บทที่ 8 แผลในใจ
จากนั้นกระจกก็เลื่อนปิด แล้วรถสปอร์ตคันหรูค่อย ๆ เคลื่อนตัวออกไป
ทิ้งเธอไว้ข้างถนน ทั้งที่คนเจ็บนั่งอยู่บนพื้นเพราะฝีมือเขา แต่สายตาคู่นั้นกลับไม่มีความรู้สึกผิดเลยสักนิด เหมือนกับว่าไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้น...
ตลอดทางกลับคฤหาสน์ กองทัพเปิดเพลงคลอเบา ๆ นิ้วยาวเคาะพวงมาลัยตามจังหวะไปด้วย
ไม่นานรถก็เลี้ยวเข้ามาในคฤหาสน์
เครื่องยนต์ดับลง สีหน้าเหมือนคนได้ของถูกใจ ในมือยังแกว่งกุญแจรถเล่น
ภายในห้องรับแขก เกริกที่นั่งอ่านเอกสารอยู่บนโซฟาเงยหน้าขึ้นมองลูกชายทันที
ตอนแรกเขาคิดว่าตัวเองคงอารมณ์ดีขึ้น ที่อย่างน้อยลูกชายก็ยอมกลับบ้านตามคำสั่ง
แต่พอมองไปด้านหลัง กลับไม่มีร่างของเด็กสาวที่เขาสั่งให้รับมาด้วย
คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันทันที “แล้วหนูมิลินล่ะ”
คำถามนั้นทำให้กองทัพชะงักไป ก่อนจะยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจ
“ไม่รู้สิ ตัวไม่ได้ติดกันสักหน่อย”
พูดจบก็เดินไปทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาอีกฝั่งอย่างสบายอารมณ์
เกริกมองลูกชายเขม็ง
ยิ่งเห็นท่าทีไม่ทุกข์ร้อนของอีกฝ่าย อารมณ์ก็ยิ่งเดือดขึ้นมา
แต่กองทัพกลับยกยิ้มกวน ๆ
“อะไรครับ... กลัวเธอกลับบ้านไม่ถูกหรือไง”
“กองทัพ” น้ำเสียงเข้มขึ้นทันที
ทว่าคนถูกดุกลับยิ่งเอนตัวพิงโซฟาเหมือนสนุก
“ก็ไม่เห็นพ่อจะสนใจผมเท่าลูกคนใช้เลยนี่ครับ”
เกริกหน้าแดงขึ้นมาทันที
“เขาไม่ได้เป็นลูกคนใช้”
“อ้าว” กองทัพหัวเราะเบา ๆ
“แล้วคืออะไร...” เขาหรี่ตา ชั่งใจแล้วพูดต่อ “คนของบ้านนี้...” เขาเว้นจังหวะ ดวงตาคมฉายแววประชดประชันชัดเจน “หรือ... คนโปรดของพ่อ”
“ไอ้กองทัพ!”
เสียงตวาดดังลั่น
แต่กองทัพกลับยิ่งสะใจ
เขาเอนตัวมาข้างหน้าเล็กน้อย ก่อนพูดต่อช้า ๆ
“คนใช้เขาทำงานแลกเงินก็จริง... แต่พ่อหวงเธอซะยิ่งกว่าลูกตัวเองอีก”
กรามของเกริกกระตุกแน่น
“คนเรามีศักดิ์ศรีเท่ากันหมด ต่อให้เขาทำงานที่นี่ เขาก็ไม่ได้ต่ำกว่าใคร”
กองทัพหัวเราะออกมาเบา ๆ
“งั้นเหรอ ผมนึกว่า…อยู่ใต้เท้าพ่อมาตลอดซะอีก” เขาหยุดไปนิด ก่อนยกยิ้มร้าย “อ้อ หรือจริง ๆ ไม่ได้อยู่ใต้เท้า แต่อยู่บนเตียงแทน”
“ไอ้กองทัพ!”
เกริกลุกพรวดขึ้นทันที สีหน้าโกรธจัดจนเส้นเลือดขึ้นที่ขมับ
แต่คำด่าที่กำลังจะหลุดออกมากลับชะงักลง
เมื่อมีเสียงตะโกนโหวกแหวกอยู่ด้านหน้าคฤหสาน์ ก่อนที่สาวใช้จะเดินหน้าตื่นผ่านมา เกริกจึงหันไปถาม
“ใครมาตะโกนโวยวายอยู่หน้าบ้าน”
“ลุงสนค่ะ”
“สนไหน...
“คนสวนท้ายซอยที่เคยมาตัดต้นประดู่ให้คุณท่านเมื่อสองเดือนก่อนค่ะ”
“เหรอ แล้ววันนี้มีงานอะไรให้แกทำ”
“ไม่ค่ะ แกแวะมาบอก คุณมิลินเกิดอุบัติเหตุ แต่ชาวบ้านแถวนั้น ช่วยกันส่งไปโรงพยาบาลค่ะ อิฉันเลยจะไปแจ้งแม่นวลให้ตามไปดูค่ะ”
เกริกตกใจหน้าซีด “งั้นก็ไปเถอะ” แล้วทิ้งตัวลงนั่ง
หมดอารมณ์ด่าลูกชาย แต่กองทัพเห็นอาการผู้เป็นพ่อก็หงุดหงิดสายตา
“สำออย!”
แม้เสียงไม่ดังมาก แต่คนนั่งอยู่ใกล้ได้ยินชัดเจน
เกริกหันไปมองลูกชาย สีหน้านั้นเมินเฉย ราวกับเรื่องที่ได้ยินเป็นเพียงเรื่องน่ารำคาญ
“แกว่าอะไรนะ...” ดวงตาของเกริกค่อย ๆ แข็งขึ้น “แกเห็นเธอ?”
กองทัพยกยิ้มมุมปาก ไม่ตอบ และความเงียบ…ชัดยิ่งกว่าคำพูด
“แกเห็น...” น้ำเสียงของผู้เป็นพ่อเข้มขึ้น “แล้วแกไม่คิดช่วย กลับทิ้งไว้แบบนั้น?”
กองทัพหัวเราะในลำคอเบา ๆ
“ก็ยังไม่ตายนี่ครับ”
“ไอ้...”
เกริกกำหมัดแน่นจนมือสั่น
เขามองลูกชายตรงหน้าอย่างไม่อยากเชื่อ
บางครั้ง…เขาก็รู้สึกว่าในตัวกองทัพมีบางอย่างผิดเพี้ยนไปไกลกว่าที่ใจคิดไปมาก
แต่คนถูกมองกลับยิ่งอารมณ์ดี
ภาพมิลินล้มยังติดอยู่ในหัว แววตาที่ทั้งตกใจทั้งเจ็บ
ยิ่งคิด มุมปากของเขาก็ยิ่งกระตุกขึ้นอย่างพอใจ
ถ้าพ่อรู้ว่าเป็นฝีมือผม จะทำหน้าแบบไหนนะ...
คิดแล้วก็แทบหลุดหัวเราะ
ในจังหวะนั้นเอง
นวลวิ่งลนลาน สีหน้าตื่นซีดออกมา ซึ่งเกริกและกองทัพนั่งอยู่
เกริกเห็นก็ลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว “เดี๋ยวให้สงขับรถไปส่ง”
นวลชะงัก ก่อนรีบก้มหน้าลงเหมือนเพิ่งนึกได้ว่ากำลังยืนอยู่ต่อหน้าใคร
“ไม่เป็นไรค่ะคุณเกริก”
เธอพยายามฝืนยิ้มแล้วพูดขึ้น “นวลให้เด็กเรียกแท็กซี่ไว้แล้วค่ะ”
“แต่...”
“ขอตัวก่อนนะคะ”
พูดจบก็รีบเดินออกไป
เกริกมองแผ่นหลังของนวลนิ่ง ๆ
ก่อนสายตาของเกริกจะค่อย ๆ หันกลับมาหาลูกชายอีกครั้ง แต่คราวนี้ไม่มีความโมโหแล้ว กลับมีเพียงความผิดหวัง
“ฉันเลี้ยงแกพลาดตรงไหนวะ…”
เสียงนั้นเบามาก แต่กลับทำให้รอยยิ้มบนใบหน้ากองทัพค่อย ๆ จางลงทีละนิด
เขานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนหัวเราะออกมา
“พลาดตั้งแต่แม่ไม่อยู่แล้วล่ะ”
ห้องทั้งห้องเงียบลงทันที
สีหน้าของเกริกเปลี่ยนไปเล็กน้อย
นานแค่ไหนแล้ว…ที่ลูกชายไม่พูดถึงผู้หญิงคนนั้น
“แกยังไม่เข้าใจ ที่พ่อเคยพูด...”
“คำพูดพ่อ?” กองทัพพูดแทรกขึ้น “คิดว่าผมเชื่อจริง ๆ เหรอ”
เขาเงยหน้าขึ้นมองคนตรงหน้า ดวงตาเต็มไปด้วยแรงกระแทกบางอย่างที่เก็บไว้มานาน
“พ่อก็แค่ผู้ชายคนหนึ่ง... ที่ไม่กล้ายอมรับว่าตัวเองว่าทำให้ชิวิตของผู้หญิงคนหนึ่งพัง”
เกริกนิ่งไป กรามหนาขบกันแน่น
“แล้วแบบนี้จะให้ผมนับถือพ่อยังไง”
“นี่แก…”
“ถ้าพ่อคิดว่าผมเลว...” กองทัพยกยิ้มบาง ๆ “ก็คงได้มาจากพ่อนั่นแหละ”
เกริกมองลูกชายอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโยนลงบนโต๊ะ
หน้าจอที่ยังสว่าง ทำให้เห็นคลิปที่กำลังเคลื่อนไหวชัดแจน
“ถ้างั้นก็เป็นลูกผู้ชายให้สมกับที่ปากดี รับผิดชอบสิ่งที่แกทำด้วยแล้วกัน”
กองทัพก้มลงมองหน้าจอเพียงแวบเดียว แววตาของเขาสั่นไหวเล็กน้อย แต่เพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้น ก่อนรอยยิ้มเย็นชาจะกลับมาอีกครั้ง
“จะให้ผมรับผิดชอบ เหมือนที่พ่อเคยยืดอกรับผิดชอบผู้หญิงคนนั้น...”
“กองทัพ!”
“จนแม่ทิ้งผมไปน่ะเหรอ”
