บทที่ 12 Chapter 12

เมียสวมรอย บทที่ 12

"เออ..เชิญคุณนายนั่งก่อนดีกว่าไหมครับ" ศิลาคนที่เรียกสาวๆ มาให้กับกองทัพ รีบสะกิดแนนซี่สาวคนนั้นให้ออกมาก่อน

"ไม่ต้องหรอกค่ะ คุณมีเงินให้ฉันยืมสักพันไหมคะ" เห็นว่าสามียังนั่งทำเฉยอยู่ มโนราห์ก็เลยขอยืมกับเพื่อนเขา

"มะ..มีครับ" แต่ก่อนที่ศิลาจะล้วงเอากระเป๋าออกมา สายตาได้มองไปดูกองทัพก่อน ว่าเพื่อนอารมณ์ประมาณไหน "เออ..ไม่มีเงินสดติดกระเป๋าเลยครับ"

"ผมว่าเชิญคุณนายนั่งก่อนดีกว่าไหมครับ" คนที่ชวนอีกคนก็คือผู้พันซันเดย์ ทั้งสามเป็นเพื่อนสนิทที่เรียนจบโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้ามาด้วยกัน

ในเมื่อเธอกับเขาไม่ได้คิดอะไรต่อกันอยู่แล้วถ้าจะนั่งด้วยก็คงไม่มีปัญหาอะไร มโนราห์นั่งลงเก้าอี้ยาวตัวที่กองทัพนั่งอยู่กับสาวเอ็นเตอร์เทน ซึ่งตอนนี้ผู้หญิงคนนั้นขยับออกเล็กน้อยตอนที่ศิลาบอกให้ขยับออกมา

"ดื่มหน่อยนะครับคุณนาย"

"ทำไมต้องเรียกฉันว่าคุณนายด้วยล่ะคะ" มโนราห์ถือว่ายังเด็กมาก และเติบโตที่ต่างประเทศ ก็เลยไม่รู้ธรรมเนียมการเรียกขาน เพราะดูแล้วเธออายุน้อยกว่าพวกเขาเกือบ 10 ปีเลยมั้ง

"เออ..แล้วจะให้พวกผมเรียกว่าอะไรล่ะครับ"

"ฉันชื่อมโนราห์ค่ะ หรือจะเรียกว่าโมนาก็ได้"

"มโนราห์? ทศกัณฐ์..อะไรอีกสองคนนะ" ศิลาถามซันเดย์ที่นั่งอยู่ข้างๆ เพราะทุกคนต่างก็รู้จักผู้พันทศกัณฐ์และท่านพลเอกเรวทัต พี่ชายและพ่อของเธอเป็นอย่างดี

"จะมาไล่เรียงอะไรตอนนี้"

"ก็เห็นว่าแปลกดี ยกมาทั้งรามเกียรติ์เลยไหมเนี่ย"

"ดื่มหน่อยสิคะ" สาวเอ็นเตอร์เทนที่ชื่อแนนซี่ ค่อยๆ ขยับเข้ามาใกล้กองทัพอีกครั้ง ในขณะที่มโนราห์กำลังพูดคุยกับเพื่อนเขาอยู่

"อันนี้แก้วของฉันใช่ไหมคะ" มโนราห์ก็เลยรับแก้วที่ซันเดย์ส่งมาให้แต่แรกขึ้นมาดื่ม

"งานจะเข้าเราไหมวะ" ศิลาและซันเดย์กระซิบถามกัน

"คงไม่หรอกมั้ง" ทั้งซันเดย์และศิลาไม่ใช่ว่าไม่มีสาวนั่งแนบข้าง แต่ตอนที่คุยกับมโนราห์ทั้งสองไม่ได้สนใจสาวๆ พวกนั้นเลย

"คุณดื่มเก่งจังเลยครับ" เพราะศิลาเห็นว่ามโนราห์ดื่มแก้วที่สามแล้ว

"ฉันไม่เคยดื่มแบบนี้หรอกค่ะ" อย่างมากเธอก็ดื่มแค่ไวน์

"อ้าว.. งานเข้าแล้วไหมล่ะ นั่นลูกสาวท่านพลเอกเลยนะเว้ย" เพราะขณะที่เธอพูดเหมือนว่าแอลกอฮอล์กำลังเริ่มทำงาน

"กูว่ามึงพาเมียกลับบ้านก่อนดีไหม" ศิลาหันมาพูดกับกองทัพที่นั่งอยู่ไม่ไกลกัน

ถึงแม้เขาจะไม่มีใจให้กับเธอ แต่เธออยู่ในฐานะภรรยา เขาน่าจะไว้หน้าบ้าง ไม่ใช่นั่งกอดผู้หญิง ทั้งๆ ที่เธอก็นั่งอยู่ด้วยกันตรงนั้น จะว่าเธออายเพื่อนเขาก็ได้ที่สามีไม่สนใจ

"ดื่มแบบนี้ก็สนุกดีนะคะ คุณชื่ออะไร" มโนราห์แก้อายโดยการถามชื่อเพื่อนของเขา

"ผมหรือครับชื่อซันเดย์ครับ ส่วนคนนี้ชื่อศิลาครับ"

"ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ พวกคุณหล่อจังเลย"

"ขอบคุณครับ"

"กูว่าเมียมึงคงไม่ไหวแล้วล่ะ พากลับบ้านเถอะ" ซันเดย์พูดกับกองทัพบ้าง

"เก่งนักไม่ใช่เหรอ" สายตาเขามองเธอไม่ต่างจากผู้หญิงที่กำลังกอดอยู่ตอนนี้เลย หรืออาจจะสำคัญน้อยกว่าเสียอีก เพราะดูกองทัพจะไม่สนใจเลย

จนสาวเอ็นเตอร์เทนที่กำลังดูแลเขาอยู่ได้ใจ ทั้งหอมแก้มและลูบคลำเพื่ออ่อยอยากให้เขาหิ้วออกไป

"เดี๋ยวก่อนสิครับคุณโมนา" ศิลาและซันเดย์เห็นว่าอยู่ดีๆ มโนราห์ก็ลุกขึ้น เธอแทบจะยืนไม่ได้อยู่แล้ว

"คุณไม่มีเงินให้ฉันยืมจริงเหรอคะ" ถึงแม้จะเริ่มเมามากแล้ว แต่ก็รู้ว่าเธอไม่ควรที่จะอยู่ตรงนี้อีกต่อไป เพราะดูเหมือนถูกหยามหน้าเกินไป

"พาเมียแกกลับบ้านเถอะว่ะ"

"ไม่รู้จะตามมาทำไม" กองทัพลุกขึ้นแบบหงุดหงิด ถ้าไม่พากลับเดี๋ยวเพื่อนก็ว่าให้อีก

"คุณจะกลับแล้วเหรอคะ" แนนซี่เอื้อมมือคว้าแขนเขาไว้ก่อน

"วันหลังคุยกันใหม่ครับ" กองทัพล้วงเอาแบงค์พันในกระเป๋าออกมาวางใส่มือให้กับแนนซี่

"แล้วเจอกันใหม่นะคะ" แนนซี่ยังนึกเสียดาย ถ้าไม่มีเมียมาคุม ป่านนี้ชวนไปขึ้นสวรรค์แล้ว

มันยิ่งทำให้มโนราห์เสียหน้ามากขึ้น เขาก็ได้ยินอยู่ว่าเธอขอยืมเงินกับเพื่อน ตัวเองมีแทนที่จะเอาให้หน่อย ..แต่เขาไม่รู้อะไรเสียแล้ว ความสามารถพิเศษเฉพาะตัวเธอ..คือเก็บกด เก็บทุกอย่างไว้กับตัวเองนี้แหละ เพราะถึงยังไงก็ไม่มีที่ให้ระบายอยู่แล้ว

มโนราห์เดินตามออกมา เขารีบเดินทำเหมือนว่าไม่ได้มาด้วยกัน แต่เธอก็ยังคงตามมาจนถึงรถ

หญิงสาวเปิดประตูขึ้นไปนั่งด้านข้าง โดยไม่ได้ถามว่าเขาจะพาไปไหนต่อ เพียงไม่นานรถก็มาจอดลงที่หน้าบ้านของเธอ

มโนราห์หันไปมองเล็กน้อย เพราะเขานั่งนิ่งไม่พูดไม่จาและไม่มีทีท่าว่าจะลงรถ

"ฉันมาส่งแค่นี้"

มันอาจจะเป็นคำที่ไล่ลงจากรถแบบสุภาพหน่อย

ลงจากรถได้แทบจะยืนไม่อยู่ ว่าจะเกาะรถตั้งหลักก่อน แต่เจ้าของรถคงจะรีบมาก เพราะไม่รอให้เธอเข้าบ้านเลยด้วยซ้ำ

แค่นี้ก็มองเห็นอนาคตการแต่งงานของเธอแล้วว่าจะเป็นยังไง คงไม่แคล้วเหมือนแม่เข้าสักวัน แต่โชคดีหน่อยก็ตรงที่เธอคงไม่มีเด็กติดท้อง เพราะเขาไม่ได้สนใจในตัวเธอเลย

"แกกลับมาคนเดียวเหรอ"

ทีแรกคิดว่าแม่บ้านมาเปิดประตูให้ แต่พอได้ยินเป็นเสียงแม่เท่านั้นแหละ.. "เออ..ค่ะ"

"แกไปดื่มมางั้นเหรอ" แค่ได้กลิ่นออกจากลมหายใจลูกสาวก็รู้แล้ว "แล้วเมื่อกี้ใครมาส่ง อย่าบอกนะว่าแกยังไปเหลวไหลกับผู้ชายคนอื่นอยู่!"

"เปล่าสักหน่อย"

"เปล่าแล้วเมื่อกี้ใครมาส่ง"

"ก็ผู้พันนั่นแหละค่ะ"

"ฉันไม่เชื่อทำไมเขาไม่เข้าบ้านล่ะ"

"เขาติดราชการด่วน"

"อย่ามาโกหกฉันเด็ดขาด!" ไม่ตั้งใจฟังก็ได้ยินเสียงกัดฟันของคนเป็นแม่ พร้อมกับมือที่เอื้อมมาหยิก

"โอ๊ย โมนาไม่ได้โกหกนะแม่"

"มันยังไม่ถึงเวลา ตอนนี้แกทำยังไงก็ได้ ให้ผัวรักผัวหลง ให้มันขาดแกไม่ได้แม้แต่นาทีเดียว ไม่สิแม้แต่วินาที"

"เขาไม่ได้ชอบโมนาสักหน่อย"

"ฉันก็บอกอยู่นี่ไง ว่าแกจะทำยังไงก็ได้ให้เขาหลงใหลในตัวแก"

"คนไม่ชอบ จะทำยังไงล่ะคะ"

เพี๊ยะ!!

มโนราห์ถูกแม่ตบจนหน้าหัน แต่ไม่ได้ยินเสียงร้องเจ็บออกมาแม้แต่คำเดียว แม่อาจจะเคยหยิกเคยตีที่แขน แต่ไม่เคยตบหน้าแบบนี้สักที

แพรวพราวยกมือตัวเองขึ้นมามอง..แว็บหนึ่งก็คิดว่าทำโทษลูกแรงเกินไปหรือเปล่า แต่นี่คือลูกของนางจะทำยังไงก็ได้ "จำใส่หัวแกไว้ ทำยังไงก็ได้ให้มันหลงใหลในตัวแกให้มากที่สุด"

🖊ชะนีติดมันส์ @มัดหมี่

บทก่อนหน้า
บทถัดไป