บทที่ 6 เจ้ากรรมนายเวร
หลังเลิกเรียน
มิลินกำลังเดินออกจากห้อง ระหว่างทางเดินมีนักศึกษาผู้หญิงหน้าตาดีมายืนกั้นทางไว้
เมื่อไม่รู้จัก ไม่คุ้นหน้ามิลินจึงถาม “มีอะไรหรือเปล่าคะ”
“มีแน่นอน...”
“แต่เราไม่เคยเจอกัน...”
“ไม่เจอ ก็ใช่ว่าจะไม่รู้จัก... ตอนนี้คนทั้งมหาลัยรู้จักเธอดี กว่าตัวเธอเองด้วยซ้ำมั่ง” อีกฝ่ายลอยหน้าลอยตาพูด
“งั้นก็ว่ามาค่ะ” มิลินตัดจบสีหน้าเหนื่อยหน่าย
“รุ่นพี่อยากเจอเธอ”
ประโยคคำพูดสั้นๆ ทำให้รุ่นน้องอย่างเธอต้องขมวดคิ้วทันที เพราะเพิ่งเข้าเรียนได้ไม่นาน แทบไม่รู้จักใคร
“ผิดคนหรือเปล่าคะ”
“ชื่อมิลินใช่ไหม...”
มิลินคิ้วขมวด อีกฝ่ายก็พูดขึ้น
“งั้นก็ไม่ผิดหรอก”
มิลินเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจเบาๆ
“ตามมา”
ประโยคคำสั่ง แม้ไม่ชอบแต่มิลินก็จำใจเดินตาม เพราะคิดว่า หากปฏิเสธไป เรื่องอาจไม่จบแค่วันนี้...
หน้าห้องน้ำของมหาวิทยาลัย มิลินกลืนน้ำลายลงคอ หันมองรุ่นพี่ที่หยุดนิ่งไม่เดินต่อ
“เข้าไปสิ”
มิลินลังเล ...พามาแล้วปล่อยให้เข้าไปคนเดียวนี่นะ
“เอ้า ยืนนิ่งอยู่ทำไม เข้าไปซิ!” เสียงแหลมเร่ง
มิลินจึงต้องเดินเข้าไปเพียงลำพัง
ด้านในเงียบสนิท
เงียบ…จนได้ยินลมหายใจตัวเอง จนสายตาของเธอปะทะเข้ากับสาวสวยหุ่นดี ซึ่งมิลินจำได้ดี
“คุณรีน่า...” เธอเปรยขึ้นเบาๆ
รีน่ายืนอยู่หน้ากระจกปลายนิ้วเรียวแตะลิปสติกสีเข้ม ค่อยๆ เกลี่ยอย่างใจเย็นไม่รีบร้อน
“มาแล้วเหรอ...”
คำพูดที่มองไม่ออกว่ากำลังอยู่ในอารมณ์ไหน แต่มิลินก็ก้าวเข้าไปหยุดอยู่ใกล้ๆ แล้วพูดขึ้น
“ไม่คิดว่าเป็นคุณ...”
“คาดไม่ถึงละสิ”
“ค่ะ งั้นขอถามนะคะ”
“ถามมา...”
“เรื่องคลิปนั่น…” เสียงเธอเบา แต่พยายามประคองให้ชัด
“เป็นของคุณใช่ไหมคะ”
สีหน้าที่เคยเรียบของรีน่าหายไปในพริบตา ลิปสติกราคาแพงในมือถูกโยนทิ้งอย่างไม่แยแส
วินาทีถัดมา
เพียะ!
ใบหน้ามิลินหันไปตามแรงฟาด แรงจนหูอื้อ
เธอค่อยๆ หันกลับมา ในขณะที่รีน่าจ้องเขม็ง ก่อนจะยิ้มและเป็นยิ้มที่เต็มไปด้วยความเหนือกว่า
“คำถามแบบนั้น… ลูกคนใช้อย่างเธอ มีสิทธิ์ถามด้วยเหรอ”
มิลินนิ่งไปเสี้ยววินาที ก่อนจะถามกลับ ไม่ดัง…แต่ชัดว่าเธอไม่พอใจคำประโยคนั้น
“ลูกคนใช้…ไม่ใช่คนเหรอคะ”
รีน่าหรี่ตาลงเล็กน้อย รอยยิ้มผุดขึ้น
“เป็นสิ...” เธอตอบแล้วมองหญิงสาวตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้า
“แต่เป็นคนประเภทที่ไม่รู้จักประมาณตัว หน้าด้าน…แล้วก็ชอบแย่งของคนอื่น”
ประโยคสุดท้ายเน้นชัด... มิลินกำมือแน่น
“หมายความว่าไงคะ”
รีน่าหัวเราะในลำคอ
“อย่าทำเป็นใสซื่อ” เท้าเรียวก้าวเข้ามาอีกก้าว
“อยากได้พี่กองทัพ…จนยอมเอาตัวเข้าแลก แบบนี้เขาเรียกว่าอะไร”
มิลินหน้าซีดลงทันที
แก้มที่โดนตบยังแสบร้อน แต่กลับไม่เจ็บเท่าคำพูดเมื่อครู่
“มีคนมา!”
เสียงเพื่อนที่ยืนดูต้นทางดังขึ้น ทำให้รีน่าชะงัก
เธอถอนหายใจอย่างหงุดหงิด
“เรื่องนี้ยังไม่จบ” นิ้วเรียวชี้ตรงมา “จำไว้…ลูกคนใช้อย่างเธอ ไม่มีวันขึ้นมายืนข้างพี่กองทัพได้”
พูดจบ ก็รีบคว้ากระเป๋าเดินออกไป แต่ยังไม่วาย หันกลับมาส่งสายตาอาฆาต…
ประตูปิดลง
ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง
มิลินยืนนิ่งอยู่ที่เดิม มือเรียวค่อย ๆ ยกขึ้นแตะแก้มตัวเองช้า ๆ
มันยังชา เหมือนทุกอย่างเพิ่งเกิดขึ้น จนร่างกายยังตั้งรับไม่ทัน
ดวงตาคู่สวยสั่นไหว ก่อนเจ้าตัวจะสูดหายใจลึก ๆ พยายามกลืนความน้อยใจ ความอับอาย ทั้งคำดูถูก ที่สุมกันเข้ามาลงท้อง จากนั้นก็ยืดตัวขึ้นช้า ๆ แล้วเดินออกไปอีกคน
ทางเดินที่ทอดยาวหน้าตึก มิลินกำลังเร่งฝีเท้าเพื่อออกจากตึกมหาฯลัย ให้ทันรถโดยสาร ในขณะที่แก้มด้านซ้ายยังชาไม่จาง
เธอกำสายกระเป๋าแน่น ตั้งใจจะกลับบ้านให้เร็วที่สุด ไม่อยากเจอใคร ไม่อยากได้ยินอะไรอีก
“มิลิน”
เสียงนั้น... ทำให้เท้าเรียวหยุดทันที
แม้ไม่เห็นหน้า เธอก็รู้ว่าเป็นใคร หัวใจบีบแน่นโดยอัตโนมัติ เขาต้องการอะไร หรืออยากให้เธอหายไปจากโลกนี้เลย...
เธอคิดด้วยความคับแค้นใจ แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้
“จะรีบไปไหน”
กองทัพยืนพิงรถอยู่ไม่ไกล เขาเปลี่ยนจากชุดมหาฯลัยเป็นเสื้อเชิ้ต ที่ถูกปลดกระดุมคอลงไปสี่เม็ด จนเห็นแผงอกล่ำ ท่าทางดูสบาย…แต่กลับกดดันคนที่เห็นตรงหน้า
อย่างแกล้งโง่
มิลินสูดหายใจลึกๆ พยายามไม่มองสบตาเขาไปตรงๆ
“มิลินจะกลับบ้าน คุณกองทัพมีธุระอะไรหรือเปล่า”
เธอถามกลับ โดยทิ้งสายตาไปทางอื่น
กองทัพยิ้มมุมปาก
“เธอยังกล้ากลับไปอีกเหรอ”
มิลินหันมอง คิ้วเรียวขมวดเข้าหากัน แปลกใจในคำถามของอีกฝ่าย
ทำไมเธอจะกลับไปไม่ได้ ในเมื่อไม่ได้ทำอะไรผิด หรือ...
มิลินชะงัก
มิลินหน้าเสีย
“ไม่เข้าใจค่ะ ว่าคุณกองทัพจะพูดอะไร...”
“ไม่ต้องแกล้งโง่” เขาตัดบท ก่อนจะดันตัวออกจากรถ เดินเข้ามาใกล้ ทีละก้าว…ช้าๆ
“ทำเป็นไม่รู้อะไรเลย” เขาหัวเราะในลำคอ “เก่งนี่”
ยิ่งเขาเข้าใกล้ มิลินก็ยิ่งถอย
“คืนนั้นยังไม่พอ...” เขาเอ่ยต่ำ
“หรืออยากได้มากกว่านั้น”
มิลินหน้าซีด
“คุณกองทัพพูดแบบนี้ หมายความว่าไงคะ”
‘ตรงไหนที่เธอทำให้เขาคิดเช่นนั้น...’ อยากถาม แต่ก็คงได้แค่คิด
“เธอคิดว่าฉันดูไม่ออกหรือไงว่าเธอเล่นอะไรอยู่”
คำว่า ‘เล่น’ ทำให้มิลินอยากร้องไห้
...มีแต่คนบ้าเท่านั้นที่แหละ ที่กล้าเอาร่างกายไปให้คนที่เกลียดเล่น
เธอไม่เคยหวัง ไม่เคยคิด แต่เหมือนยิ่งไม่ต้องการ ทุกอย่างก็รุมกันถาโถมเข้ามา
“จากเด็กในครัว…มาถึงตรงนี้ได้ไวดีนะ”
แล้วสายตาก็ไล้มองหญิงสาวในชุดนักศึกษาพอดีตัว ผมยาวถูกปล่อยทิ้งสลวยไหวไปตามแรงลม ใบหน้ารูปไข่แต่งไว้บางๆ
มิลินเป็นผู้หญิงที่ดูสวยสะดุดตาแม้จะไม่แต่งหน้าก็ตาม...
คิดบ้าอะไรวะ!
แล้วสลัดความคิดที่ผุดขึ้นในหัวทิ้ง แต่ไม่วายคำพูดของเพื่อนในกลุ่มก็ดังย้ำขึ้นอีก...
‘นี่หากมึงไม่บอกว่าน้องเขาเป็นคนใช้ในบ้างมึง กูนึกว่าเป็นลูกนักการเมืองหรือนักธุรกิจ... ดูรูปร่าง ผิวพรรณ แหม่งเห็นแล้วกูอยาก...’
‘มึงหุบปากสกปรกๆ ของมึงเลยนะ’
‘อ้าวไอ้เพื่อนเหี้ย ของแบบนี้มันห้ามกันได้ที่ไหน มึงไม่ชอบ แต่กูชอบนี่’
‘ให้พ่อมึงรวยเท่าพ่อกูเถอะ บางที...เขาอาจจะกระโจนใส่มึงก็ได้’
‘ไอ้ห่ากอง! มึงจะแรงหาพ่อมึงเหรอ’
จบประโยคย้อนใส่เพื่อนรักจบ เสียงหัวเราะรอบทิศก็ดังขึ้นเหมือนกองเชียร์ที่เชียร์บอลอยู่ข้างสนาม แม้ใจอยากต่อยปากเพื่อน แต่หากทำเช่นนั้นไปเพื่ออะไร...
