บทที่ 6 "คนน่าสมเพช"

“หนึ่งหมื่นห้าพันบาท!” เสียงหนึ่งดังขึ้นจากมุมห้องโถงประมูล เสือลักษมณ์หันไปมองยันต้นเสียง แววตาคมดุดันจ้องมองอย่างไม่พอใจ อีกฝ่ายสวมใส่หน้ากากปิดบังตัวตน

“มันเป็นใครวะ ทำไมถึงกล้ามาประมูลแข่งกู” เสือลักษมณ์ว่าอย่างไม่สบอารมณ์ เสือมืดลูกน้องคนสนิทโน้มตัวกระซิบข้างหูผู้เป็นนาย

“ให้ผมเก็บมันเลยไหมพี่”

“หึ ยังไม่ต้อง” เสือลักษมณ์ปฏิเสธ ถึงเขาจะเป็นโจรก็ใช่ว่าจะฆ่าแกงใครตามใจชอบ เว้นเสียแต่ตอนไม่สบอารมณ์

“สามหมื่น!” เสือลักษมณ์หันมาสนใจการประมูลตรงหน้า พร้อมประกาศกร้าวราคาที่สูงกว่าถึงเท่าตัว

ภายในห้องเต็มไปด้วยความเงียบ เป็นอันรู้ดีว่าเงินสามหมื่นสามารถซื้อบ้านหรือรถหรูได้เป็นคัน ทว่าเสือลักษมณ์กลับใช้เงินมูลค่าสูงถึงเพียงนี้ประมูลทาสเพียงคนเดียว ช่างร้ายกาจนัก

พูดจบเสือลักษมณ์ก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง สายตาคมประสานกับมองคนตัวเล็ก แม้จะอยู่ไกลเพียงใด สายน้ำก็ยังอยู่ในสายตาของเสือลักษมณ์อยู่เสมอ

ตึก ตึก ตึก พลันหัวใจที่เคยแข็งกระด้างก็เต้นระรัว เสือลักษมณ์ตกหลุมรักสายน้ำตั้งแต่แรกเห็น ใบหน้านั้นว่างดงามจับใจแล้ว ทว่าสิ่งที่อยู่ข้างในที่เป็นคนดีไม่รู้จักยอมแพ้ ริมฝีปากที่กล้าต่อล้อต่อเถียงเขานั่นก็ใช่ย่อย ทุกอย่างที่คนตัวเล็กเป็นล้วนทำให้เสือลักษมณ์ตกหลุมรัก

พอรู้ตัวว่าจ้องมองคนตัวเล็กนานไปหน่อย เสือลักษมณ์ก็เบือนหน้าหนี ร่างสูงเดินออกไปจากโถงประมูลทันที ไม่วายหันมากำชับเสือมืดเสียงแข็ง

“ไปจ่ายเงิน แล้วคืนนี้พามันมาให้กู”

“ครับพี่”

ทางด้านของสายน้ำ คนตัวเล็กถูกพาออกมายังสถานที่แห่งหนึ่ง บรรยากาศรอบตัวเงียบงัน เย็นเยียบจนน่าขนลุก ตลอดระยะทางที่เดินมา เขาถูกผ้าคาดปิดตาแน่นหนา มองไม่เห็นแม้แต่เงาตัวเอง

เสียงฝีเท้าของชายฉกรรจ์ที่พาเขามาดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอเขากำลังถูกพาไปไหนสักแห่งโดยไม่มีสิทธิ์ถาม จนกระทั่งรู้ตัวอีกที เขาก็ถูกดันให้ก้าวขึ้นไปบนรถโดยไม่รู้จุดหมายปลายทาง

“เสือลักษมณ์ประมูลตัวมึงมาราคาแพง ทำงานให้คุ้มค่าตัวด้วย”

“จ้ะ” สายน้ำตกปากรับคำ เขาไม่ได้เอะใจถึงงานที่อีกฝ่ายว่า เพราะคิดว่าคงประมูลเขาไปเป็นคนงานทั่วไปอย่างที่ดำเคยพูดไว้

‘ว่าแต่น้าดำ ถูกใครประมูลตัวไปนะ จะเจอคนดี ๆ หรือเปล่า ขอให้เจอคนดี ๆ เถอะนะ’

สายน้ำหลับตาลง ภาวนาขอให้เพื่อนใหม่ของเขาปลอดภัย เจอแต่คนดี ๆ คนตัวเล็กเอนกายอิงกับเบาะรถด้านหลัง จู่ ๆ ก็รู้สึกสบายใจขึ้นอย่างบอกไม่ถูก ราวกับว่ากำลังจะมีเรื่องดี ๆ เกิดขึ้น ทั้ง ๆ ที่เขาควรจะใจเสียที่ถูกพรากอิสระขบวนรถหยุดลงพร้อมเสียงเบรกที่ครืดคราดและกลิ่นฝุ่นคลุ้งในอากาศ

“ลงมา” เสียงห้วนสั้นดังขึ้นก่อนที่ประตูจะถูกเปิดออกพร้อมแรงดึงกระชากให้สายน้ำต้องก้าวลงจากรถอย่างไร้ทางเลือก

ในที่สุดผ้าที่ปิดตาก็ถูกกระชากออก ลมแห้งเย็นตีเข้าหน้า สายน้ำกะพริบตาถี่ มองรอบตัวอย่างระแวง

ตรงหน้าคือป่าทึบ ล้อมหมู่บ้านเล็ก ๆ เอาไว้ ลานดินแดงกว้าง บ้านไม้สองชั้นเรียงกันมั่ว ๆ บางหลังเหมือนเพิง บางหลังเหมือนกระท่อมผุ ๆ พัง ๆ

อ่า แล้วเขาต้องอยู่หลังไหนกันละเนี่ย

“มึงพักอยู่ที่หลังใหญ่” เสือมืดชี้ไปที่บ้านหลังใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงกลางลานหมู่บ้าน

“ไปอาบน้ำซะ ห้องอาบน้ำอยู่หลังครัว”

“จ้ะ” สายน้ำไม่กล้าขัดอะไร ได้แต่ก้มหน้าเดินไปตามทางอีกฝ่ายช้า ไม่กี่อึดใจก็ถึงห้องน้ำ เบื้องหน้าคือห้องน้ำไม้ไผ่ที่พื้นยังเฉอะแฉะคราบน้ำที่ยังไม่ทันแห้ง เสือมืดเอาเสื้อผ้าชุดใหม่สีดำวางทิ้งไว้บนม้านั่งไม้เตี้ย ๆ พร้อมผ้าขนหนูเก่า ๆ เขาปล่อยให้สายน้ำและให้คนมาเปลี่ยนเฝ้าแทน

น้ำเย็นถูกราดบนผิวกายที่เปลือยเปล่า ความเย็นเยียบในช่วงกลางดึก ทำเอาสายน้ำตัวสั่นไหว แต่ก็ทำเอาร่างกายเบาสบาย ในหัวสายน้ำคิดไม่ตกว่าควรจะเอายังไงต่อดี ไม่รู้ว่าต่อจากนี้ชีวิตของสายน้ำจะเป็นยังไงต่อไป เขาไม่อาจรับรู้ได้ ได้แต่ภาวนาขอให้อยู่ที่นี่อย่างสงบสุขอย่างที่ดำเคยบอกไว้ ขอให้ทำงานที่นี่แล้วได้เงิน สายน้ำจะได้เอาเงินนี้ไปให้ยายแม้นและตาคงผู้มีพระคุณ

ขอให้คนที่นี่อย่าใจร้ายกับเขาเลยนะ

เมื่อสายน้ำอาบน้ำแต่งตัวเสร็จ คนของชุมเสือก็พาเขาไปยังเรือนใหญ่โดยไม่พูดจา ประตูไม้ถูกเปิดออก เสียงบานพับดังเอี๊ยดอย่างชวนขนลุก

ภายในเงียบเชียบ หรูหรากว่าที่คิด พื้นไม้ขัดสะอาด เครื่องเรือนทำจากไม้สักเก่า สายน้ำนึกแปลกใจ บ้านพักคนงานจำเป็นต้องดูหรูหราอู้ฟู่ขนาดนี้เชียวหรือ

“นี่ห้องมึง” พูดจบผู้ชายคนนั้นก็ปิดประตูห้องเสียงดังปังแล้วเดินจากไป ทิ้งให้สายน้ำอยู่ในห้องเพียงลำพัง

คนตัวเล็กทรุดตัวลงนั่งที่มุมเตียง ตากวาดมองไปรอบห้องอย่างประหม่า ทุกอย่างมันดีเกินไปกว่าที่คนอย่างสายน้ำจะได้รับ คนตัวเล็กคิดอย่างตัดพ้อ ถ้าเขามีเงินเลี้ยงดูตัวเองได้อยู่บ้านแบบนี้ได้ด้วยลำแข้งตัวเอง ก็ดีสิ ตาและยายจะได้สบายสักที ทว่าคนตัวเล็กก็ได้แค่คิด เวลาล่วงเลยไปจนเกือบเที่ยงคืน ความเหนื่อยล้าที่สะสมมาทำให้สายน้ำหลับตาลงโดยไม่รู้ตัว

แอ๊ด...เสียงประตูห้องถูกเปิดออกอย่างแผ่วเบา เสือลักษมณ์เดินเข้ามาในห้อง สายตาคมมองคนตัวเล็ก แววตาวูบไหวอ่อนโยน เสือลักษมณ์นั่งลงบนเตียง มือหนาลูบหัวคนตัวเล็กอย่างอ่อนโยน สายน้ำหลับตาพริ้ม คนตัวเล็กไม่รู้ตัวเลยว่าเวลานี้ในห้องไม่ได้มีเพียงเขาอยู่เพียงลำพัง

ริมฝีปากหยักของเสือลักษมณ์กดลงมาที่ริมฝีปากบางอย่างไม่ให้ตั้งตัว สายน้ำตกใจผวาเฮือกใหญ่ ทั้งร่างแข็งเกร็งมือไม้สั่นสะท้านเมื่อถูกจับกดแนบกับเตียงไม้หยาบ สายน้ำตื่นขึ้นมาด้วยความตกใจ จู่ ๆ เขาก็ถูกเสือลักษมณ์เข้ามาจูบอย่างไม่ทันตั้งตัว ร่างเล็กสั่นทว่าทำอะไรไม่ถูก

“เป็นของกูเถอะนะ” เสียงแผ่วต่ำกระซิบอยู่ข้างหู อบอวลไปด้วยแรงปรารถนาและอยากครอบครอง

“ยะอย่าจ้ะ” สายน้ำหลุดเสียงสั่นเครือ ดวงตาเบิกโพลงอย่างตื่นตระหนก พยายามเบี่ยงหน้าหนีแต่ก็ไร้ทางรอด

เขาขยับตัวหนีไม่ได้ ทำให้สายน้ำหวาดกลัวยิ่งกว่าเดิม นี่ไม่ใช่สิ่งที่เขาคิดเอาไว้! พลันคำพูดของดำก็ลอยเข้ามาในหัว ถ้าเป็นผู้หญิงเสือลักษมณ์จะให้เป็นเมีย ถ้าเป็นผู้ชายจะให้ทำงาน แต่เขาไม่ใช่ผู้หญิง! หัวใจดวงน้อย ๆ ถูกบีบรัดแน่น เป็นความกลัวที่สายน้ำไม่เคยเผชิญมาก่อน

“สายน้ำไหว้ละจ้ะ สายน้ำเป็นผู้ชายเป็นเมียคุณไม่ได้ แต่จะให้สายน้ำ

ทำอะไรก็ได้ แต่อย่าให้หลับนอนกับคุณลักษมณ์เลย” เสียงอ้อนวอนแผ่วเบาจนแทบขาดใจ

คำพูดของสายน้ำทำให้เสือลักษมณ์หยุดทุกอย่างลง ดวงตาคมเข้มของเสือลักษมณ์วาวโรจน์ ความเงียบที่ตามมาอึดอัดยิ่งกว่าคำขู่ใด ๆ ก่อนเขาจะเค้นเสียงต่ำลอดไรฟัน

“นี่มึงรังเกียจกูขนาดนี้เชียวรึ?”

“ฮึกฮือออ” น้ำตาไหลอาบแก้ม สายน้ำสะอื้นตัวสั่น สายน้ำค่อย ๆ ยกมือที่สั่นเทาไหว้เสือลักษมณ์ หมายจะให้อีกฝ่ายเห็นใจ

เขาไม่ได้รังเกียจเสือลักษมณ์ แต่สายน้ำไม่อยากเป็นเมียใคร ไม่อยากถูกใครข่มเหง สายน้ำกลัว

“อย่าทำอะไรสายน้ำเลย สายน้ำกลัวจ้ะ” น้ำตาและท่าทางของสายน้ำ

ทำให้เสือลักษมณ์ใจเสีย ในใจเต้นระส่ำด้วยความเห็นใจ

เสือลักษมณ์สะอึก ขยับจะเอื้อมมือไปกอดปลอบ แต่เพียงแค่ปลายนิ้วแตะอีกฝ่าย สายน้ำกลับสะดุ้งแล้วผงะหนีสุดตัว ถอยกรูดจนแผ่นหลังชิดหัวเตียง มือหนาหยุดชะงักกลางคัน เสือลักษมณ์ชักมือกลับด้วยอารมณ์ที่หงุดหงิด แววตาสั่นระริก ความร้อนเห่อขึ้นหน้า ทั้งโกรธ ทั้งอับอาย ทั้งใจเสีย

“นี่มึงคิดว่ากูไม่มีความเป็นคนเลยหรือไง ถึงกูจะเลวแค่ไหน กูก็ไม่มีวันขืนใจใคร” เสือลักษมณ์พูดในสิ่งที่เขาเป็น ความจริงใจที่มีต่อสายน้ำถูกเก็บลึกเอาไว้ 

ไม่มีคำตอบจากสายน้ำ มีเพียงเสียงสะอื้นเบา ๆ ปนกับเสียงหอบหายใจขาดเป็นช่วง ๆ คนตัวเล็กบนเตียงดูจะยิ่งเล็กลงเรื่อย ๆ ราวกับกำลังจะละลายหายไปกับอากาศ

“กูประมูลตัวมึงมาเป็นเมีย ไม่ได้เอามาเปลืองเงินเล่น!”

“แต่...แต่สายน้ำไม่อยากเป็นเมียคุณ” เสียงสั่นเครือหลุดจากริมฝีปากซีดเผือด สายน้ำพูดออกไปตามตรง เขาไม่อยากเป็นเมียเสือลักษมณ์

ถึงเขาจะท้องได้ แต่ทั้งชีวิตของสายน้ำก็ไม่คิดว่าตัวเองจะต้องมาเป็นเมียใคร ยามนี้เขาหวาดกลัวเสือลักษมณ์อย่างจับใจ แต่ไม่รู้ทำไมที่เขาจ้องหน้าอีกฝ่าย สายน้ำรู้สึกเหมือนว่าเสือลักษมณ์กำลังเสียใจอยู่ แต่ยังไงเขาก็ไม่อาจตอบสนองความต้องการของอีกฝ่ายได้ หากเสือลักษมณ์เป็นคนดีจริงก็ควรจะปล่อยเขาไป

“ยังไงสายน้ำก็เป็นผู้ชาย”

“จะผู้ชายหรือผู้หญิง มีรูกูก็เอาได้หมดนั่นแหละ!”

สายน้ำแทบจะทรุดกายลงไปกับพื้น เสือลักษมณ์ค่อย ๆ โน้มกายเข้ามาชิดใกล้ มือหนากระชากคนตัวเล็กให้มานอนใต้ร่าง สายน้ำตาโตตกใจ ตัวสั่นเทา น้ำตาที่เคยแห้งเหือด เวลานี้กลับมาไหลรินอีกครั้ง

“อย่าทำอะไรสายน้ำเลยนะจ๊ะ... สายน้ำขอร้อง จะให้สายน้ำกราบก็ได้จ้ะ” เสียงนั้นสั่นจนแทบฟังไม่เป็นคำ แต่กลับปลุกความโกรธในใจเสือลักษมณ์ให้พลุ่งพล่าน

“ดี! มึงไม่อยากเป็นเมียกูใช่ไหม งั้นมึงก็ไสหัวไปอยู่กระท่อมเน่า ๆ แบบที่มึงควรอยู่!”

เสือลักษมณ์ตวาดเสียงกร้าว มือหนาปลดปล่อยจากการเกาะกุมสายน้ำ คนตัวเล็กหน้าเสีย ตกใจกับอารมณ์ร้ายของชายหนุ่มตรงหน้า เมื่อได้สติสายน้ำก็วิ่งพรวดพราดออกจากห้องทันที

ถ้ายังช้ากว่านี้อีกนิด เสือลักษมณ์ไม่เอาเขาไว้แน่ ตอนนี้สายน้ำรู้แล้วว่าเสือลักษมณ์โหดร้ายถึงเพียงไหน เขากลัว กลัวมาก ๆ กลัวว่าจะพลาดท่าเป็นเมียเสือลักษมณ์ คล้อยหลังจากที่สายน้ำวิ่งหนีออกไป เสือลักษมณ์ยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่เขาจะทรุดตัวนั่งลงช้า ๆ หลังชนผนังเย็นเยียบ มือหนายกขึ้นกุมหน้า

เขาไม่พูดอะไร ไม่สบถ ไม่ขว้างของเหมือนที่ผ่านมา มีแค่เสียงถอนหายใจหนักหน่วงที่ดังอยู่ในความเงียบซ้ำแล้วซ้ำเล่า ในหัวมีแต่ภาพของดวงตาตื่นตระหนกคู่นั้น แววตาที่เต็มไปด้วยความกลัว ความขยะแขยง และการปฏิเสธอย่างสิ้นเชิง มันตามหลอกหลอนเขา เสือลักษมณ์เคยชินกับคนที่พุ่งเข้าหา ไม่ใช่หนีเขาเหมือนเจอผี สายน้ำคือคนแรกที่มองเขาเหมือนเป็นสัตว์น่ารังเกียจ

“แม่งกูนี่มันน่าสมเพชฉิบหาย”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป