บทที่ 13 Chapter 13

เมียสวมรอย บทที่ 13

ถ้าผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่แม่แท้ๆ มโนราห์ยังไม่รู้เลยว่าตัวเองจะทนได้ถึงเพียงนี้ไหม แต่เพราะนั่นคือแม่ผู้ให้กำเนิด

แว๊บหนึ่งมโนราห์คิดถึงหน้าพ่อขึ้นมา อยากไปหา อยากกอด แต่ก็ไม่อยากแบกปัญหาพวกนี้ไปให้ท่านต้องเป็นทุกข์ใจด้วยอีก

หญิงสาวร้องไห้จนหลับไปตอนไหนก็ไม่รู้ ตื่นมาอีกทีสายมากแล้ว

"อย่าให้ฉันเห็นว่าแกไปดื่มแบบนี้มาอีก" ลงมาข้างล่างก็ยังคงเจอแม่ต่อว่า "แล้วนี่ผู้พันจะมารับตอนไหน"

มโนราห์ให้คำตอบแม่ไม่ได้ ถ้าจะบอกว่าเขาคงไม่มารับหรอก ก็คงจะถูกแม่ตีอีก

"ฉันถามหูแตกไม่ได้ยินหรือไง"

"เขาบอกให้โทรไปหาถ้าตื่นแล้วค่ะ" หึ! พูดเหมือนตัวเองเป็นคนสำคัญเลยนะ

"ก็โทรไปสิ แล้วโทรศัพท์แกอยู่ไหน"

"ลืมอยู่ในรถของผู้พันค่ะ"

"ใช้ของฉันโทรไป" แพรวพราวเอาโทรศัพท์ตัวเองโยนให้กับลูกสาว เธอจะโทรไปได้ยังไงไม่มีเบอร์ของเขา

"เบอร์เขาอยู่ในเครื่องโมนาค่ะ"

"ในเครื่องฉันก็มี"

"??" มโนราห์แปลกใจทำไมในเครื่องของแม่ถึงมีเบอร์โทรเขา แต่จะให้ถามคงไม่กล้า หญิงสาวก็เลยเลื่อนหาดู

{"คุณโทรมาทำไม"} ประโยคแรกที่ได้ยินคนปลายสายพูด มโนราห์เอาโทรศัพท์ที่แนบหูอยู่ออกมามองดูใหม่อีกที เพราะเธอใช้เครื่องของแม่ แต่ทำไมเขาพูดเหมือนรู้จักเบอร์นี้ดี

   {"คุณจะมารับฉันตอนไหนคะ"}

{"เธอเองเหรอ"}

   {"แล้วคุณคิดว่าฉันเป็นใครล่ะ"}

ถ้ามโนราห์สังเกตใบหน้าของแม่สักนิด ก็จะเห็นมุมปากที่ยกยิ้มขึ้นมาเล็กน้อยแบบพึงพอใจ

{"ยังไม่รู้ แค่นี้นะ"} เขาไม่รอให้เธอถามอีกก็วางสายไปก่อน

   {"แล้วฉันจะรอนะคะ รักคุณนะ"} ที่จริงประโยคหลังกองทัพไม่ได้ยินหรอก เพราะมโนราห์พูดตอนที่เขาวางสายไปแล้ว

"เขาว่ายังไงบ้าง"

"เดี๋ยวเขาจะมารับค่ะ ให้โมนาออกไปรอข้างนอก"

"ทำไมไม่ให้เขาเข้ามาในบ้าน"

"สงสัยเขาจะรีบมั้งคะ" หญิงสาวส่งโทรศัพท์คืนให้กับแม่ แล้วเธอก็กลับขึ้นไปหยิบของสำคัญ ที่บอกว่าเขาให้ออกไปรอข้างนอก เพราะกลัวแม่รู้ว่าเธอโกหก

เงินไม่มีติดตัว จะขอแม่ก็ไม่กล้า มโนราห์ก็เลยนำสร้อยที่พ่อซื้อให้เป็นของขวัญวันเกิดปีที่แล้วติดตัวออกมาด้วย แต่เธอไม่คิดขายแค่จะฝากไว้ก่อน

หญิงสาวมาที่ร้านเพชร โชคดีที่เธอมีสำเนาบัตรมาด้วย เขาก็เลยรับฝาก

พอออกจากร้านเพชรมโนราห์ก็ให้แท็กซี่มาส่งที่บ้านท่านพลเอกเกษมราษฎร์ เพราะคิดว่าเขาต้องกลับมาที่บ้านแน่

เอาวะ ไหนๆ ก็ไม่เคยถูกมองว่าเป็นคนดีอยู่แล้ว หญิงสาวหิ้วกระเป๋ามาด้วยใบหนึ่ง เพราะเธอต้องเตรียมเสื้อผ้ามาไว้ใส่ด้วย

"ใครมานะ" ตั้งแต่แต่งงานกับท่านพลเอกเกษมราษฎร์ พุดตาลก็เป็นแม่บ้านให้ท่านตั้งแต่ตอนนั้นเป็นต้นมา วันนี้กำลังเตรียมครัวเพื่อทำอาหารเย็นรอสามี แม่บ้านเข้ามารายงานว่ามีผู้หญิงบอกว่าเป็นภรรยาของผู้พันกองทัพมาขอพบ

คนบ้านหลังนี้นอกจากเจ้านายแล้ว ก็ไม่มีใครรู้จักมโนราห์

พุดตาลล้างไม้ล้างมือก่อนที่จะออกมาดู

"สวัสดีค่ะ" หญิงสาวหน้าตาสวยหวาน แต่นัยน์ตาของเธอเศร้าจนคนตรงหน้าสังเกตเห็นได้

"สวัสดีจ้า"

"โมนามารอคุณกองทัพค่ะ"

"ดีเลย แม่กำลังทำอาหารจะได้กินข้าวเย็นด้วยกัน" ขณะที่พูดนางมองดูกระเป๋า..ก็เลยให้แม่บ้านมานำกระเป๋าใบนั้นขึ้นไปเก็บไว้บนห้องของผู้พันกองทัพ

"ถ้างั้นเดี๋ยวแม่เข้าไปเตรียมอาหารต่อก่อนนะ"

"ให้โมนาช่วยไหมคะ"

"หนูทำเป็นเหรอ"

หญิงสาวส่ายหน้าเล็กน้อย

"อยากช่วยก็เข้ามาสิ"

จะผิดไหมถ้าเธอคิดว่านางจะแกล้งอะไรเธอหรือเปล่า เพราะแม่ทำกับนางไว้เยอะ แถมแต่ละคำที่แม่พูดถึงผู้หญิงคนนี้ ไม่มีอะไรดีเลยสักอย่าง ลับหลังด่าทุกคำพูดเลยก็ว่าได้

มโนราห์เดินตามท่านเข้าไปในครัว สิ่งที่เธอช่วยได้ก็คงจะเป็นล้างผัก

"แม่เตรียมมีดกับเขียงไว้แล้วนะ หั่นเสร็จเอาใส่ตะกร้าตรงนี้แล้วล้างอีกที"

"คะ?" เธอไม่กล้าบอกท่านหรอกแม้แต่หั่นผักก็ยังไม่เป็น มโนราห์คิดว่าหั่นแบบไหนก็คงจะกินได้เหมือนกันมั้ง

จนถึงเวลาเย็น.. ทั้งสองเตรียมอาหารเสร็จรอแค่ตั้งโต๊ะ มโนราห์ก็เลยขอขึ้นไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า อยากรู้ด้วยแหละว่าตัวเองต้องอยู่ห้องไหน

"กลับมาแล้วครับ" ถึงแม้ภรรยาจะยืนอยู่ตรงหน้า เกษมราษฎร์ก็บอกแบบนี้ตลอด และหอมแก้มนางด้วยทุกครั้งที่กลับมา

"ส่งเสื้อมาดีกว่าค่ะ เดี๋ยวฉันช่วยถือ"

"ไม่เอา แค่เสื้อก็หนัก"

"จะหนักตรงไหนคะ" นางออกมารับแบบนี้ทุกวัน และทุกวันท่านก็ไม่ให้ถืออะไรช่วย

เพียงไม่นาน รถของลูกชายก็วิ่งเข้ามาจอด

พุดตาลเห็นลูกชายสามีมาแต่หัววัน คิดว่าคงรู้ว่าภรรยามารอที่บ้าน

"ทำไมหอมจังเลยครับ" กองทัพโปรยคำหวานมาตั้งแต่หน้าประตู เมื่อได้กลิ่นหอมของอาหารที่แม่เลี้ยงเตรียมไว้

"วันนี้ทำไมกลับมาบ้านได้ล่ะ" คนเป็นพ่อถามแบบแปลกใจ

"เมื่อคืนนี้ดื่มหนัก ก็เลยอยากกลับมาพักผ่อนครับ"

ขณะที่พ่อกับลูกพูดคุยกัน พุดตาลก็ได้ช่วยแม่บ้านยกอาหารออกมาวาง

"ผมมาถูกจังหวะใช่ไหมครับเนี่ย"

พออาหารจานนั้นวางลงตรงหน้า กองทัพถึงกับแปลกใจ ทำไมผักที่อยู่ในจานรูปทรงมันถึงคุ้นๆ

ชายหนุ่มไม่รอช้ารีบตักขึ้นมาชิมดู หรือเราคิดมากไป พอชิมแล้วรสชาติอร่อย เขาก็เลยคิดว่าตัวเองคงหลอน

อึก! แต่พอกำลังจะกลืนก็เห็นผู้หญิงอีกคนเดินลงมาจากชั้นบน

"อ้าว..พ่อไม่รู้ว่าหนูอยู่ที่นี่" พลเอกเกษมราษฎร์ก็ไม่รู้ เพราะภรรยายังไม่ได้บอก

"สวัสดีค่ะคุณพ่อ" มโนราห์ลงมาถึงก็ยกมือไหว้ท่าน

"นั่งสิหนู"

"ขอบคุณค่ะ" หญิงสาวขยับเก้าอี้นั่งข้างๆ สามี เพราะมันต้องเป็นแบบนั้นอยู่แล้ว แต่ดูอีกฝ่ายเหมือนจะตกใจเมื่อเห็นหน้าเธอ

กองทัพนั่งทานโดยที่ไม่พูดไม่จาเหมือนช่วงแรก จนทานข้าวเสร็จก็ขอขึ้นไปนอน

มโนราห์เก็บกวาดโต๊ะอาหารช่วยข้างล่างเสร็จก็ขอตัวขึ้นห้องเหมือนกัน

ดวงตางามมองดูคนที่นอนหลับอยู่บนเตียง และอดคิดไม่ได้ว่าเมื่อคืนนี้เขาคงกลับไปหาเพื่อนอีกล่ะสิถึงได้ง่วงขนาดนี้

หญิงสาวมองไปที่โซฟา คิดว่าจะไปนอนตรงนั้น แต่พอคิดถึงคำพูดของแม่ขึ้นมาได้ มโนราห์ก็เลยเปลี่ยนใจ เดินเข้ามานั่งลงบนเตียงข้างคนที่นอนหลับอยู่

มือเรียวแกะกระดุมเสื้อออกเผยให้เห็นเนินหน้าอกเล็กน้อย ก่อนที่จะขยับกายเข้าไปใต้ผ้าห่มผืนเดียวกันนั้น..

🖋ชะนีติดมันส์ @มัดหมี่

บทก่อนหน้า
บทถัดไป