บทที่ 6 เมียเก็บพ่อเลี้ยงสิงหราช ตอนที่ 6
[Singharaj’ Part]
ดวงตาคมกวาดมองยังร่างอวบอิ่มที่ก้มหน้างุดนั้นชะงักงัน เมื่อหัวใจแกร่งที่ไม่เคยสั่นไหวให้กับใครนั้นเริ่มที่จะสั่นไหวเบา ๆ อย่างควบคุมไม่อยู่ จนตัวเขานั้นเผลอกลืนน้ำลายลงคออย่างช้า ๆ เพื่อข่มความรู้ที่เริ่มก่อตัวกับลูกหลานคนงานในไร่
“เงยหน้าขึ้นสิ ก้มหาหวยเหรอ” สิงหราชเอ่ยบอกด้วยเสียงเรียบตึง แต่มุมปากกับกระดกยิ้มขึ้นเล็กน้อยเมื่อคนตัวอวบเอาแต่ก้มหน้าอยู่อย่างนั้น
“อะ...เอ่อ...ค่ะ” ลูกพีชเงยใบหน้าที่ขึ้นสีระเรื่อขึ้นมาสบเข้ากับสายตาคม ทำเอาเธอแทบลืมหายใจ เมื่อได้เห็นใบหน้าของเขาชัด ๆ ในรอบหลายปี มืออวบอิ่มนั้นชื้นเหงื่อจนตัวเธอนั้นเผลอกำชายกระโปรงแน่น
“พรุ่งนี้มาเริ่มงานที่นี่ เจ็ดโมงเช้านะ” เสียงทุ้มเอ่ยบอกขณะที่สายตาเขากลับไปสนใจยังรายงานออเดอร์ดังเดิม ก็จะให้จ้องนาน ๆ ได้ยังไงเล่า ถ้าจ้องนานกว่านี้เขาคงได้ลากเธอเข้าห้องแน่ ๆ
“ค่ะ” เสียงอ่อนหวานนั้นตอบรับแผ่วเบา ตัวเขาอยากจะรู้นักว่ารูปร่างอวบอิ่มนั้นเนื้อตัวจะนุ่มนิ่มเต็มไม้เต็มมือเพียงใด
ใบหน้าคมที่สะบัดไปมาเพื่อเรียกสติตัวเอง ทำให้ไทก้าที่ยืนสังเกตการอยู่ถึงกับลอบยิ้ม เมื่อเจ้านายตัวเองนั้นเสียอาการเพราะผู้หญิงตัวอวบอ้วนที่ดูจะไม่ใช่สเป็กของพ่อเลี้ยงเอาสะเลย
“นายครับ ให้น้องพีชไปพักก่อนมั้ยครับ” ไทก้าเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเนิบนุ่ม แต่สิงหราชกลับตวัดสายไม่พอใจมายังเขา ทำให้ไทก้านั้นงุนงงไม่น้อยว่าเจ้านายของเขาเป็นอะไร...
“อือ พรุ่งงี้มาเริ่มงานให้ตรงเวลาล่ะ” สิงหราชเอ่ยบอกด้วยเสียงติดดุ เมื่อเห็นว่ายัยตัวอ้วนนั่นหันไปยิ้มหวานให้ไอไทแต่กับเขานั้นหน้าตึงใส่
“ค่ะพ่อเลี้ยง งั้นฉันขอตัวก่อนนะคะ” ลูกพีชหันมายกมือไหว้ลาสิงหราชก่อนจะหมุนตัวกลับแล้วหันไปพูดกับไทก้าด้วยน้ำเสียงหวานหู
“พี่ไท...พีชไปก่อนนะคะ” ใบหน้าคมของสิงหราชนั้นเรียบตึง หัวใจแกร่งก็เกิดความไม่พอใจอย่างไม่รู้สาเหตุเมื่อเธอเลือกที่จะพูดจาห่างเหินกับเขา แต่เลือกแทนตัวเองว่าพีชกับไอ้ไทเนี่ยนะ
“ครับ” ไทก้าพยักหน้ารับพลางหันไปมองลูกพีชที่กำลังเดินกลับออกไปจากประตู ยังไม่วายที่มืออวบยกขึ้นมาบ๊ายบายเขา ทำให้ไทก้านั้นถึงกับอมยิ้มออกมา
“มึงยิ้มอะไร” ไทก้าที่หันกลับมาสบเข้าดวงตาเข้มดุของสิงหราชนั้นถึงกับส่งยิ้มแห้ง ๆ ไปให้เจ้านายของตน เมื่อใบหน้าคมเข้มนั้นเรียบตึงราวกับไม่พอใจอะไรบางอย่าง นี่นายหึงน้องพีชเหรอเนี่ย...
“ไม่มีอะไรครับนาย แค่น้องพีชยิ้มให้ผมเลยยิ้มตอบครับ” ไทก้าเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงเนิบนุ่มอย่างหยั่งเชิงสิงหราช แต่คำตอบนั้นกับทำให้ให้สิงหราชจ้องมองไทก้าราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
“แล้วทำไมมึงต้องเรียกว่าน้องพีช ? ทำไมไม่เรียกพีชเฉย ๆ ?” น้ำเสียงดุดันที่เปล่งออกมาทำให้ไทก้าถึงกับร้อน ๆ หนาว ๆ เมื่อไม่ได้ยินสิงหราชพูดด้วยน้ำเสียงแบบนี้มานานแล้ว
“นายชอบน้องพีชเหรอครับ ?” ไทก้าที่เอ่ยถามเจ้านายของตน ทำเอาสิงหราชถึงกับชะงักกึกกับคำถามของลูกน้องคนสนิทที่ถามออกตรง ๆ โดยที่เขาไม่ทันตั้งตัว
“แค่น่าสนใจดี” สิงหราชเอ่ยด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบอย่างไม่ค่อยจะยอมรับความจริง แต่ก็ไม่รอดพ้นคนช่างสังเกตอย่างไทก้าที่รู้ว่าพ่อเลี้ยงของตนตกหลุมรักหญิงสาวไปตั้งแต่แรกเห็นแล้ว
“แต่ผมว่าน้องน่าจะโสดนะครับ” ไทก้าเอ่ยบอกเจ้านายหนุ่มด้วยน้ำเสียงล้อเลียนเล็กน้อย ก็ได้รับสายตาคมดุเป็นการตอบแทน
“กูไม่ได้อยากรู้” คำตอบของสิงหราชนั้นทำเอาไทก้าถึงกับลอบอมยิ้มออกมา
“กูไม่อยากเป็นสมภารกินไก่วัด” สิงหราชที่เอ่ยซ้ำออกมา ทำเอาไทก้าถึงกับกลั้นขำเกือบไม่อยู่ เมื่อสมภารนั้นแทบจะกระโจนใส่ไก่วัดตั้งแรกเห็นอยู่แล้ว
สิงหราชนั้นถอนหายใจออกมาด้วยความหนักใจ เมื่อหัวใจที่ด้านชามาตลอดกลับกำลังสั่นไหวเพราะหญิงสาวตัวอวบที่น่าฟัดคนนั้น
“นายครับ ถ้าชอบก็จีบสิครับนาย” ไทก้าเอ่ยแนะนำนายของตนเอง เพราะอยากให้นายของตนมีคู่ครองสักที คุณปู่ของเขาจะได้เลิกเคี่ยวเข็ญสักที
“แล้วมึงเมื่อไหร่จะจีบน้องหม่อนของมึงหล่ะ” สิงหราชที่ย้อนถาม พลางจ้องมองไทก้าที่ใบหน้าคมเข้มขึ้นสีริ้วชัดเจนอย่างล้อเลียน เมื่อมันแอบชอบลูกหม่อนมาเนิ่นนานแต่ก็ไม่กล้าจีบสักที
“รอน้องเรียนจบครับ” ไทก้าที่เคยฉะฉาน บัดนี้กลับตอบสิงหราชด้วยน้ำเสียงอ้อมแอ้มอย่างเขินอาย เมื่อหญิงสาวที่เขาตกหลุมรักเมื่อสี่ปีที่แล้วนั้นกำลังจะเรียนจบแล้ว
“แล้วเรื่องที่กูให้ไปสืบถึงไหนแล้ว”
“เหมือนพวกมันรู้ตัวว่าเรารู้ครับ แต่ผมกำลังสะกดรอยแบบเงียบ ๆ เพื่อที่จะไม่ให้พวกมันไหวตัวทันครับ”
สิงหราชพยักหน้ารับรู้กับสิ่งที่ไทก้าบอก สายตาคมนั้นเหม่อมองยังหน้าต่างด้วยใบหน้าโหดเหี้ยม เมื่อคนงานในไร่ที่เขาชุบเลี้ยงอย่างดีกำลังกลายเป็นอสรพิษมาแว้งกัดเขา แต่พวกเขายังไม่กระโตกกระตากจึงให้ไทก้านั้นสืบเงียบ ๆ ราวกับคนไม่รู้อะไร
“ให้คนของเราคอยเก็บหลักฐานการค้าไม้เถื่อนของไอ้เมืองให้ได้มากที่สุด กูว่ามันนี่แหละที่พยายามดิสเครดิตไร่เรา”
ไทก้าพยักหน้ารับคำสั่งของพ่อเลี้ยงอย่างนอบน้อม ใบหน้าคมนั้นตึงเครียดขึ้นมาเล็กน้อย เมื่อการค้าไม้เถื่อนที่หายเงียบไปหลายปีนั้นเริ่มจะกลับมาอีกหน
“แล้วไอ้ครามมีข่าวอะไรคืบหน้าไหม” สิงหราชเอ่ยถามถึงฟ้าครามเพื่อนสนิทของตนที่เป็นสายสืบเข้าไปสืบยังปางไม้เถื่อนของพ่อเลี้ยงเมืองคำอย่างลับ ๆ
“ด้านคุณครามยังไม่มีการเคลื่อนไหวครับนาย” สิงหราชพยักหน้าอย่างรับรู้ เพราะเพื่อนเขาคนนี้ก็เก่งพอตัวเขาจึงไม่กังวลสิ่งใด
“จัดโต๊ะทำงานให้ลูกพีชด้วยน้ำเสียงราบเรียบเอ่ยบอกให้ไทก้าเป็นคนจัดการ เพราะตัวเขานั้นจะเข้าไปดูผลผลิตในไร่
[End of Singharaj’ Part]
