บทที่ 11 สถานการณ์ลำบากใจ(2)
“ถ้าอย่างนั้นก็คงต้องรอพี่สาวคุณมาก่อน เราจะได้มาคุยกันเพื่อหาทางออก”
ขณะที่กำลังคุยกันอยู่นั้น เสียงฝีเท้าของใครบางคนก็มาหยุดยืนตรงบานประตูที่เปิดอยู่ พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างอ้วนที่เดินเข้ามาในชุดกางเกงวอร์ม เสื้อยืดสบาย ๆ รองเท้าแตะ ใบหน้าไร้เครื่องสำอาง
ดวงตาคู่สวยกวาดมองทั่วห้องเพื่อหาน้องสาวตัวเอง เสี้ยววินาทีก็ชะงัก เมื่อสบตากับใบหน้าคมคายที่หันมามองเธอพอดี
ฟาริศาเบิกตากว้างเล็กน้อย ก่อนจะพึมพำชื่อเขาออกมา
“คุณธีรณัฐ?”
“คุณฟาริศา...”
ชายหนุ่มเองก็ไม่ต่างหัน เขาก็ไม่คาดคิดว่าจะมาเจอพนักงานในบริษัทในสถานที่แบบนี้ แล้วถ้าเธอเอาเรื่องนี้ไปพูดที่อื่น มันย่อมเกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของบริษัท
ความอึดอัดเกิดขึ้นภายในห้องชั่วขณะทำให้ทุกคนในห้องมองสลับกันไปมา
ซาริตารีบเดินเข้าไปใกล้พี่สาว แล้วกระซิบเบา ๆ เพื่อให้ได้ยินกันแค่สองคน “พี่ฟา ... ขอโทษนะ ซาไม่ได้ตั้งใจให้มันเป็นเรื่องใหญ่ขนาดนี้”
ธีรณัฐคลายสีหน้าประหลาดใจลงก่อนจะพูดขึ้น “คุณเป็นผู้ปกครองของเธอเหรอ?”
ฟาริศาพยักหน้าเบา ๆ “ค่ะ ซาริตาเป็นน้องสาวฉัน...”
เธอเว้นวรรคเล็กน้อย หันไปมองชายหนุ่มข้างตัวเขา ที่ดูอ่อนวัยกว่า แถมใบหน้ายังเป็นไปด้วยความฟกช้ำ
“แล้ว ... คุณเป็น...?”
“น้องชายต่างแม่ของผมเอง ... แล้วก็เป็นคู่กรณีของน้องคุณ” ธีรณัฐตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ก่อนที่ทั้งห้องจะตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง
ความรู้สึกกระอักกระอ่วนแล่นพล่านในอกหญิงสาวอย่างห้ามไม่อยู่ เขาคือเจ้านายของเธอ เป็นบุคคลที่เธอมองว่าเป็นต้นแบบของการทำงาน อีกทั้งเป็นคนทึ่หัวใจเธอบอกว่าชอบตั้งแต่แรกเห็น ทว่าตอนนี้กลับต้องมายืนเผชิญหน้ากันในสถานที่ต่างฝ่ายต่างเป็น “ผู้ปกครอง” ให้กับคนในครอบครัวที่เพิ่งทะเลาะกัน
“ในเมื่อคุณธีรณัฐยินดีจะไกล่เกลี่ย และทางตำรวจเองก็ไม่มีหลักฐานที่ชัดเจน งั้นเราคงต้องทำให้เรื่องนี้จบโดยไม่มีคดีความ”
ฟาริศาพูดอย่างเป็นทางการ พยายามควบคุมเสียงให้นิ่ง ทั้งที่ในใจปั่นป่วนอย่างประหลาด เธอพ่นลมหายใจออกมาเล็กน้อย ก่อนหันไปหาน้องสาวด้วยแววตาจริงจัง
“ซา ขอโทษเขาสิ ที่ซาใช้กำลังมันก็ไม่ถูกต้อง”
ซาริตาเม้มปากแน่นอย่างลังเล แต่สุดก็ยอมก้มศีรษะเล็กน้อย
“ขอโทษนะ ที่ฉันต่อยหน้านาย”
ธนภพพยักหน้าหนีไปอีกทาง ไม่ได้พูดอะไรออกไป ธีรณัฐส่งสายตาดุแทนคำสั่งว่าให้ขอโทษกลับเหมือนกัน เจ้าของใบหน้าฟกช้ำจึงจำใจหันกลับไปหาซาริตาอย่างไม่เต็มใจ
“ขอโทษ”
พอพูดเสร็จก็เบือนหน้าหนีทันที
“งั้นผมขอตัวกลับก่อนนะครับ” เขาบอกเสียงราบเรียบ ก่อนจะผลักไหล่น้องชายตัวเองเบา ๆ ให้เดินนำหน้าไป
ฟาริศามองตามแผ่นหลังร่างสูง ด้วยแววตาสั่นไหวแล้วก็แฝงไปด้วยความรู้สึกหน่วงในอกแทรกเข้ามาอย่างไม่รู้ตัว
“พี่ฟา...”
ซาริตาเอ่ยเรียกพี่สาวพร้อมกับดึงชายเสื้อเบา ๆ เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเอาแต่เหม่อลอย คล้ายคนกำลังคิดอะไรบางอย่างอยู่
“อืม กลับกันเถอะ”
คนเจ้าเนื้อไม่ได้ดุอะไรเพิ่ม ไม่ได้บ่นหรือตำหนิน้องสาว เพราะคิดว่าวันนี้ก็คงไปเจอกับสถานการณ์ที่ไม่ดีมา รอให้พรุ่งนี้ก่อนเธอจะเลือกคุยเป็นการส่วนตัวกันสองคน
สองพี่น้องเดินออกมาจากสถานีตำรวจพร้อมกัน แล้วเดินลัดเลาะตามริมฟุตบาทเพื่อไปรอขึ้นรถเมล์เที่ยวสุดท้าย โชคดีที่บ้านเธออยู่ไม่ไกลจากที่นี่เท่าไร แม้จะไม่มีรถเมล์วิ่งผ่านแต่ก็ยังมีรถโดยสารแบบอื่นให้บริการตลอดทั้งคืน
“พี่รู้จักเขาเหรอ?” ซาริตามถามขึ้นระหว่างเดิน
“อืม ... เขาเป็นเจ้านายพี่” ฟาริศาตอบเสียงแผ่ว โดยไม่ได้หันไปมองหน้าน้องสาว
“อ๋อ ... แบบนี้นี่เอง มิน่าพี่ดูเกร็ง ๆ ตอนอยู่ต่อหน้าเขา หล่อขนาดนั้นคงไม่ได้แอบชอบเขาหรอกมั่ง...”
ซาริตาเอ่ยแซวขำ ๆ เพื่อทำลายบรรยากาศ ทว่าเท้าฟาริศาหยุดเดินกลางคัน ดวงตาของเธอจึงเบิกกว้าง
“เฮ้ย! จริงเหรอพี่?”
“กลับบ้านเถอะ” เธอตัดบท แล้วเดินนำหน้าไปทันที ไม่อยากต่อความยาวสาวความยืดไปมากกว่านี้
“ทำไมพี่ไม่ตอบซาล่ะ”
ร่างเล็กของผู้เป็นน้องยังคงเดินลัดหน้าลัดหลัง เพื่อคาดคั้นเอาคำตอบ ฟาริศาจึงหยุดเดินยกสองแขนเท้าเอว ส่งสายตาดุไปให้พร้อมเอ่ยประโยคเด็ดที่เจ้าตัวต้องยอม แล้วไม่กล้าถามเรื่องนี้อีก
