บทที่ 11 เสียงโทรศัพท์กลางดึก
นายหัวนทีเดินออกมาจากห้องด้วยสีหน้าที่ปรับให้ดูปกติทั้งที่ในใจเป็นกังวล เพราะการคุยกับน้าประไพในครั้งนี้เหมือนเธอรู้ตัวว่าคงมีเวลาอีกไม่นานและคำพูดสั่งเสียเหล่านั้นก็ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกไม่ดีเลย
“แม่พูดอะไรกับนายหัวบ้างคะ”
“ก็คุยเรื่องทั่วๆ นั่นแหละฉันว่าเราไปกินข้าวกันเถอะเดี๋ยวจะได้กลับไปพัก”
หลังจากนั้นทั้งสามคนก็พากันไปทานอาหารก่อนจะถึงเวลากลับวันนี้อันดาขอขี่รถกลับเองเพราะพรุ่งนี้เธอจะได้มาเยี่ยมมารดาแต่เช้านายหัวก็ยอม เขาขับรถยนต์ตามเธอมาอย่างช้าๆ จนกระทั่งถึงบ้าน
“ขอบคุณนะคะนายหัว”
“อือ รีบพักนะพรุ่งนี้จะไปตั้งแต่เช้าเหมือนเดิมหรือเปล่า”
“พรุ่งนี้หนูคงไปช่วงสายๆ ค่ะ หมอบอกว่าเข้าเยี่ยมได้ตอนเที่ยงค่ะ”
“อือ ฉันไปนะ รีบนอนพักล่ะ”
“ค่ะนายหัว” เมื่อนายหัวกลับไปแล้วอันดาก็ทำธุระส่วนตัวก่อนจะเข้านอน คืนนี้เธอหลับได้เร็วกว่าเมื่อคืนก่อนเพราะเริ่มคลายกังวลเกี่ยวกับอาการของมารดาแล้ว
....
เสียงโทรศัพท์ของนายหัวนทีดังขึ้นในเวลาตีสาม ชายหนุ่มเอื้อมมือไปเปิดโคมไฟที่หัวเตียงก่อนจะหยิบโทรศัพท์มากดรับสาย เขาคิดในใจว่าถ้าคนที่โทรมาไม่มีธุระสำคัญเขาจะต้องเอาเรื่องแน่ๆ ที่บังอาจมารบกวนเวลาพักผ่อน
“สวัสดีครับ” นทีรับสายด้วยเสียงเหนื่อยหน่ายและเย็นชา
“นั่นใช้เบอร์โทรญาติคุณประไพไหมคะ” เสียงปลายสายถามขึ้นเพื่อความแน่ใจ
“ใช่ครับผมเอง มีอะไรหรือเปล่าครับ” นทีเริ่มใจคอไม่ดีเมื่อปลายสายถามมาแบบนั้น
“ฉันโทรจากโรงพยาบาลนะคะ”
“โรงพยาบาลเหรอ” เขาดีดตัวลุกขึ้นนั่งความง่วงหายไปจนหมด
“ใช่ค่ะ ฉันจะโทรมาแจ้งอาการคุณประไพค่ะ ตอนนี้อาการของคุณประไพทรุดลงค่ะ เมื่อสักครู่คุณหมอได้ทำการปั๊มหัวใจและใส่ท่อช่วยหายใจแล้วแต่ท่าทางคนไข้ไม่ดีเลยคุณจะสะดวกมาที่โรงพยาบาลไหมคะ คุณหมอเกรงว่าถ้ารอให้ถึงเช้ามันอาจจะช้าเกินไปเพราะมีบางอย่างที่ญาติต้องตัดสินใจค่ะ”
“สะดวกครับเดี๋ยวผมจะรีบไป”
เมื่อกดวางสายจากพยาบาลแล้วนทีก็เลื่อนหารายชื่อของอันดาจากนั้นก็รีบกดโทรออก เขารอสายอยู่พักใหญ่ปลายสายก็กดรับด้วยความงัวเงีย
“สวัสดีค่ะนายหัวมีอะไรหรือเปล่า” อันดาถามด้วยเสียงร้อนรนเพราะนายหัวนทีไม่น่าจะโทรหาเธอในเวลาดึก
“อันดารีบเปลี่ยนชุดเลยนะ เดี๋ยวฉันจะไปรับเธอที่บ้าน”
“เราจะไปไหนคะ ไปโรงพยาบาลใช่ไหม แม่หนูเป็นอะไรใช่ไหม” หญิงสาวถามเพราะมันเป็นสาเหตุเดียวที่เธอพอจะนึกออกว่าทำไมเขาถึงโทรหาเธอเวลานี้
“อือ เมื่อกี้พยาบาลโทรมาบอก เธอรีบแต่งตัวเลยนะ เดี๋ยวฉันขับรถไปรับที่บ้าน” เขาบอกอย่างรวดเร็วเพราะไม่อยากเสียเวลา
“ค่ะนายหัว”
เมื่อหญิงสาวกดวางสายไปแล้วนายหัวนาทีก็รีบเข้าห้องน้ำล้างหน้าเปลี่ยนชุดก่อนจะขับรถมายังบ้านของอันดาซึ่งอยู่ไม่ไกล
พอนายหัวนทีมาถึงหญิงสาวก็ยืนรอเขาอยู่หน้าบ้านแล้วเธอรีบเปิดประตูขึ้นไปนั่งคู่กับเขาอย่างรวดเร็ว
“นายหัวค่ะ หมอบอกว่ายังไงบ้าง”
“เมื่อกี้พยาบาลโทรมาบอกว่าแม่เธออาการทรุดตอนนี้หมอเลยให้กลับมาใส่ท่อช่วยหายใจ” เขาตอบตามที่ได้ฟังมาจากพยาบาล
“นายหัวคะแม่จะไม่เป็นอะไรใช่ไหม”
“ฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกันแต่ทางนั้นบอกให้เรารีบไปเผื่อมีอะไรที่เราจะต้องตัดสินใจ”
“หนูใจคอไม่ดีเลยค่ะ หนูกลัว” หญิงสาวหน้าซีดตัวสั่น
นายหัวนทีหันมามองแล้วเอื้อมมือมาจับมือของที่เย็นเฉียบของหญิงสาวไว้ส่วนมือหนึ่งก็ประคองพวงมาลัยรถยนต์แล้วเหยียบด้วยความเร็วกว่าทุกครั้ง
กลางดึกแบบนี้รถบนถนนไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่เพียงแค่ สิบนาทีนิดๆ นายหัวนทีก็พาหญิงสาวมายังโรงพยาบาลประจำจังหวัด
“เธอขึ้นไปก่อนเลยฉันจอดรถแล้วจะรีบตามไป”
นายหัวนทีจอดรถบริเวณหน้าตึกให้หญิงสาวลงก่อนที่ตัวเองจะไปหาที่จอดรถ
อันดาวิ่งกระหืดกระหอบขึ้นมายังตึกผู้ป่วยซึ่งตอนนี้มันเงียบสงัดหญิงสาวรีบตรงไปเคาน์เตอร์พยาบาลทันที
“พยาบาลค่ะแม่เป็นยังไงบ้าง” อันดาพยาบาลเสียงสั่น ความกลัวและความกังวลทำให้หญิงสาวตัวสั่น
“เมื่อครึ่งชั่วโมงก่อนคนไข้มีอาการหอบเหนื่อยและหยุดหายใจไปครั้งหนึ่ง หมอปั๊มหัวใจและใส่ท่อช่วยหายใจไปแล้วค่ะ”
“ทำไมจู่ ๆหมายถึงอาการทรุดได้คะเมื่อตอนเย็นหนูยังคุยกับแม่อยู่เลย” หญิงสาวถามด้วยความสงสัย
“เรื่องนี้ทางคุณหมอก็แปลกใจเหมือนกัน ตอนนี้หมอเวรกำลังดูอาการแม่ของหนูอยู่นะ”
“แล้วคุณหมอคนที่รักษาแม่หนูล่ะคะทำไมเขาถึงไม่มา” เธอถามเพราะไม่เข้าใจถึงขั้นตอนการทำงาน
“ช่วงกลางคืนแบบนี้จะมีหมอเวรประจำโรงพยาบาลคอยตรวจค่ะ ส่วนหมอที่ดูแลแม่ของหนูทางโรงพยาบาลก็โทรประสานงานให้แล้วคุณหมอก็ออกคำสั่งให้แพทย์เวรอีกทีค่ะ พรุ่งนี้เช้าท่านถึงจะเข้ามา” พยาบาลอธิบายอย่างใจเย็น เธอเข้าใจถึงความกังวลของญาติผู้ป่วย แต่ทุกอย่างก็ต้องทำตามขั้นตอนการรักษา เพราะหมอที่เป็นหมอเฉพาะทางจะไม่ตรวจคนไข้ตลอด 24 ชั่วโมงแต่จะให้หมอเวรคอยตรวจและโทรปรึกษาทางโทรศัพท์
“แม่หนูจะไม่เป็นอะไรมากใช่มั้ยหญิงสาวมองไปยังเตียงของมารดาซึ่งตอนนี้มีผ้าม่านปิดอยู่
“ทางเราจะพยายามช่วยให้เต็มที่นะคะ หนูนั่งรอตรงนั้นก่อนนะ”
“หนูอยากเข้าไปดูแม่ข้างในได้มั๊ยคะ”
“ไม่ได้หรอกค่ะตอนนี้หมอกำลังตรวจอาการอย่างใกล้ชิดถ้าหนูเข้าไปมันจะเป็นการเกะกะนะ” คุณพยาบาลบอกอย่างใจเย็น
