บทที่ 3 3
บรรยากาศภายในห้องรับแขกของบ้านพักผู้บังคับการกองพันเย็นเฉียบ ไม่ใช่เพราะอุณหภูมิจากเครื่องปรับอากาศ แต่เป็นเพราะสายตาคมกริบที่ถอดแบบกันมาของสองแม่ลูกที่กำลังจ้องมองมายังผู้มาใหม่
ม่านมุกนั่งตัวลีบอยู่บนโซฟาเดี่ยวฝั่งตรงข้าม มือเล็กบีบเข้าหากันแน่นจนข้อขาว เธอกำลังถูกประเมินตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าด้วยสายตาเหยียดหยามจากคุณหญิงแพรวพรรณ มารดาของผู้พันรุจิภาส สตรีวัยกลางคนที่ยังคงความสวยสง่าและเต็มไปด้วยอำนาจในชุดเดรสผ้าไหมสีเรียบหรู
"นี่น่ะหรือ... ลูกสาวของร้อยเอกเกริกพล?" น้ำเสียงของคุณหญิงแพรวพรรณเรียบเรื่อย แต่บาดลึกไปถึงกระดูก "แต่งตัวแบบนี้ กะจะมาอยู่ในค่ายทหาร หรือจะมาเดินแบบจ๊ะแม่หนู?"
"คุณแม่ครับ..." รุจิภาสที่นั่งอยู่บนโซฟาตัวยาวเอ่ยปรามเสียงต่ำ แม้เขาจะไม่ชอบใจชุดนักศึกษาที่ค่อนข้างรัดรูปของม่านมุก แต่เขาก็ไม่อยากให้มารดาใช้คำพูดรุนแรงกับเด็กสาวตั้งแต่วันแรก
"ทำไมล่ะตารุจ หรือแม่พูดผิด?" คุณหญิงปรายตามองลูกชาย ก่อนจะหันกลับมาจ้องม่านมุกด้วยแววตาเย็นชา "ฉันจะพูดตรงๆ เลยนะแม่หนู ฉันไม่เห็นด้วยตั้งแต่แรกที่ตารุจจะรับเด็กกำพร้าอย่างเธอมาอยู่ในความดูแล มันทั้งวุ่นวายและเป็นภาระ แต่ในเมื่อลูกชายฉันเขารับปากพ่อของเธอไปแล้ว ฉันก็คงขัดไม่ได้"
ม่านมุกเม้มริมฝีปากแน่นจนห้อเลือด ก้อนสะอื้นแล่นขึ้นมาจุกที่ลำคอ คำว่า 'เด็กกำพร้า' และ 'ภาระ' มันทิ่มแทงใจจนแทบอยากจะวิ่งหนีออกไปจากตรงนี้ แต่ความจริงที่ว่าเธอไม่มีที่ไปอีกแล้ว ทำให้เด็กสาวต้องสูดลมหายใจเข้าลึกๆ และเชิดหน้าขึ้นสู้สายตา
"มุกทราบค่ะว่ามุกเป็นภาระ" เสียงหวานเอ่ยตอบอย่างฉะฉาน แม้จะสั่นเครือเล็กน้อย "แต่มุกขอสัญญาค่ะ ว่ามุกจะดูแลตัวเอง จะไม่ทำความเดือดร้อนให้คุณอา... เอ้ย ผู้พันรุจิภาส และคุณหญิงต้องลำบากใจแน่นอนค่ะ"
คุณหญิงแพรวพรรณแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ "ให้มันจริงอย่างที่ปากพูดก็แล้วกัน จำเอาไว้นะ ว่าที่นี่ไม่ใช่สนามเด็กเล่น และที่สำคัญ... อย่าริอ่านทำตัวตีเสมอ หรือคิดหวังอะไรที่มันเกินตัว"
คำเตือนนั้นแฝงนัยยะบางอย่างที่ม่านมุกไม่เข้าใจนัก แต่เธอรู้ดีว่ามันไม่ใช่เจตนาดีแน่ๆ
"เอาล่ะ แม่แค่แวะมาดูหน้า 'เด็กในปกครอง' ของแกแค่นั้นแหละตารุจ แม่นัดหนูรสรินทานข้าวเย็นไว้ ต้องรีบไปแล้ว" คุณหญิงลุกขึ้นยืน รุจิภาสรีบลุกขึ้นประคองมารดาทันที "อ้อ... วันเสาร์นี้อย่าลืมพาหนูรสรินไปดูชุดแต่งงานล่ะ ผู้ใหญ่คุยกันไว้หมดแล้ว อย่าให้เสียผู้ใหญ่"
ม่านมุกชะงักกึก... ผู้พันกำลังจะแต่งงานงั้นเหรอ?
รุจิภาสเหลือบตามองม่านมุกแวบหนึ่ง ก่อนจะตอบมารดาสั้นๆ "ครับแม่"
หลังจากรถของคุณหญิงแพรวพรรณแล่นออกไปจากบ้านพัก ความเงียบอันน่าอึดอัดก็โรยตัวลงมาครอบคลุมอีกครั้ง รุจิภาสหันกลับมามองม่านมุกที่นั่งก้มหน้านิ่งอยู่บนโซฟา แผ่นหลังบางที่เคยตั้งตรงบัดนี้ดูห่อเหี่ยวลงอย่างเห็นได้ชัด
"จ่าหมายให้คนเอาเสื้อผ้าเธอไปเก็บที่ห้องนอนชั้นบนแล้ว... ตามฉันมา" รุจิภาสเอ่ยเสียงเรียบ ก่อนจะเดินนำขึ้นบันไดไป
ม่านมุกเดินตามแผ่นหลังกว้างนั้นไปเงียบๆ จนกระทั่งถึงหน้าห้องนอนที่อยู่ติดกับห้องของเขา รุจิภาสผลักประตูเปิดออก เผยให้เห็นห้องนอนขนาดกลางที่ถูกตกแต่งอย่างเรียบง่ายด้วยโทนสีเทาและขาว เฟอร์นิเจอร์มีเพียงเตียงนอน ตู้เสื้อผ้า และโต๊ะเขียนหนังสือ ดูจืดชืดไร้ชีวิตชีวา ไม่ต่างอะไรกับเจ้าของบ้าน
"อยู่ที่นี่ ห้ามสร้างปัญหา ห้ามทำตัวงี่เง่า และจำกฎ 5 ข้อของฉันให้ขึ้นใจ" รุจิภาสสั่งเสียงเฉียบขาด ยืนกอดอกพิงกรอบประตู "พรุ่งนี้เช้าลงไปทานข้าวตอนเจ็ดโมงตรง ห้ามสาย... พักผ่อนซะ"
พูดจบ เขาก็ดึงประตูปิดลงเสียงดังปัง ทิ้งให้ม่านมุกยืนเคว้งคว้างอยู่กลางห้องแปลกตา
เด็กสาวทรุดตัวลงนั่งบนเตียงกว้าง น้ำตาที่อดกลั้นไว้ร่วงแหมะลงบนหลังมือ เธอหยิบกรอบรูปของร้อยเอกเกริกพลออกมาจากกระเป๋า กอดมันไว้แนบอก
"มุกจะเข้มแข็งค่ะพ่อ มุกจะไม่ยอมแพ้" เธอพึมพำกับรูปถ่าย เสียงสั่นพร่า "มุกจะอยู่ที่นี่ให้ได้ แม้ว่าผู้ปกครองคนใหม่ของมุกจะใจร้าย และแม่ของเขาจะเกลียดมุกแค่ไหนก็ตาม"
เช้าวันรุ่งขึ้น
แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าสาดส่องลอดผ้าม่านสีทึบเข้ามาภายในห้องนอน ม่านมุกขยับตัวซุกใบหน้าลงกับหมอนใบใหญ่ กลิ่นหอมสะอาดแบบน้ำยาปรับผ้านุ่มที่ผสมผสานกับกลิ่นอายของบ้านพักทหาร ทำให้เธอต้องปรือตาขึ้นมาอย่างงัวเงีย ความเป็นจริงที่ว่าเธอไม่ได้อยู่ในห้องนอนสีพาสเทลที่บ้านของตัวเองอีกต่อไป กระแทกเข้ากลางใจอย่างจัง
เด็กสาวถอนหายใจยาว เหยียดแขนบิดขี้เกียจไล่ความเมื่อยขบจากการเดินทางและเรื่องปวดหัวเมื่อวาน เธอเหลือบมองนาฬิกาปลุกที่หัวเตียง... หกโมงครึ่ง
ม่านมุกลุกขึ้นไปจัดการธุระส่วนตัวในห้องน้ำ เปลี่ยนมาใส่ชุดลำลองสบายๆ เป็นเสื้อยืดสีขาวพอดีตัวกับกางเกงวอร์มขายาวสีเทา รวบผมยาวสลวยเป็นหางม้าอย่างทะมัดทะแมง ก่อนจะเปิดประตูห้องก้าวออกไป
"หอมจัง..." ม่านมุกสูดจมูกฟุดฟิด กลิ่นข้าวต้มหมูสับหอมฉุยลอยมาจากทางห้องครัวชั้นล่าง ท้องเริ่มร้องประท้วงเพราะเมื่อคืนเธอแทบจะไม่ได้กินอะไรเลย มัวแต่อึดอัดกับคำพูดของคุณหญิงแม่จนกินไม่ลง
ภายในห้องครัวกว้างขวาง ร่างท้วมๆ ของจ่าสมหมายในชุดเสื้อยืดทหารสีขี้ม้ากำลังยืนคนข้าวต้มอยู่ในหม้อใบใหญ่ ฮัมเพลงลูกทุ่งอย่างอารมณ์ดี
