บทที่ 5 "ทาส"

“เฮ้ย! นั่นใครวะ!” เสียงตะโกนดังลั่นเหมือนฟ้าร้องในใจ หัวใจของสายน้ำเหมือนถูกบีบรัดจนแทบหยุดเต้น ความหวังที่จะหนีรอดค่อย ๆ เลือนหายไปในพริบตา

“อึก ซวยแล้ว” ลมหายใจถี่หนักดังก้องในอก สายน้ำรู้สึกเหมือนโลกทั้งใบถล่มทลาย

“แฮก” แรงที่เคยมีเริ่มจางหาย ร่างกายเหมือนถูกถอดแรงไปทีละนิด ความสิ้นหวังถาโถมเข้ามาจนเขาแทบจะตายเสียตรงนี้

“เฮ้ย มึงจะไปไหนวะ” เสียงเยาะเย้ยทำให้สายน้ำรู้สึกว่าตัวเองตัวเล็กลงเรื่อย ๆ ความหวังในการหลุดพ้นเหมือนถูกฉีกเป็นชิ้น ๆ

“อุ๊บ!” สายน้ำปิดปากตัวเอง คนตัวเล็กหลบอยู่หลังต้นไม้ใหญ่ เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าเดินเข้ามาใกล้ ๆ ตัว

“แฮก ฮึกฮือ อึก” น้ำตาร่วงโรยราวกับไม่อาจยับยั้ง ความเจ็บปวดทั้งกายและใจถาโถมเข้ามาไม่หยุดหย่อน

นี่สินะที่เขาบอกว่าคนน่ากลัวกว่าผี และความตายอาจไม่น่ากลัวเท่าจิตใจมนุษย์

“มึงคิดเหรอวะ ว่ากูจะหามึงไม่เจอ” ความเงียบกลืนกินความหวังจนหมดสิ้น เหลือไว้เพียงความว่างเปล่าและความเจ็บปวดที่ไม่มีใครเห็น สายน้ำนั่งตัวสั่นเทาอยู่หลังต้นไม้ พยายามกลั้นเสียงไม่ให้หลุดรอด

“หึ อยู่นี่เอง หนูสกปรก” มันหาตัวสายน้ำเจอแล้ว สายน้ำไม่รู้มันเป็นใคร แต่ดูแล้วคงไม่พ้นว่าเป็นหนึ่งในผู้คุมทาสที่กำลังเดินลาดตระเวน

“โอ๊ย” เสียงเจ็บปวดดังออกมาไม่อาจกลั้นได้ ร่างกายและจิตใจบอกให้รู้ว่าความหวังสิ้นสุดลงแล้ว มันกระชากตัวให้สายน้ำลุกขึ้น

“ปล่อยนะ!” คำร้องขอที่สิ้นหวัง แต่ก็รู้ดีว่าจะไม่มีใครได้ช่วยเหลือเขาได้ มันจับสายน้ำอุ้มพาดบ่าแล้วเดินไปที่ห้องใต้ดิน สถานที่คุมขังทาสอีกครั้ง สายน้ำทั้งดีดดิ้นทั้งทุบตีแต่ก็สลัดไม่พ้น

“มีหนูหลุดออกจากรูว่ะนาย” ทันทีที่มันเห็นนายใหญ่ของโรงค้าทาสมันก็เอ่ยรายงานสถานการณ์ทันที

“จับมันไปขังไว้ แล้วล่ามมันซะ”

ตุ้บ! ร่างเล็กถูกโยนกระแทกลงกับพื้น ความเจ็บถาโถมจนแทบขาดใจ น้ำตาไหลพราก หัวใจแทบจะแตกเป็นเสี่ยง ๆ

“เข้าไป อย่าให้กูรู้ละว่ามึงคิดจะหนี แล้วใครที่คอยช่วยมึงกูไม่เอาไว้แน่” เสียงคุกคามที่โหดร้ายยิ่งกว่าการทำร้ายร่างกาย ไม่ใช่แค่ขู่ แต่มันทำจริง ไม่มีแล้วความหวังที่จะมีชีวิตอิสระของสายน้ำ

สายน้ำเคยวาดฝัน ถ้าเขามีโอกาสได้เรียนหนังสือ ได้มีโอกาสทำงาน เขาจะเก็บเงินมาดูแลยายแม้นและตาคงให้อยู่สุขสบาย แต่ทว่าตอนนี้ความฝันทุกสิ่งทุกอย่างของสายน้ำมันมลายหายไปจนหมดสิ้นแล้ว

เคร้ง! เสียงลงกุญแจห้องขังดังขึ้นพร้อมกับผู้คุมขังที่จากไป ดำที่เห็นสายน้ำก็ค่อย ๆ เดินเข้ามาหาอย่างช้า ๆ สายน้ำไม่กล้าสู้หน้าอีกฝ่าย น้าดำอุตส่าห์ยอมช่วยให้เขาหนี แต่เขากลับหนีไม่พ้น

“น้า ฉันขอโทษ” น้ำเสียงสั่นเครือราวกับความหวังครั้งสุดท้ายที่เคยมีได้สูญสลายไปจนสิ้นเสียแล้ว

“กูบอกมึงแล้วว่ายังไงก็หนีไม่พ้น เฮ้อ มึงทำใจเถอะว่ะ” ดำพูดพลางส่ายหน้า

“...” สายน้ำไม่มีแรงแม้แต่จะตอบรับ มีเพียงความเงียบและน้ำตาที่ไหลริน

“ค่อยไปจัดการคนที่มันประมูลมึงเอา ถึงเวลานั่นมึงค่อยหนีละกัน” คำพูดของดำเหมือนง่าย แต่ทำเอาสายน้ำสะอึก

“...ใครจะกล้าทำ” สายน้ำตอบเสียงแผ่ว เขาไม่มีวันฆ่าใครแน่ และไม่มีวันยอมเป็นทรัพย์สินของใครเช่นเดียวกัน

“หยุดพูดแล้วไปนอนเถอะมึง ดีแค่ไหนละที่พวกแม่งไม่ทำร้ายหรือทุบตีมึง” สายน้ำถูกลากเข้าไปในความมืดที่ไม่มีใครเห็น ดำค่อย ๆ ประคองคนตัวเล็กให้นอนชิดผนัง สายน้ำร่างกายสั่นเทาไม่ต่างจากหัวใจที่แตกสลาย

ดูเหมือนที่สายน้ำและดำพูดคุยกันมันจะเสียงดังไปหน่อย ทำเอาผู้คุมที่เดินผ่านไปตะโกนเสียงดังด้วยความเกรี้ยวกราด

“นอนไอ้ห่า” เสียงตวาดเหมือนตอกย้ำความสิ้นหวัง ตอนนี้สายน้ำไม่ต่างจากนักโทษที่รอวันถูกประหาร

ทำไมชีวิตเขาต้องมาพบจุดจบแบบนี้ด้วยนะ สายน้ำพร่ำเพ้อเวทนาตัวเองอยู่ในใจก่อนจะสลบไสลไปในที่สุดด้วยความเหนื่อย

ตุ้บผัวะ! ร่างเล็กถูกเตะอัดที่หน้าท้องบาง ความเจ็บปวดและจุกร้าวถาโถมอยู่กลางอก ดวงตาค่อย ๆ ปรือตาตื่นขึ้นด้วยความเจ็บ เช้ามาสายน้ำก็เจ็บตัวเสียแล้ว เจ็บจนพูดไม่ออก

“หึ มึงใช่ไหมหนูที่หนีออกจากรูเมื่อคืน ใจกล้าดีนี่หว่า” เสียงเยาะเย้ยเหมือนตอกย้ำว่าเขาไร้ค่าแค่ไหนในสายตาของคนอื่น สายน้ำนอนน้ำหูน้ำตาไหลปนกับความเจ็บปวด ทั้งร่างและใจเต็มไปด้วยบาดแผล ชายฉกรรจ์ที่สายน้ำไม่รู้จักมันย่อตัวนั่งตรงหน้าสายหน้า มือหนากระชากแขนสายน้ำอย่างแรก

“จะเจ็บ ปล่อย อึก”

“ได้ กูปล่อยมึงก็ได้ แต่...”

“…” สายน้ำเงียบ ดวงตาเคล้าไปด้วยหยาดน้ำตา เขาจ้องมองชายฉกรรจ์ตรงหน้าพลางขบเม้มริมฝีปากแน่น ใจเต้นแรงติดขัดด้วยความกลัว

“มึงก็ไม่ต้องแดกอะไร จนกว่าจะถึงคืนนี้” คำสั่งของอีกฝ่ายทำให้ไม่มีใครกล้ายื่นมือเข้ามาช่วย

“อย่าให้กูรู้ว่าพวกมึงเอาไรให้มันแดก ไม่งั้นพวกมึงจะไม่มีวันได้ออกไปจากที่นี่” มันพูดจบก็ชี้หน้าคาดโทษคนอื่น ๆ ที่อยู่ในกรงขัง หมายไม่ให้ใครเข้ามายุ่ง ก่อนจะเดินออกไปด้วยความสะใจ

จ๊อก เสียงท้องร้อง สายน้ำนั่งคุดคู้มือกุมท้องที่หิวโหย ตอนนี้เขาทั้งหิวทั้งปวดเนื้อปวดตัว เจ็บไปหมดแล้ว

“อดทนหน่อยนะละกัน เดี๋ยวคืนนี้มึงก็ได้ออกไปจากที่นี่แล้ว”

ดำเดินมาหาสายน้ำ เขาหย่อนกายนั่งลงข้างสายน้ำ มือที่เปื้อนจนมอมแมมคว้าเอาข้าวแตนที่อยู่ในกระเป๋าเสื้อยื่นให้สายน้ำ

“กินนี่ซะ เดี๋ยวมึงจะเป็นลมเป็นแล้งไป”

“น้าดำกินเถอะ สายน้ำไม่หิว”

“ไม่หิวก็บ้าแล้ว รับ ๆ ไป” ดำยัดเยียดข้าวแตนใส่มือสายน้ำ คนตัวเล็กส่ายหน้าไม่กล้ารับ ถ้าคนคุมทาสที่นี่รู้ว่าดำให้ความช่วยเหลือสายน้ำอีกฝ่ายจะแย่เอา

“ไม่ต้องเป็นห่วงกู มึงกินไปเถอะ” ดำว่าอย่างรู้ทัน สายน้ำยกมือไหว้ก่อนจะยกข้าวแตนมากัดกินคำเล็ก ๆ

“ขอบคุณจ้ะ”

“นี่มึงชื่อสายน้ำรึ”

“จ้ะ”

“งั้นก็ทำตัวให้เหมือนสายน้ำเถอะ” พูดจบก็ทิ้งให้สายน้ำอยู่ตามลำพัง คนตัวเล็กนั่งกินข้าวแตนเงียบ ๆ ในหัวขบคิดถึงสิ่งที่ดำพูด

“กำลังจะบอกให้ปรับตัวในที่แบบนี้เนี่ยนะ บ้าไปแล้ว...”

เวลาแห่งการประมูลทาสมาถึง...สายน้ำและคนอื่น ๆ ถูกพามายังโถงทางเดินที่จะพาไปสู่เวทีแห่งการประมูล คนตัวเล็กตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว

“รีบ ๆ ไป” ดำกระซิบบอก เสียงนั้นเต็มไปด้วยความร้อนรนคล้ายกลัวว่าสายน้ำจะโดนทำร้ายหากยังชักช้า

“น้าดำฉันกลัว” สายน้ำเอ่ยเสียงสั่น ดวงตาเอ่อคลอด้วยน้ำตาและริมฝีปากสั่นระริกเหมือนจะร้องไห้ทุกขณะ

“เฮ้อ กูรู้ ตอนนี้มึงทำได้เพียงภาวนาให้ตัวเองเจอเจ้านายดี ๆ ละกัน” ดำตอบเสียงเบา ถอนหายใจยาวอย่างจนปัญญาแต่ก็ยังพยายามปลอบ

“สถานที่แบบนี้จะมีคนแบบนั้นด้วยเหรอ...” สายน้ำถามเสียงแผ่ว ราวกับไม่อยากหวังให้ตัวเองเจ็บมากไปกว่านี้

“กูได้ยินว่าเสือลักษมณ์แห่งชุมเสือกระสุนทองจะมาในคืนนี้” ดำพูดเสียงเคร่ง ราวกับเอ่ยถึงบุรุษในตำนาน

“เสือลักษมณ์เหรอจ๊ะ” สายน้ำหวนคิดถึงชายหนุ่มที่ตนเจอที่ท้ายวัด จะใช่คนคนนี้ไหมนะ

“เออ เขาลือกันว่า เสือลักษมณ์น่ะใจดี ถ้าใครเดือดร้อนก็ยอมซื้อตัว เป็นชายก็รับมาเป็นลูกน้อง ถ้าเป็นหญิงก็รับมาเป็นเมีย” ดำว่าเสียงราบเรียบเหมือนท่องจำคำเล่าลือซ้ำแล้วซ้ำเล่า

“งี้เสือลักษมณ์ไม่มีเมียเป็นร้อยเหรอจ๊ะ” สายน้ำถามกลับตาโตด้วยความไม่อยากเชื่อ ทั้งประหลาดใจทั้งตื่นกลัว

“หึ รายนั้นน่ะ ได้ชื่อว่าขุนแผนร้อยเมียเชียวละ แต่มึงไม่ต้องห่วง มึงเป็นผู้ชาย” ดำหัวเราะเบา ๆ พูดอย่างทีเล่นทีจริงแต่กลับมีแววกังวลในแววตา

“ขอให้คนที่ประมูลตัวมึงคือเสือลักษมณ์ละกัน อย่างน้อยมึงก็ไม่ต้อง

ไปเป็นที่รองมือรองตีนใคร” ดำพึมพำเสียงแผ่ว แฝงไปด้วยความห่วงใยที่ไม่เคยแสดงออก

“จ้ะ” สายน้ำตอบเบา ๆ ในลำคอ น้ำเสียงเจือความยอมจำนนทั้งที่ยังกลัวจนแทบยืนไม่ไหว

สายน้ำมองดูคนอื่น ๆ คนแล้วคนเล่าถูกพาตัวไปประมูล กระทั่งถึงคิวดำ อีกฝ่ายหันมามองหน้าเขาแวบหนึ่งและจากไป ทำไมสายน้ำถึงได้รู้สึกว่าอีกฝ่ายไม่ได้หวาดกลัวการประมูลตัวเลยนะ สองมือประสานเข้าหากันแน่นด้วยความประหม่า น้ำตาค่อย ๆ ไหลอาบแก้ม ท้ายที่สุดสายน้ำก็ร้องไห้ออกมาด้วยความใจเสีย

“ฮึกอื้อออ” สายน้ำถูกปิดตาปิดปากจากทางด้านหลัง เสียงร้องขาดห้วงเพราะความตกใจ คนตัวเล็กถูกกระชากแล้วจับโยนเข้ากรงขัง สายน้ำตัวสั่นด้วยความกลัว หัวใจเต้นระรัว มือเกาะราวกรงไว้แน่น ก่อนที่คนตัวเล็กจะเริ่มรู้สึกถึงความเคลื่อนไหว กรงที่ขังสายน้ำค่อย ๆ เคลื่อนตัวไปทางเบื้องหน้า

สายน้ำได้ยินเสียงของผู้ดำเนินรายการประมูล ได้ยินเสียงคนโห่ร้อง ความกลัวทำให้สองหูอื้ออึง จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว พลันใดการเคลื่อนตัวของกรงขังก็หยุดชะงัก

พรึบ! ผ้าปิดตาและปิดปากถูกเปิดออก ดวงตาสั่นระริกจ้องมองสถานการณ์ตรงหน้า ผู้คนนับร้อยต่างจ้องมองมายังเขา ราวกับสายตาสัตว์ป่า ทั้งดุร้าย น่ากลัว ตอนนี้สายน้ำรู้สึกตัวว่าตัวเองไม่ต่างจากหนูในกรงเล็บราชสีห์

“มาแล้วครับ ทาสคนสุดท้ายที่จะประมูลในค่ำคืนนี้...” เสียงพิธีกรตามมาด้วยเสียงโห่ร้องชอบใจของแขกในเงามืด ทำให้เสือลักษมณ์ต้องหันหน้ามามองเวทีประมูลอีกครั้ง

“นี่คือลูกศัตรูชาติ ที่เกิดจากพ่อที่เป็นทหารต่างชาติ แม้ร่างกายจะผ่ายผอมไม่สมชาย ดูไม่ทนมือทนเท้า แต่ลูกศัตรูคนนี้สามารถตั้งท้องได้...”

“ฮึกฮือออ” สิ้นคำของผู้ดำเนินรายการสายน้ำก็ร้องไห้โฮออกมา สองแขนกอดตัวเองแน่นราวกับหาที่พึ่ง

“การประมูล เริ่มต้นที่สามพันบาทครับ!” สิ้นเสียงประกาศ ผู้คนในโรงประมูลก็ยกไม้หมายเลขประมูลขึ้นทันที พร้อมกับเสียงตะโกนประมูลที่ทำเอาสายน้ำกลัวยิ่งกว่าเดิม เขาโดนประมูลไม่ต่างจากเป็นหมูเป็นปลาที่ซื้อขายในตลาด

“สามพันห้าร้อยบาท!”

“สี่พันบาท!”

“แปดพันบาท!” เสียงประมูลราคาขึ้นสูงถึงสองเท่า สายน้ำแหงนมอง

ไปยังต้นเสียง คือชายหนุ่มที่นั่งอยู่บนเก้าอี้แถวบนสุด รูปร่างของอีกฝ่ายคุ้นตาสายน้ำอย่างบอกไม่ถูก

จะใช่คนคนนั้นหรือเปล่านะ สายตาคู่สวยมองไปยังชายฉกรรจ์ที่อยู่เบื้องหลังชายคนนั้น คือชายหนุ่มนับสิบที่โพกผ้าปิดหน้า ข้างกายเหน็บปืนสีทองอร่ามกันทุกคน ไม่ผิดแน่...ชุมเสือกระสุนทอง

คนคนนั้นคือเสือลักษมณ์เหรอ

“มีใครจะประมูลอีกไหมครับ หากไม่มี จะทำการเคาะ...” สิ้นเสียงผู้ดำเนินรายการ ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นมาจากอีกฝั่ง

“หนึ่งหมื่นห้าพันบาท!” สายน้ำมองไปยังต้นเสียง คนที่ให้ราคาสูงกว่าเสือลักษมณ์สายน้ำไม่รู้ว่าเขาคือใคร เพราะอีกฝ่ายสวมใส่หน้ากาก

แต่ไม่ว่าใครจะประมูลเขา สายน้ำก็ไม่ได้รู้สึกดีใจอยู่ดี

“สามหมื่นบาท!” อีกเสียงดังขึ้น ทุกคนในห้องประมูลหันไปมองเสือลักษมณ์เป็นตาเดียว เสือลักษมณ์ยืนขึ้นท่ามกลางคนหมู่มาก สายน้ำมองหน้าเสือลักษมณ์แววตาวูบไหว สองสายตาประสานกันพลันหัวใจดวงน้อย ๆ เริ่มเต้นระรัวไม่เป็นจังหวะ

ตึก ตึก ตึก

“หากไม่มีผู้ใดเสนอราคาต่อ กระผมขอปิดราคาที่สามหมื่นครับ!” สิ้นเสียงคนในโถงก็ปรบมือกันระรัว เสือลักษมณ์เดินออกจากห้องพร้อมกับเสียงประกาศผู้ชนะ

“เสือลักษมณ์ ประมูลทาสคนนี้ไปได้ในราคาสามหมื่นบาท ยินดีด้วยครับ!”

สายน้ำมองตามหลังอีกฝ่ายไปด้วยแววตาวูบไหว หัวใจที่เต้นแรงดูเหมือนจะไม่สงบลง

ต่อไปนี้ชีวิตของเขาจะเป็นยังไงกันนะ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป