บทที่ 15 Chapter 15

เมียสวมรอย บทที่ 15

โชคดีเงินที่จำนำสร้อยเพชรไว้ยังพอเหลือ มโนราห์ก็เลยถามคนแถวนั้นว่ามีรีสอร์ทหรือโรงแรมให้พักไหม

หญิงสาวเดินไปตามทางที่ชาวบ้านบอก เพราะอยู่ไม่ไกลจากบขส.ก็มีบ้านเช่า

"มีห้องว่างไหมคะ"

"พักกี่คน"

"คนเดียวค่ะ"

"กี่คืน"

"คืนเดียวค่ะ"

"500 บาท"

"ฉันมีแต่สำเนาบัตรประชาชนนะคะ"

"เอามาทำไม"

"ไม่ได้ใช้เหรอคะ"

"เอาแค่เงินแล้วก็เดินไปห้องมุมซ้ายเลยไม่ได้ล็อก" คนที่เฝ้าห้องแถวพูดโดยไม่ได้มองหน้าลูกค้าเลยด้วยซ้ำ เพราะมัวแต่เล่นโทรศัพท์

มโนราห์เดินมาแล้วเลี้ยวซ้ายมองว่าห้องไหนที่ไม่ได้ล็อก พอมาถึงก็เห็นวัยรุ่นกำลังนั่งดื่มกินอยู่แถวเดียวกัน

หญิงสาวรีบผลักประตูเข้าไปด้านในเห็นว่ามันเป็นห้องว่างคงจะใช่ห้องนี้แน่ ทำไมชีวิตของเธอถึงเจอแต่เรื่องประหลาดแบบนี้ด้วย เข้าไปในห้องได้ก็รีบล็อกประตูให้แน่นหนา

"สวยเนาะ" เสียงนี้ดังแว่วมาจากกลุ่มคนที่มองหน้าเธอตอนเข้ามาในห้อง ดีหน่อยที่ห้องนี้มีกลอนล็อกจากด้านในอีกชั้นหนึ่ง

เหนื่อยและก็เพลียมาก แต่ต้องได้ถ่างตาไว้ เพราะกลัวถูกงัดห้อง ถึงแม้เปลี่ยนใจไปพักที่อื่นก็คงไม่ได้แล้ว ถ้าเปิดประตูออกไปมีหวังเป็นเป้าสายตา ดีไม่ดีอาจจะคิดว่าเธอออกไปอ่อย

เช้าวันต่อมา..

นี่แหละนะที่เขาพูดว่ารู้หน้าไม่รู้ใจ เมื่อคืนนี้กลัวแทบตายแต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น

เปิดประตูออกมาก็เห็นว่าพวกเขากำลังเก็บของเหมือนกัน หญิงสาวไม่กล้าหันไปมองเต็มตา แต่ถึงไม่มองพวกเขาก็ทักมาถาม

"อ้าวจะไปแล้วหรือครับคนสวย"

มโนราห์หันไปยิ้มตอบเล็กน้อย

"จะไปไหนต่อหรือครับ"

"ไปค่ายทหารค่ะ"

"ไปทำไมครับ"

"เออ.." เธอไม่ได้รู้จักพวกเขาสักหน่อย ทำไมต้องบอกด้วยว่าไปทำไม

"ที่ถามไม่ใช่อะไรหรอกครับ พวกผมเป็นทหารเกณฑ์ กำลังจะเข้าค่ายเหมือนกัน"

"จริงเหรอคะ"

"ใช่ครับ เมื่อคืนนี้เข้าค่ายไม่ทัน ก็เลยต้องพักกันที่นี่ก่อน" ที่จริงไม่ใช่หรอก ถ้าเข้าค่ายแล้วจะไม่ได้ดื่มกินกันแบบนี้ ไหนๆ เวลาก็ยังเหลืออยู่ ก็เลยพากันตุนแอลกอฮอล์ไว้ในร่างกายก่อน "คุณจะไปกับพวกผมเลยไหมล่ะครับ"

"ค่ายทหารอยู่ไกลจากที่นี่ไหมคะ"

"ก็ไม่ไกลครับ 10 กว่ากิโลเมตร"

มองไปมีแต่ผู้ชาย เธอจะกล้าไปด้วยเหรอ

"ถ้าคุณกลัวพวกผมก็ไม่เป็นไรนะครับ ว่าแต่คุณจะไปทำไมที่นั่น"

"ไปหาพ่อค่ะ"

"อ๋อพ่อคงเป็นจ่าอยู่ที่นั่นล่ะสิ" ส่วนมากยศจ่าขึ้นไปจะมีบ้านพักให้ บางทีก็มีลูกเมียมาอยู่ด้วยกัน แต่ถ้าเป็นพลทหารก็มีเรือนพักรวม ครอบครัวมาอยู่ด้วยไม่ได้

เอาวะไหนๆ พวกพี่เขาก็เป็นรั้วของชาติ คงไม่ทำอะไรประชาชนตาดำๆ แบบเราหรอก

มโนราห์ก็เลยยอมตามไป พวกเขาไม่มีรถส่วนตัวหรอก ต้องได้ไปขึ้นสองแถวที่จะพาเข้าไปในค่ายทหารโดยตรง

เธอเป็นผู้หญิงโชเฟอร์รถสองแถวก็เลยให้นั่งด้านหน้า

หลายนาทีได้ก็มาถึงค่ายทหาร

"ฉันขอถามพวกพี่อีกอย่างสิ" ก่อนที่จะแยกจากกันมโนราห์คิดว่าพวกพี่เขาน่าไว้ใจที่สุดแล้ว ก็เลยถาม

"ถามอะไรเหรอ"

"ท่านพลเอกเรวทัต อยู่ตรงไหนคะ"

"มาหาท่านพลเอกเลยเหรอ?" ทหารกลุ่มนั้นต่างก็มองหน้ากัน ที่มองเพราะคิดว่าเธอคงโกหกเรื่องมาหาพ่อ เพราะถ้าเป็นลูกสาวท่านพลเอกจริง จะมานั่งสองแถวกับพวกเขาทำไม

"ท่านมีบ้านพักอยู่ในนี้แหละ"

"แล้วบ้านพักท่านอยู่ตรงไหนคะ"

"ท่านพลเอกมีเมียมาด้วยไหมวะ" ก่อนที่จะบอกบ้านพัก คนที่คุยกับเธออยู่ได้หันไปถามเพื่อนดูก่อน 

"ไม่เห็นว่าท่านมีเมียมาด้วยนะ" ที่ต้องถามกันก่อน เพราะกลัวว่าถ้าผู้หญิงคนนี้เข้าไปหาแล้วจะทำให้ท่านมีปัญหาครอบครัว

"บ้านของท่านเดินไปซอยนี้เลย บ้านไม้หลังใหญ่"

"ขอบคุณพี่มากนะคะ พี่ชื่ออะไรคะ"

"พี่เหรอ ชื่อก้องหล้า"

"ชื่อเพราะจังเลยค่ะ" เธอเห็นแล้วว่าพวกเขาเป็นคนดีก็เลยเปิดใจคุยด้วย

"ขอบคุณครับ ถ้างั้นผมขอถามชื่อคุณหน่อยได้ไหม"

"ฉันชื่อมโนราห์ค่ะ จะเรียกโมนาก็ได้ เออ.." พี่เขามองอะไร หญิงสาวเริ่มจะอายสายตานั้น

ที่ก้องหล้ามองเพราะเหมือนถูกมนต์สะกดจากเธอ ขณะที่บอกชื่อ เธอดูมีเสน่ห์มาก มากกว่าใบหน้าที่สวยสดงดงามนั้นเสียอีก

"ยินดีที่ได้รู้จักครับ ผมว่าเรียกมโนราห์น่ารักกว่าเยอะ"

"ถ้างั้นฉันขอตัวนะคะ"

"เสียดายจังเลยว่ะ" แมนเพื่อนของก้องหล้า เอื้อมมือมากอดคอเพื่อนไว้

"เสียดายอะไรวะ" ก้องหล้าที่มองตามหลัง ขนาดพูดกับเพื่อนยังไม่ละสายตาจากผู้หญิงที่กำลังเดินไปเลย

"สวยขนาดนั้นไม่น่าต้องมาเป็น.."

"เรื่องของเขาน่ะ"

"ใช่เรื่องของเขา เรื่องของเราตอนนี้ จะเข้าแถวทันไหม" พูดแบบนั้นแล้วทุกคนต่างก็รีบวิ่ง เพราะตอนเช้าทหารต้องได้เข้าแถว ออกกำลังกาย ไม่ว่าจะลากลับบ้านหรือพักอยู่ในค่ายก็ต้องมาให้ทัน

มโนราห์เดินตามทางที่ก้องหล้าบอก ก็มาเจอบ้านไม้หลังหนึ่งที่ดูดีกว่าเพื่อนหน่อย

แกร็ก..

"พ่อคะ"

คนที่เปิดประตูออกมารีบหันมองตามเสียง "หนูมาได้ยังไงลูก" พลเอกเรวทัตกำลังจะเข้างานพอดี

ท่านรู้สึกชอบที่นี่มาก ไม่ต้องอะไรมากมาย ค่ำก็กลับมานอน เช้ามาก็เดินไปไม่ไกลก็ถึง

"โมนาดีใจจังที่เจอพ่อ" หญิงสาวพูดทั้งน้ำตาแต่ไม่กล้าวิ่งเข้าไปกอดท่าน

"พ่อก็ดีใจ แล้วนี่หนูมาได้ยังไง"

"โมนานั่งรถประจำทางมาค่ะ"

"นั่งรถประจำทาง? แล้วผู้พันล่ะ"

"เออ.." เธอลืมไปเลยถ้าพ่อถามหาเขาจะบอกยังไง รวมทั้งการเดินทางด้วยเห็นหน้าพ่อก็เลยไม่กล้าโกหก

"เราเข้าไปในบ้านกันดีกว่า" เรวทัตเห็นลูกสาวตอบไม่ได้ก็พอจะรู้แล้ว ท่านก็เลยชวนเข้าบ้านก่อน

"พ่อพักที่นี่หรือคะ" มันเป็นบ้านไม้แบบข้าราชการ แต่ก็ถูกซ่อมแซมและทาสีใหม่

"ขี้เกียจเดินทางเข้าไปในเมือง ก็เลยพักมันที่นี่เลย" ที่จริงยศตำแหน่งขนาดท่านไม่จำเป็นต้องมาอยู่แบบนี้ แต่เรวทัตละทิ้งแล้วทุกอย่าง ตั้งแต่ผิดหวังจากภรรยา

มโนราห์เข้ามาถึง สายตาของคนเป็นลูกแอบเหลือบมองไปทั่วบ้าน จะผิดไหมถ้าเธอคิดว่าพ่ออาจจะมีผู้หญิงมาอยู่ด้วย เพราะพ่อของเธอขึ้นชื่อเรื่องนี้มาก

"พ่อไม่รู้ว่าหนูจะมา ถ้างั้นไปพักห้องพ่อก่อนไหม" ห้องของท่านถูกทำผนังขึ้นมาอย่างดีเพื่อติดแอร์ แต่ห้องอื่นก็ยังเป็นไม้ ที่จริงบ้านหลังอื่นดีกว่านี้ก็มี แต่ก็มีเจ้าของหมดแล้ว ถึงพวกเขาจะย้ายออกเพื่อมอบบ้านให้กับท่าน ท่านก็ไม่เอา เพราะไม่อยากเป็นภาระใคร

"ที่นี่อากาศดีคงไม่ร้อนหรอกค่ะพ่อ" มโนราห์มองดูห้องสี่เหลี่ยมที่ถูกสร้างด้วยไม้ ขนาดเตียงนอนยังเป็นไม้สักเก่าๆ "พ่อจะไปทำงานแล้วไม่ใช่หรือคะ ไปเถอะค่ะโมนาอยู่ที่นี่ได้"

"ถ้างั้นตอนเที่ยงพ่อจะกลับมานะ" คนเป็นพ่อเอื้อมมือไปขยี้ผมลูกสาวเบาๆ แบบเอ็นดู

"ค่ะ" ทำไมเธอรู้สึกสบายใจจังที่ได้มาอยู่กับพ่อ ขออยู่แบบนี้ตลอดไปเลยได้ไหม

มโนราห์เดินออกมาส่งพ่อที่หน้าบ้าน เพราะต้องได้ล็อกประตูด้วย พอปิดประตูแล้วหญิงสาวก็เข้าไปดูในครัว ว่าพ่อมีอาหารไหมตอนนี้รู้สึกหิวมาก

พอมาถึงห้องทำงาน พลเอกเรวทัตก็ล้วงเอาโทรศัพท์ในกระเป๋าออกมา

{"ครับท่าน"}

   {"ผู้พันติดงานด่วนเหรอ"}

{"เออ..ครับ..แต่ไม่ด่วนเท่าไรครับ"}

   {"มีปัญหาอะไรกับลูกสาวผมหรือเปล่า"}

{"เปล่านี่ครับ"}

  {"แล้วรู้ไหมว่าตอนนี้ลูกสาวผมอยู่ที่ไหน"}

ปลายสายเงียบไปเพราะบอกไม่ได้ ..ตั้งแต่วันนั้นเขายังไม่กลับบ้านเลยก็เลยไม่แน่ใจว่าเธอยังอยู่ไหม

  {"เคลียร์งานแล้วรีบมาที่นี่"}

🖊ชะนีติดมันส์ @มัดหมี่

บทก่อนหน้า
บทถัดไป