บทที่ 4 เมียเก็บพ่อเลี้ยงสิงหราช ตอนที่ 4
[Singharaj’ Part]
“เรื่องรตีมาลีจัดการไปถึงไหนแล้วไท” น้ำเสียงดุดันของสิงหราชเอ่ยถามลูกน้องคนสนิทอย่างไทก้าด้วยใบหน้านิ่งเรียบ
“มาลีบอกว่าตอนนี้คุณรตีเริ่มลำบาก เงินที่ขโมยไปเริ่มหมดจนเริ่มเอาเครื่องเพชรที่นายซื้อให้มาขายแล้วครับ” ไทก้าตอบกลับนายเหนือหัวอย่างสิงหราชด้วยน้ำเสียงนอบน้อม
สายตาคมนั้นเหม่อลอยเมื่อหวนคิดถึงอดีต เมื่อหกปีก่อนตัวเขานั้นเข้าพิธีแต่งงานกับรตี ผู้หญิงที่คุณปู่เขานั้นคัดแล้วคัดอีกว่าดีและลงข่าวหน้าหนึ่งไปแทบทุกสำนัก แรก ๆ ก็เหมือนจะดี ตัวเขาที่ทำงานหนักนก็หาเวลามาปรนเปรอความใคร่ของเธอเสมอ แต่มันคงจะไม่พอสำหรับผู้หญิงร่านอย่างรตี
ผ่านไปไม่นานก็มีข่าวลือหนาหูว่าเมียพ่อเลี้ยงนั้นคบชู้กับคนงานในไร่ ในระหว่างที่ตัวเขานั้นไปดูงานที่ต่างจังหวัดแล้วทิ้งเธอไว้อยู่ที่ไร่เพียงคนเดียว
สิงหราชนั้นไม่ได้ปล่อยผ่านแต่กลับเล่นเกมส์อยู่เงียบ ๆ และตัวเขาก็ไม่แตะต้องรตีอีกเลย แม้ว่าเธอจะพยายามยั่วยวนตัวเขามากแค่ไหนก็ตามหลังจากนั้นไม่นานทั้งคู่ก็หนีตามกันไปโดยที่ฝ่ายหญิงนั้นกวาดเงินสดในตู้เซฟของเขาเกือบเจ็ดล้านบาทและเครื่องเพชรที่เขาซื้อให้เธออีกเกือบสิบชุดไปด้วย
ถ้าว่ากันตามจริงที่เธอหนีไปได้ง่ายดายขนาดนั้นเป็นเพราะเขาเปิดทางให้ไปด้วยเหตุเพราะคุณปู่บังคับให้มีลูกกับเธอ แต่ในเมื่อเธออยากไปใจจะขาดขนาดนี้เขาจึงต้องเปิดทางให้ไปอย่างสะดวกสิถึงจะถูกต้อง เขาจะได้ไม่ต้องถูกตัดออกจากกองมรดก โดยที่เขาไม่ต้องเสียอะไรเลยสักนิด แม้จะมีข่าวออกมาบ้างช่วงแรก ๆ แต่ตอนนี้ผ่านมาเกือบห้าปีแล้ว ทุกคนก็แทบจะลืมกันหมดแม้กระทั่งคนงานในไร่ก็ลืมเลือนกันไป
“อืม ปล่อยให้พวกมันหัวซุกหัวซุน ตัดแข้งตัดขาให้พวกมันอดอยากจนพวกมันคลานมาที่เมืองไทยเราจะได้จัดการมันง่ายขึ้น” สิงหราชตอบกลับไทก้าด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ แต่แววตากับเหี้ยมเกรียมจนไทก้านั้นถึงกับลอบกลืนน้ำลายกับความโหดเหี้ยมนี้
“ครับนาย”
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
“คุณสิงห์คะ ป้าเข้าไปได้ไหมคะ” เสียงแหบพร่าของหญิงชราที่ดังอยู่ยังหน้าประตู ทำให้คิ้วหนาขมวดมุ่นอย่างสงสัยเพราะปกติป้าดาไม่ค่อยขึ้นมาห้องทำงานเขาบ่อยนักถ้าไม่มีเหตุจำเป็น
“เปิดเข้ามาเลยครับป้า” ใบหน้าคมที่คิ้วขมวดมุ่นนั้นปรับสีหน้าให้ผ่อนคลายลงแล้วเอ่ยอนุญาตคนด้านนอกเสียงนุ่มด้วยเพราะป้าดาเป็นแม่บ้านเก่าแก่ของที่นี่ ตัวเขาจึงค่อนข้างเคารพและเกรงใจมากเป็นพิเศษ
ร่างของหญิงชราที่เดินเข้ามาด้วยความนอบน้อมนั้นยกมือขึ้นไหว้พ่อเลี้ยงสิงหราชอย่างเคยชิน จนสิงหราชนั้นยกมือไหว้กลับแทบไม่ทัน ทั้ง ๆ ที่เขาบอกไปหลายรอบแล้ว แต่ป้าดาที่หลง ๆ ลืม ๆ ก็ยังไม่หยุด
“ป้าดามีอะไรรึป่าวครับ”
“คือว่าป้าจะถามว่าพอจะมีตำแหน่งงานในไร่ว่างบ้างมั้ยคะ” ป้าดาเอ่ยถามด้วยสีหน้าที่เปี่ยมไปด้วยความหวังที่ชัดเจน จนสิงหราชนั้นแอบอมยิ้มด้วยความเอ็นดูไม่ได้
“ตำแหน่งอะไรครับ ป้าดาจะฝากใครมาทำงานกับผมครับ” สิงหราชเมื่อรู้ว่าป้าดาขึ้นมาหาเพราะเรื่องนี้ ก็สีหน้าผ่อนคลายลงอย่างเห็นได้ชัด
“หลานสาวป้า ยัยพีชน่ะค่ะ มันน่าจะเรียนบัญชีมานะ ใช่ไหมเจ้าไท” ป้าดาบอกด้วยน้ำเสียงไม่มั่นใจนักเพราะตัวเธอแก่แล้วก็เริ่มจะหลง ๆ ลืม ๆ ก่อนจะหันหน้าไปหาไทก้าเพื่อยืนยันในสิ่งที่เธอคิด
“ครับป้าดา น้องพีชเรียนบัญชี ส่วนน้องหม่อนเรียนการตลาดครับ” ไทก้าเอ่ยให้ข้อมูลกับพ่อเลี้ยงสิงหราชในสิ่งที่ตัวเองรู้ เพราะตัวเขานั้นทำบัญชีเพื่อจ่ายค่าเทอมให้ลูกหลานคนในไร่ตามนโยบายของพ่อเลี้ยงสิรพันธ์บิดาของสิงหราช
สิงหราชนั้นมองหน้าไทก้าอย่างขอความเห็นเพราะตำแหน่งนี้ไทก้าเป็นคนดูแลเนื่องจากต้องประสานงานกับเขาโดยตรง เขาจึงไม่รับคนงานเพิ่ม แต่ด้วยหน้าที่ของไทก้าตอนนี้ที่แทบจะทำงานทุกอย่างที่เขาสั่งราวกับเลขาพ่วงด้วยตำแหน่งบัญชีจนแทบไม่มีเวลาหลับนอน
“มึงว่ายังไงไอ้ไท” สิงหราชเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง คิ้วหนาข้างซ้ายยกขึ้นอย่างขอความเห็นลูกน้องคนสนิท
“ผมแล้วแต่นายครับ” ไทก้าเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงนอบน้อม
“ว่างครับป้า ให้หลานป้ามาเริ่มงานในอาทิตย์นี้ได้เลยนะครับ ไอ้ไทมันจะได้มีเวลาพักผ่อน” สิงหราชตอบกลับป้าดาเสียงนุ่มทำให้ใบหน้าของหญิงชรานั้นยิ้มร่าด้วยความยินดีพลางเอ่ยขอบคุณเขาซ้ำ ๆ ก่อนจะขอตัวไปทำงานที่ค้างไว้ต่อ
“สืบประวัติยัยเด็กนี่มาให้กูด้วยไอ้ไท” เสียงเรียบนิ่งเอ่ยบอกกับลูกน้องคนสนิท ด้วยเพราะเขานั้นไม่ค่อยจะไว้ใจใครนอกจากคนในครอบครัวนอกจากทั้งไทก้าและมาลีที่เป็นข้อยกเว้น เพราะทางครอบครัวเขาชุบเลี้ยงพวกมันมาตั้งแต่เด็ก โอกาสที่จะหักหลังเขานั้นมีน้อยมาก แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะมี แต่เพราะร่วมเป็นร่วมตายกันมาหลายครั้งทำให้เขานั้นคลายกังวลใจเรื่องนี้ไป
“ครับนาย”
“แล้วลูกหม่อนนี่เรียนจบหรือยัง” สิงหราชเอ่ยถามถึงหลานสาวป้าดาอีกคนเพราะคนน้องนั้นเรียนมหาลัยในตัวเมืองเชียงใหม่ทำให้หล่อนกลับมาไร่บ่อยครั้ง ซึ่งเขาก็เคยเจอผ่าน ๆ บ้าง
“น้องพึ่งเรียนจบครับ”
“ไปถามให้เรียบร้อยว่าจะได้ให้มาเป็นผู้ช่วยมึง” สิงหราชเอ่ยบอกไทก้าด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม แต่แววตากลับล้อเลียนจนทำให้ใบหน้าคมของไทก้านั้นขึ้นสีริ้วเล็กน้อย
“ครับนาย”
[End of Singharaj’ Part]
