บทที่ 12 ต้องเข้มแข็งเหมือนแม่
หญิงสาวถอยออกมาจากเคาน์เตอร์และยืนเกาะกระจกแม้จะไม่เห็นด้านในแต่เธอก็พยายามส่งกำลังใจให้มารดาอย่างเต็มที่
“อันดาหมอว่ายังไงบ้าง” นายหัวนทีเดินเข้ามาถามเห็นท่าทางของเธอแล้วเขาก็ใจคอไม่ค่อยดีเท่าไหร่
“ก็อย่างที่นายหัวบอกหนูเลยค่ะ ว่าแม่เหนื่อยและหยุดหายใจไปครั้งหนึ่งค่ะ หมอใส่เครื่องช่วยหายใจเหมือนเดิมแล้วหมอค่ะ นายหัวคะทำไมมันถึงเป็นแบบนี้ล่ะเมื่อตอนเย็นเรายังคุยกับแม่อยู่เลย ตอนนายหัวคุยกับแม่แม่ก็ปกติดีใช่มั้ยคะ”
“ตอนที่ฉันคุยกับน้าไพเธอบอกว่าเหนื่อย”
“แม่ไม่เคยบอกหนูเลย”
“ก็เพราะแม่กลัวว่าเธอจะไม่สบายใจยังไงล่ะ แม่เธอเป็นคนเข้มแข็งนะเธอเองก็ต้องเข้มแข็งเหมือนกัน”
ขณะที่หญิงสาวเดินวนเป็นหนูติดจั่นอยู่หน้าห้องไอซียู นายหัวนทีก็เดินไปกดน้ำจากตู้เครื่องดื่มมาส่งให้
“กินน้ำหน่อยนะอันดาจะได้ใจเย็นขึ้น” เขาเปิดขวดก็ส่งให้
หญิงสาวรับมาจิบเพื่อไม่ให้เขาเสียความตั้งใจ จากนั้นก็ปิดขวดแล้ววางไว้บนเก้าอี้ ขณะที่ตัวเองก็ลุกเดินไปมองเตียงของมารดาที่ถูกปิดผ้าม่านไว้
อันดาหัวใจร่วงไปอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อเห็นทั้งหมอและพยาบาลวิ่งเข้าไปยังเตียงของมารดา หญิงสาวไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นหลังผ้าม่าน เธออยากจะเปิดประตูเข้าไปแต่ก็กลัวจะเป็นการรบกวนสมาธิของจนเกิดผลร้ายกับมารดาของเธอ
ครึ่งชั่วโมงผ่านไปหัวหน้าพยาบาลก็เดินออกมาจากผ้าม่าน และตรงมายังเคาน์เตอร์พยาบาล เธอเปิดกระจกเล็กๆ ออกเมื่ออันดาเห็นก็รีบเดินเข้าไปถามถึงอาการของมารดาทันที
“แม่หนูเป็นยังไงบ้างคะ”
“เมื่อกี้คนไข้หยุดหายใจไปอีกครั้งหนึ่งค่ะ หมอปั๊มหัวใจจนกลับมามีชีพจรขึ้นมาอีกครั้ง แต่คุณหมอไม่แน่ใจว่าถ้าหากครั้งหน้าคนไข้หัวใจหยุดเต้นจะสามารถทำให้หัวใจกลับมาเต้นได้อีกหรือเปล่า หมอเลยอนุญาตให้หนูเข้าไปดูคนไข้แต่ได้แค่แป๊บเดียวนะ”
“ผมขอเข้าไปพร้อมกับเธอได้ไหมครับ” นายหัวนทีถามพยาบาลเพราะเขาไม่อยากให้อันดาเข้าไปด้านในคนเดียว
“ได้ค่ะ”
ทั้งสองคนรีบเข้าไปยังห้องเปลี่ยนชุดจากนั้นเดินตรงไปที่เตียงของประไพทันที
“แม่....” หญิงสาวถลาเข้าไปกอดมารดาที่นอนไม่ได้สติ เธอกอดมารดาแน่นน้ำตาไหลอาบนายหัวนทีจึงได้แต่ยืนลูบหลังเธอเบาๆ เพื่อเป็นการปลอบใจ
“หมอคะทำไมจู่ๆ แม่หนูถึงเป็นแบบนี้ เมื่อวานหนูยังคุยกับแม่อยู่เลย”
“ตอนกลางดึกคนไข้มีอาการหอบเหนื่อยและหัวใจหยุดเต้นน่าจะเกิดจากกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน หมอปั๊มหัวใจกลับมาได้สองรอบแล้ว แต่หมอไม่แน่ใจว่าเกิดถ้าเกิดมีครั้งต่อไปหมอจะช่วยทันไหม หมอเลยอยากจะบอกญาติว่าให้ทำใจไว้สักนิด เพราะการปั๊มหัวใจแต่ละครั้งมันกินเวลานานขึ้นเรื่อยๆ ก็ไม่รู้ว่าคนไข้จะทนได้อีกนานแค่ไหน”
“ไม่จริงใช่ไหมคะ หมอแค่พูดเพื่อให้หนูทำใจแต่แม่จะยังไม่จากหนูไปตอนนี้นี้ใช่ไหมคะ แม่ยังจะอยู่กับหนูใช่ไหมคะ” หญิงสาวถามเสียงสั่นเครือน้ำตาไหลอาบแก้ม
“หมอพูดตามประสบการณ์ครับ คนไข้โรคหัวใจบางครั้งเขาก็จากเราไปอย่างกะทันหัน แต่หมอก็จะพยายามยื้อชีวิตท่านให้ได้มากที่สุด”
ขณะที่หญิงสาวกุมมือมารดาเธอมองท่านด้วยสายตาเต็มไปด้วยความรักและความห่วงใย เสียงเตือนจากมอนิเตอร์ที่อยู่ข้างเตียงก็ดังขึ้น
“หมอคะมันเกิดอะไรขึ้น” หญิงสาวถามหน้าตาตื่น
“คนไข้หัวใจหยุดเต้นอีกแล้วครับ รบกวนญาติออกไปรอข้างนอกก่อนนะ” พยาบาลรีบบอกเพราะตอนนี้ทุกคนต้องช่วยเหลือคนไข้และไม่อยากให้มีใครมาเกะกะข้างเตียง
“ไม่ค่ะ หนูจะอยู่กับแม่หนู จะอยู่ตรงนี้แม่ต้องกลับมาหาหนูนะ” มือเล็กของเธอจับมือมารดาไว้แน่น
“อันดาออกไปกับฉันนะ หมอจะได้ทำงานสะดวก”
“นายหัวคะหนูอยากอยู่กับแม่หนูไม่อยากไปไหน”
“คุณช่วยพาญาติคนไข้ออกไปข้างนอกนะคะ คุณหมอจะได้ทำงานสะดวกค่ะ” พยาบาลเตือนอีกครั้งทำให้นายหัว นทีต้องดึงตัวหญิงสาวออกมาจากผ้าม่านแต่ทั้งสองยังไม่ออกไปนอกห้อง
“แม่จะไปจริงๆ เหรอคะ” อันดาหันมาถามนายหัว ด้วยเสียงสั่นน้ำตายังคงไหลอย่างต่อเนื่อง
นทีเห็นแล้วก็สงสารจับใจเขาดึงเธอมากอดหญิงสาวก็ซบลงกับแผงอกแกร่งของเขาร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่นาน
“หมอกำลังทำงานอย่างเต็มที่นะอันดา” เขาปลอบ
ความเคลื่อนไหวยังคงเกิดขึ้นกับรอบเตียงของประไพผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมงคุณหมอท่านเดิมก็เปิดผ้าม่านออกพร้อมกับสีหน้าที่อันดาเห็นแล้วเข้าใจได้ทันทีว่ามันเกิดอะไรขึ้น
“หมอเสียใจด้วยนะครับ หมอพยายามอย่างเต็มที่แล้วแต่ร่างกายคนไข้สู้ไม่ไหวจริงๆ”
เมื่อพูดจบอันดาก็เข่าทรุดจนแทบจะล้มทั้งยืนแต่นายหัวนทีก็ประคองไว้ก่อน
“อันน่าอดทนอีกนิดแข็งใจนะ ไปบอกลาแม่เป็นครั้งสุดท้าย” นายหัวค่อยๆ ประคองร่างที่เหมือนไร้วิญญาณของอันดามาข้างเตียง
หญิงสาวก้มลงกราบบนอกแม่ร้องไห้ร้องไห้ปานจะขาดใจ เธอกอดมารดาไว้แน่นจนเวลาผ่านไปสักพักพยาบาลจึงเดินเข้ามา
“เดี๋ยวพยาบาลจะถอดท่อช่วยหายใจและสายต่างๆ ออกญาติเตรียมชุดมาใส่ให้คนไข้ไหมคะ”
“หนูไม่มีชุดให้แม่เลย”
“ญาติสะดวกจะกลับไปเอาชุดของคนไข้ไหมคะ แต่ถ้าไม่สะดวกทางเข้าโรงพยาบาลก็จะใส่ชุดนี้ให้ค่ะ”
“สะดวกครับเดี๋ยวผมจะรีบไปรีบกลับ ยังไงฝากทางนี้ด้วยนะครับ”
นายหัวนทีจูงมืออันดาที่ดูไร้สติกลับมาที่รถแล้วขับออกมาอย่างรวดเร็วเพื่อมายังบ้านของหญิงสาว
“อันดารีบหน่อยนะ”
“ค่ะ” หญิงสาวพยักหน้าก่อนจะวิ่งขึ้นไปบนบ้านเลือกชุดที่สวยที่สุดเมื่อได้แล้วก็รีบวิ่งลงจากบ้านขึ้นรถในหัวออกมา
“อันดาฉันรู้ว่าเธอรู้สึกยังไง ฉันจะไม่ห้ามฉันจะให้เธอได้ร้องไห้อย่างเต็มที่แต่จากนี้ต้องมีสตินะเราต้องจัดการอะไรหลายๆ อย่างเพื่อส่งน้าไพครั้งสุดท้าย” นายหัวเตือนสติ
