิดเมื่อไม่กี่ชั่วโมงมานี่
แม้จะเป็นชุดที่ดูธรรมดาแต่โดดเด่น ข้างๆ รายล้อมไปด้วยเพื่อนสนิทรุ่นเดียวกัน เสียงหัวเราะดังขึ้นเป็นระยะ
มิลินหยุดเดิน เพื่อรอจังหวะเข้าไป
แม้จะอยู่บ้านเดียวกันแต่น้อยครั้งที่เธอจะเข้าไปเผชิญหน้ากับลูกชายเจ้าของคฤหาสน์ตรงๆ แบบนี้
คืนนี้ เธอกำลังจะเดินเข้าไปหาเขา… แค่คิดก็รู้สึกประหม่า ใจเต้นแรง ขาหนักอึ้ง ทั้งที่ไม่มีอะไรถ่วง
‘ถ้าไม่จำเป็นก็อย่าไปใกล้คุณหนูนักนะลูก’ ประโยคนี้ถูกกำชับจากแม่เสนอ แต่เธอก็ไม่เข้าใจ ไม่มีใครเคยให้ความกระจ่าง...
ครั้นเมื่อหลุดจากความคิด เงยหน้าขึ้นอีกครั้ง เธอก็พบว่า เพื่อนที่ห้อมล้อมเจ้าของวันเกิดก่อนหน้านี่ พากันแยกย้ายหาโต๊ะนั่ง เหลือแค่เจ้าภาพที่ยังยืนอยู่ …
เมื่อได้จังหวะ มิลินจึงเดินเข้าไปหา
“เอ่อ…คุณกองทัพคะ”
สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัดเมื่อหันมาเห็นว่าเป็นใคร
“มีอะไร” ก่อนจะเลื่อนสายตาลงไปยังแก้วในมือของเธอ
คำถามสั้นๆ ทั้งที่เห็นอยู่ว่าในมือเธอคืออะไร
สายตาคมกริบหรี่มองเธอเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะกระตุกมุมปาก
“อย่าบอกนะว่าลูกคนใช้อย่างเธอจะมาแสดงความยินดีกับฉัน เธอคู่ควรเหรอ...”
“คือไม่ใช่นะคะ... ไวน์นี่เป็นของคุณรีน่าฝากมา” พร้อมยื่นแก้วออกไป
เขามองเธอนิ่ง เหมือนไม่อยากเชื่อ
“งั้นเหรอ”
จากนั้นก็ยื่นมือมารับแก้วแล้วกระดกขึ้นดื่ม เหลือไว้เกินครึ่ง
“ยังไงเธอกับแม่ก็เป็นคนใช้ที่นี่มานาน...”
มิลินหน้าเจื่อน ... แสดงว่าเขาไม่เชื่อว่าไวน์แก้วนี่มาจากว่าที่คู่หมั้นสินะ
“จะยืนอยู่ทำไมละ ไปได้แล้ว” เขาพูดไล่
มิลินเลิ่กลั่ก รีบหันหลังจะเดินออก แต่ยังไม่ทันก้าวไปไหน
“เดี๋ยว” เสียงเรียกทำให้เธอหยุด
มิลินหันกลับไปอย่างงงๆ
“ทีหลังอย่าเอาชื่อคนอื่นมาอ้างอีก” กองทัพกระแทกคำพูดใส่หน้า มิลินกำมือแน่น
“ค่ะ” เธอก้มศีรษะให้ แต่พอเงยหน้าขึ้นมาอีกครั้งก็พบว่าคนที่ยืนพ่นคำใส่หน้าเธอเมื่อครู่ สีหน้าของเขาเปลี่ยนไปเล็กน้อย
เขายกแก้วขึ้นมอง ก่อนจะขมวดคิ้วนิดๆ
“นี่เธอ...”
คำพูดของเขาขาดหายไป
มืออีกข้างยกขึ้นแตะขมับราวกับสิ่งที่ดื่มไปมีสิ่งแปลกปลอมผสมอยู่ในนั้น
“มีอะไรหรือเปล่าคะ” มิลินถามออกไปด้วยความเป็นห่วง
เขาไม่ตอบ แต่กลับจ้องกร้าวมาที่เธอ ประหนึ่งไปทำอะไรให้เขาไม่พอใจอีก
“ถ้าคุณกองทัพไม่สบาย มิลินจะไป...”
“ใครสั่ง!” เขาตะคอกใส่ก่อนที่มิลินจะพูดจบ
มิลินชะงัก
“คะ…”
จากนั้นเท้าหนาก้าวเข้ามาใกล้ สายตาเต็มไปด้วยความคุกคาม
“ไวน์นี่…” เขาถามออกมา
“เธอเป็นคนเอามาใช่ไหม”
คำถามนั้นทำให้เธอใจหายวาบ
“ค่ะ ไวน์มีอะไรผิดปกติงั้นหรือคะ...”
เธอนึกไปว่าไวน์แก้วนั้นอาจหมดอายุ หรือ รสชาติผิดปกติไปจากไวน์ทั่วไป
แต่จะหมดอายุ ได้ไง ยิ่งหมักนานยิ่งดีไม่ใช่เหรอ... เธอคิด
“งั้นก็…” เขายกแก้วขึ้นเล็กน้อย ดวงตายังจับจ้องเธอไม่วาง
“…ลองชิมดูสิ”
มิลินนิ่งงัน
“คะ?”
“เธอเอามาเอง ก็ต้องรู้สิว่ามันมีอะไร หรือไม่มีอะไร” น้ำเสียงเรียบ แต่กดดัน
เธอส่ายหน้าเบาๆ
“มิลินทำหน้าที่แค่บริการ ส่วนเรื่องอื่นมิลินไม่รู้ค่ะ”
เธอบอกตามความจริงแต่อีกฝ่ายกลับมองเธอเป็นผู้หญิงที่เถียงคำไม่ตกฟาก
“ปากเก่งแบบเธอ จะกลัวอะไร เอาไปชิมดูซะ” เขาสั่งเสียงกร้าว
มิลินกลืนน้ำลายลงคอ เมื่อเจ้าของงานวันเกิด ยื่นแก้วมาใกล้
“ดื่ม!” เขาเร่งซ้ำ
มิลินมือสั่น แววตาไหวระริกด้วยความเกรงกลัว
...แค่เอาไวน์มาให้ก็โดนต่อว่าหนัก เกิดไวน์ในแก้วมีความผิดปรกติอีก เธอมิโดนเจ้าของงานวันเกิด หักคอตายคามือเหรอ
“หรือจะให้ฉันจับกรอกปากเธอ”
“คือ...”
มิลินกลืนไม่เข้าคายไม่ออก แต่สายตาเร่งเร้า อาฆาตชัด ทำให้เธอรีบตัดสินใจ
มือเรียวรับแก้วนั้นอย่างช้าๆ ของเหลวสีแดง สะท้อนแสงไฟ หากเป็นคนอื่น คงไม่รอที่จะชื่นชมรสชาติและกลิ่นหอมหวานของเครื่องดื่มราคาแพง
หากแต่มิลินเหมือนคนกำลังถูกบังคับให้กินยาพิษ เธอยกแก้วขึ้น ปลายนิ้วสั่น
มิลินหลับตา ก่อนจะกระดกแก้วขึ้น...
“พอ!”
เสียงดังแทรกขึ้น ก่อนที่แก้วไวน์จะถูกดึงออกจากมือเธออย่างรวดเร็ว พร้อมคำพูดเหยียด
“คนอย่างเธอ ดื่มของดีแบบนี้ ไม่คู่ควรหรอก”
มิลินชะงัก เธอไม่เคยมีความคิดที่จะมีส่วนร่วมกับเรื่องเจ้านายอยู่แล้ว “ก็คุณเป็นคนสั่ง...”
“ฉันก็แค่ลองเชิง ไม่คิดว่าเธอจะกล้า” เขาตัดบททันที
และกลายเป็นเธอที่ผิด ไม่คู้ควร ก่อนจะยกแก้วนั้นขึ้นดื่มเองจนหมด จากนั้นก็ยื่นแก้วกลับคืนให้
มิลินรีบรับมาถือไว้
“ไปได้แล้ว”
มิลินพยักหน้า รีบก้าวถอยหลังออกไปอย่างรวดเร็ว เหมือนกับว่าขืนช้าเดี๋ยวเจ้าของวันเกิดจะเปลี่ยนใจ
มิลินเดินกลับเข้ามาในงานเพื่อรอบริการแขก จนกระทั่งเสียงหนึ่งดัง
“เธอดื่มหรือยัง”
เสียงกระซิบดังขึ้นข้างหู มิลินสะดุ้งตกใจ หันไปมอง
“คะ... คุณรีน่า...”
“อืม ฉันเอง... ดื่มไปแล้วเหรอ” รอยยิ้มยังคงอ่อนโยนเหมือนเดิม
คำถาม ทำให้มิลิน เข้าใจว่าในช่วงเวลานั้น การกระทำของเธอถูกจับตาดูอยู่ตลอด
“เอ่อ…ยังค่ะ คุณกองทัพเป็นคนดื่มหมดแก้วค่ะ”
รีน่ากระตุกยิ้มกับคำตอบ
“งั้นเหรอ...” เธอหัวเราะเบาๆ
“ขอบใจนะ”
มิลินพยักหน้ารับคำขอบคุณ
“แล้ว…รู้ไหมตอนนี้เขาไปไหน” รีน่าถามต่อ
“ก็อยู่ตรง...”
มิลินหันไปมอง แต่กลับพบว่า จุดที่กองทัพยืนอยู่เมื่อครู่ว่างเปล่า
“เมื่อกี้ยังอยู่…”
