บทที่ 5 ความจริงที่กัดกิน
แสงแดดอ่อนลอดผ่านผ้าม่าน สาดส่องลงบนเตียง มิลินลืมตาขึ้นช้าๆ ร่างกายหนักอึ้ง ความรู้สึกบางอย่าง… ยังคงอยู่
ความเจ็บหน่วง ทำให้ภาพเมื่อคืน… ไหลย้อนกลับมา คำพูดดูแคลน สายตาสมเพช ทุกอย่างยังชัดเจน
“อย่าสำคัญตัวผิด…เธอก็แค่ลูกคนใช้” เสียงของเขา ยังก้องอยู่ในหัว ซ้ำไปมา
มิลินหลับตาลงอีกครั้ง แต่รอบนี้ ไม่มีน้ำตาไหลออกมาแล้ว เหมือนมันหมดไปตั้งแต่เมื่อคืน เหลือเพียง…
ความว่างเปล่ากับบางอย่างที่หายไปและไม่มีวันได้คืนกลับมาเหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว...
เช้าวันจันทร์ ที่มหาวิทยาลัย ดูเหมือนจะปกติ
แต่สำหรับมิลินเธอไม่ได้รู้สึกเช่นนั้น เพราะทุกที่ที่เธอเดินผ่าน เหมือนเธอเป็นเป้าสายตา พร้อมเสียงซุบซิบที่ไปในทำนอนเดียวกัน
มิลินภาวนาในใจขออย่าให้เป็นเธอ ที่ทุกคนกำลังพูดถึง... แต่ดูคำขอของเธอไม่เป็นผล
“ใช่น้องคนในคลิปหรือเปล่า” เสียงหนึ่งดังขึ้น
มิลินชะลอฝีเท้า เพื่อให้แน่ใจว่าสิ่งที่ทุกคนกล่าวถึงเป็นใครกันแน่
“ไหน ดูซิ... ใช่คลิปอันเดียวกับที่ฉันเห็นหรือเปล่า”
“อ้าว มีหลายคลิปเหรอ”
“มีบอกมาอย่างนั้นนะ”
“ใช่เหรอ... งั้นต้องกลับไปดูใหม่…”
“ฉันมีหนึ่งคลิป จะดู...”
แล้วเสียงกระซิบก็เงียบลงทันที ที่มิลินเดินมาใกล้ มิลินเหลือบตาไปมองหญิงสาวกลุ่มนั้น
และเหมือนทุกคนจะมองเธออยู่แล้ว แต่พอเธอหันไปมองทุกคนก็พากันหลบสายตาไม่กล้าสู้หน้า
มิลินกำหนังสือในมือแน่นจากนั้นก็รับสาวเท้าเดินออกไปด้วยความสับสนและครางแครงใจ
หากเป็นคลิปของเธอในคืนวันงาน แล้วใครเป็นคนถ่าย...
ในห้องเรียนคณะบริหารธุรกิจ
ชั้นสามของอาคารเรียนรวม ห้องขนาดกลางที่จัดโต๊ะเป็นแถวไล่ระดับเหมือนห้องเลคเชอร์ขนาดย่อม
แอร์เย็นจัดปะทะกับอากาศร้อนด้านนอกจนกระจกหน้าต่างขึ้นฝ้าบางๆ กระดานไวท์บอร์ดด้านหน้ามีสไลด์วิชา เปิดค้างอยู่
เสียงนักศึกษาคุยกันจอแจสลับกับเสียงกดปากกาและเก้าอี้เลื่อนครูดพื้นเป็นระยะ
มิลินเดินเข้ามาช้าๆ ก่อนทรุดนั่งลงที่โต๊ะตัวประจำแถวกลาง จุดที่มองเห็นชัดแต่ไม่เด่นเกินไป
มือเรียววางกระเป๋าลงเบาๆ ราวกับไม่อยากให้ใครสังเกต เธอยังไม่ทันได้หยิบสมุดออกมา
“มิลิน” เสียงเพื่อนผู้หญิงจากโต๊ะด้านหลังเรียกขึ้น
ทำให้เธอชะงักเล็กน้อย ก่อนจะค่อยๆ หันไปมอง อีกฝ่ายยื่นมือถือมาให้
“นี่…เธอหรือเปล่า”
ภาพในหน้าจอ ทำให้โลกทั้งใบหยุดนิ่ง ภาพจากมุมสูงของกล้อง บริเวณโถงคฤหาสน์ในคืนงานวันเกิด
เธอ…กำลังถือแก้วไวน์ กำลังยื่นให้กองทัพ
ภาพสั้นๆ ไม่กี่วินาที แต่ถูกตัดต่อให้วนซ้ำ พร้อมแคปชันใต้คลิป
“เด็กบัญชีวางยาจับคู่หมั้นคนอื่น”
มือของมิลินเย็นเฉียบ
“ไม่ใช่ อย่างนั้นนะ” เธอกัดฟันบอก
“ไม่ใช่อย่างนั้น แปลว่าคนในคลิปก็คือเธอจริงๆ ใช่ไหม”
มิลินหน้าเจื่อน หันกลับมานั่งตัวแข็งอยู่บนเก้าอี้ แต่เสียงพูดคุยกระแหนะกระแหนยังดังตามมาไม่เลิก
“กล้าดีนะ”
“หน้าตาก็ดูเรียบร้อยดีอยู่หรอก แต่ไม่น่าเลย…”
“ได้ข่าวว่าเป็นลูกคนใช้ด้วยนิ”
“อ่า อยากเป็นหนูตกถังข้าวสารว่างั้น”
มิลินกัดฟันนั่งทนฟัง
“แบบนี้แหละ น่ากลัว... คนในบ้าน” เสียงซุบซิบและสายตาเริ่มจับจ้องมาที่เธอ
มิลินวางมือบนโต๊ะ พยายามกลั้นใจ หากลุกหนี นั่นเท่ากับว่าเธอยอมรับความจริง ทั้งที่ความคิดพวกนั้นไม่ได้อยู่ในหัวเธอ...
เป็นอีกวันที่มิลินต้องเดินตัวลีบเข้ามหาฯลัย
คาบแรกมิลินมีเรียนวิชากลางที่ตึกวิศวะ ทางลัดเดียวคือผ่านลานเกียร์
ลานกว้างถูกยึดไปด้วยนักศึกษาปีหนึ่ง เสียงเฮดว้ากของรุ่นพี่ตะโกนคำสั่งดังลันบริเวณ
“ยืนตรง!”
“เสียงดังกว่านี้!”
“ไม่ได้กินข้าวมาหรือไง”
“อีกครั้ง!”
“ทำต่อไปจนกว่าจะพร้อม!”
ทุกคำสั่งที่สั่งลงมาเด็ดขาดจนรุ่นน้องแต่ละคนสะดุ้งขานรับกันเสียงหลง แต่ท่ามกลางความตึงเครียดนั้น
สายตาหลายคู่กลับลอบมองไปทางด้านหน้า กลุ่มรุ่นพี่ที่ยืนคุมอยู่ไม่ได้มีแค่ความน่าเกลงขามและดุดัน แต่กลับมีเสน่ห์ดึงสายตาคนมอง ให้ไม่อยากละไปไหน
โดยเฉพาะ...กองทัพรุ่นพี่เดือนมหาฯลัย
เขายืนเด่นในชุดช็อปพอดีตัว แววตานิ่งสนิทจนดูน่ากลัว แต่ความนิ่งสนิทนั้น แต่กลับดูดุดันจนคนถูกมองต้องก้มหน้าหลบ
แค่เขาปรายตาจ้องมาแวบเดียวก็เป็นที่รู้กันว่าอย่าล้ำเส้นและอย่าคิดจะมาลองดีกับคนอย่างเขาเป็นอันขาด
กระนั่นทำให้หลายคนตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า นั้นคือเสน่ห์ร้ายๆ ที่ทุกคนต่างอยากเข้าไปสัมผัส...
ยิ่งเขาดุ กลับยิ่งน่ามอง ยิ่งเขาเสียงเข้มกลับยิ่งดึงดูด
ทั้งที่รู้ว่าเขาอันตราย แต่กลับมีบางอย่างที่ทำให้ใครหลายคนอยากเสี่ยงเข้าหาดูสักครั้ง...
มิลินเร่งฝีเท้าเพื่อให้พ้นบริเวณนั้นไป แต่หูเจ้ากรรมกับไวต่อเสียงเรียก แม้ประโยคนั้นไม่ได้เจาะจงว่าเรียกใครก็ตาม
“นี่เธอ”
เสียงผู้ชายดังขึ้นจากด้านหลัง แต่เธอยังคงเดินต่อ
“กองทัพเรียกนะ”
เท้าในรองเท้าคัชชูหยุดกึกทันที
ไม่ใช่เพราะอยากหัน แต่เพราะชื่อของเขา… ทำให้ร่างกายเธอชะงักเอง
“หึ เห็นไหม บอกแล้วว่าใช้ชื่อมึงได้ผล”
“ไอ้เหี้ย อย่าเอาชื่อกูไปอ้างมั่ว” เสียงทุ้มของกองทัพดังแทรก
“อ้าว ไม่งั้นน้องมันจะหันเหรอวะ” อีกคนหัวเราะ
“หรือจะให้กูเรียกตรงๆ ว่าเด็กรับ...”
“มึงหยุดก่อนที่ตีนกูจะไปแปะหน้ามึง”
น้ำเสียงห้วนหนักกว่าเดิมตะคอกใส่เพื่อน
ในขณะที่ประโยคนั้นไม่ได้ดัง แต่ชัดพอให้เลือดในกายมิลินเย็นวาบ ...ไหนบอกว่าจะไม่พูดถึง ต่างคนต่างอยู่ มิลินคิด
“น้องชื่อมิลินใช่ปะ” ครานี้เสียงทุ้มตะโกนเจาะจงชื่อ
มิลินกำมือแน่น พยายามทำไม่ได้ยิน เท้าก็ก้าวต่อให้ไวกว่าเดิม แต่เหมือนยิ่งช้าลง
“สวยดี… ไม่แปลกที่มึงจะเก็บไว้”
เสียงหัวเราะดังประสานกันอีกครั้ง เหมือนสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นเป็นแค่เรื่องสนุก
มิลินกำมือแน่นขึ้น เล็บบางๆ จมไปใต้ผิวหนังจนรู้สึกเจ็บ เธอรู้ว่าควรเดินไปให้ไกล จะไม่ได้ยินคำพูดพวกนี้
แต่ความรู้สึกถูกมอง ถูกพูดถึง ทำให้ทุกก้าวหนักอึ้ง โดยที่กองทัพยืนอยู่ตรงนั้น ไม่ได้ห้ามปรามหรือหยุดมัน!
