บทที่ 1 บทที่1

เสียงปืนที่ดังกึกก้องกัมปนาทท่ามกลางหุบเขา ยังคงตามหลอกหลอนพันเอกรุจิภาส วงศ์เดชา ไม่ว่าจะพยายามข่มตาหลับลงกี่ครั้ง ภาพของร้อยเอกเกริกพล เพื่อนรักและผู้ใต้บังคับบัญชาที่กระโดดเข้ามารับกระสุนแทนเขายังคงแจ่มชัด เลือดสีแดงฉานอาบย้อมชุดลายพราง เป็นภาพที่กรีดลึกลงไปในจิตวิญญาณของผู้บังคับการกองพันหนุ่มที่ผ่านสมรภูมิมานับไม่ถ้วน

รุจิภาสยืนนิ่งราวกับรูปสลักหินอ่อนอยู่หน้าเมรุเผาศพ ดวงตาคมกริบดุดันที่มักจะทำให้ลูกน้องขวัญผวา บัดนี้กลับฉายแววเจ็บปวดและรู้สึกผิดอย่างสุดซึ้ง ร่างสูงใหญ่กำยำในชุดเครื่องแบบปกติขาวเต็มยศยืนหลังตรงแหน่ว แผ่นอกกว้างสะท้อนขึ้นลงตามจังหวะหายใจที่พยายามสะกดกลั้นอารมณ์

ข้างกายเขาคือเด็กสาวร่างบอบบางในชุดกระโปรงสีดำสนิท ใบหน้าหวานละมุนที่เคยสดใส บัดนี้ซีดเผือดและเต็มไปด้วยคราบน้ำตา ม่านมุก วรโชติ ลูกสาวเพียงคนเดียวของร้อยเอกเกริกพล กำลังสะอื้นไห้จนตัวโยน มือเล็กๆ สองข้างกำแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในฝ่ามือ เธอเพิ่งสูญเสียแม่ไปเมื่อหลายปีก่อน และตอนนี้เสาหลักสุดท้ายของชีวิตก็จากไปอย่างไม่มีวันกลับ

"คุณอาคะ..." เสียงหวานสะอื้นถามอย่างแผ่วเบา ดวงตากลมโตที่บวมช้ำช้อนขึ้นมองผู้ชายตัวโตข้างกาย "คุณพ่อ... คุณพ่อเจ็บมากไหมคะตอนที่ท่านจากไป?"

คำถามนั้นเปรียบเสมือนคมมีดที่กรีดลงบนหัวใจของรุจิภาส เขาเม้มริมฝีปากแน่น กรามแกร่งบดเข้าหากันจนนูนเป็นสัน ความรู้สึกผิดถาโถมเข้าใส่ราวกับคลื่นยักษ์ เขาอยากจะบอกเหลือเกินว่าคนที่ควรจะนอนอยู่ในโลงศพนั้นคือเขา ไม่ใช่เกริกพล

"พ่อของเธอเป็นฮีโร่ ม่านมุก..." รุจิภาสตอบด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและแหบพร่า พยายามอย่างยิ่งที่จะไม่ให้เสียงสั่น "เขาจากไปอย่างกล้าหาญ สมศักดิ์ศรีชายชาติทหาร"

ม่านมุกปล่อยโฮออกมาอีกครั้ง ร่างเล็กร่วงทรุดลงกับพื้นราวกับใบไม้ร่วง รุจิภาสรีบย่อตัวลงไปประคองร่างบางไว้ในอ้อมแขนอย่างทะนุถนอม ความอบอุ่นจากแผ่นอกกว้างและกลิ่นหอมสะอาดสไตล์ผู้ชายวัยผู้ใหญ่ของเขา ทำให้ม่านมุกรู้สึกถึงความปลอดภัยท่ามกลางพายุความเศร้าที่พัดกระหน่ำ

"ร้องออกมาเถอะ ร้องให้พอ" รุจิภาสกระซิบข้างหูเธอ มือหนาลูบผมยาวสลวยอย่างแผ่วเบา "หลังจากนี้ ฉันจะดูแลเธอเอง นี่คือคำสัญญาที่ฉันให้ไว้กับพ่อของเธอ"

ประโยคนั้นไม่ใช่แค่คำปลอบโยน แต่มันคือสัจจะที่รุจิภาสสาบานไว้กับตัวเอง เขาจะปกป้องดูแลม่านมุกด้วยชีวิต ไม่ให้ใครหน้าไหนมารังแกเธอได้ แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็ต้องสร้างกำแพงน้ำแข็งขึ้นมาขวางกั้นความรู้สึกบางอย่างที่แอบซ่อนอยู่ลึกๆ ในใจ ความรู้สึกที่เขาเองก็ยังไม่กล้ายอมรับ...

หนึ่งเดือนต่อมา

แสงแดดบ่ายคล้อยสาดส่องลงมาบนลานฝึกของกองพันทหารราบที่ 11 บรรยากาศร้อนระอุพอๆ กับอารมณ์ของผู้บังคับการกองพันที่กำลังยืนคุมการฝึกอย่างเข้มงวด รุจิภาสในชุดฝึกพรางพับแขนเสื้อขึ้นถึงข้อศอก เผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อแข็งแกร่ง ใบหน้าคมเข้มเต็มไปด้วยหยาดเหงื่อ แต่สายตาดุดันยังคงกวาดมองลูกน้องทุกนายอย่างจับผิด

"พวกมึงกินข้าวหรือกินหญ้า! วิ่งให้มันเร็วกว่านี้หน่อย! ใครช้าสุดโดนซ่อม!" เสียงทุ้มตวาดลั่นลานฝึก ทำเอาเหล่าทหารเกณฑ์สะดุ้งโหยง รีบสับเท้าวิ่งกันฝุ่นตลบ

"ดุเป็นหมาบ้าเลยเว้ย ผู้พันวันนี้" จ่าสมหมาย หรือ 'จ่าหมาย' ทหารรับใช้คนสนิทของรุจิภาส แอบกระซิบกับเพื่อนทหารด้วยความหวาดเสียว "สงสัยจะหงุดหงิดเรื่องที่คุณหญิงแม่จะส่งสาวไฮโซมาดูตัวอีกแหงๆ"

"หุบปากไปเลยจ่า! ก่อนที่ฉันจะสั่งให้แกไปวิ่งรอบสนามด้วย!" รุจิภาสหันมาตวาดจ่าหมายเสียงเขียว ทำเอาจ่าหมายหดคอเหลือสองนิ้ว รีบยืนตรงตะเบ๊ะแทบไม่ทัน

ในขณะที่การฝึกกำลังดำเนินไปอย่างตึงเครียด รถเก๋งคันเล็กสีขาวก็แล่นเข้ามาจอดที่หน้ากองบังคับการ ประตูรถเปิดออก พร้อมกับร่างบางของม่านมุกที่ก้าวลงมา เธออยู่ในชุดนักศึกษากระโปรงทรงเอเข้ารูป เสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดตาพอดีตัว เผยให้เห็นสัดส่วนโค้งเว้าที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความบอบบาง ใบหน้าสวยหวานแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางอ่อนๆ ผมยาวดัดลอนคลายๆ ปล่อยสยายเต็มแผ่นหลัง

ม่านมุกลากกระเป๋าเดินทางใบใหญ่สีชมพูพาสเทลเดินเข้ามาในค่ายทหาร สายตาทุกคู่ของเหล่าทหารกล้าต่างจับจ้องมาที่เธอเป็นตาเดียว ราวกับเห็นนางฟ้าเดินหลงเข้ามาในดงอสูร

รุจิภาสชะงักการด่าทอลูกน้อง สายตาคมกริบตวัดไปมองร่างบางที่กำลังเดินเข้ามาใกล้ คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันจนแทบจะผูกเป็นโบว์ เขาไม่คิดว่าม่านมุกจะมาถึงเร็วขนาดนี้ และที่สำคัญ... ทำไมเธอถึงแต่งตัวแบบนั้น!?

กระโปรงทรงเอที่สั้นเหนือเข่าขึ้นมานิดหน่อย บวกกับเสื้อเชิ้ตที่ดูจะรัดรูปไปนิด ทำเอารุจิภาสรู้สึกหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก ความหวงแหนที่เขาเองก็ไม่เข้าใจผุดขึ้นมาในอก เขาตวัดสายตาดุดันไปมองลูกน้องที่กำลังจ้องม่านมุกตาเป็นมัน

"มองอะไรกัน! อยากโดนซ่อมใช่มั้ย! วิ่งต่อไป! ใครหยุดกูสั่งขัง!" รุจิภาสตวาดลั่น ทำเอาทหารเกณฑ์รีบหันขวับกลับไปวิ่งหน้าตั้ง

ม่านมุกเดินเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้ารุจิภาส เธอช้อนตามองเขาด้วยความประหม่า ร่างสูงใหญ่กำยำในชุดทหารของเขาดูน่าเกรงขามจนเธอแอบหวั่นใจ ใบหน้าคมเข้มที่ถมึงทึงยิ่งทำให้เธอกลัว

"สวัสดีค่ะ คุณอา..." ม่านมุกยกมือไหว้ เสียงหวานสั่นเล็กน้อย

บทถัดไป