บทที่ 4 4
"อรุณสวัสดิ์ค่ะจ่าหมาย" ม่านมุกส่งเสียงทักทายพร้อมรอยยิ้มหวานสดใสที่ใครเห็นเป็นต้องใจละลาย
จ่าหมายสะดุ้งเล็กน้อย หันมามองก่อนจะยิ้มกว้างจนตาหยี "อ้าว! อรุณสวัสดิ์ครับคุณมุก ตื่นเช้าจังเลยครับ เมื่อคืนหลับสบายไหมครับ"
"ก็ดีค่ะ... แปลกที่นิดหน่อย จ่าหมายทำอะไรอยู่คะ กลิ่นหอมไปถึงหน้าห้องเลย" ม่านมุกเดินเข้าไปชะโงกหน้าดูในหม้อ
"ข้าวต้มหมูสับเห็ดหอม สูตรเด็ดของจ่าหมายเองครับ ผู้พันท่านชอบทานตอนเช้าๆ" จ่าหมายตอบอย่างภาคภูมิใจ ก่อนจะรีบตักข้าวต้มใส่ชามกระเบื้องเคลือบส่งให้หญิงสาว "คุณมุกทานเลยครับ กำลังร้อนๆ เดี๋ยวจ่าเตรียมของผู้พันเสร็จแล้วจะเอาไปตั้งโต๊ะ"
"ขอบคุณค่ะจ่า" ม่านมุกรับชามมาถือไว้ ไอร้อนฉุยปะทะใบหน้า "แล้ว... อีตาผู้พัน เอ้ย! ผู้พันรุจิภาสล่ะคะ?" เธอรีบเปลี่ยนสรรพนามแทบไม่ทันเมื่อนึกถึงกฎเหล็กข้อที่ห้ามเรียกเขาว่า 'อา'
"ผู้พันท่านไปวิ่งออกกำลังกายที่ลานฝึกตั้งแต่ตีห้าแล้วครับ เดี๋ยวก็คงกลับมา" จ่าหมายตอบพลางหั่นต้นหอมผักชี "คุณมุกไม่ต้องเกร็งนะครับ ผู้พันท่านเห็นดุๆ แบบนั้น แต่จริงๆ ท่านใจดีนะครับ โดยเฉพาะกับครอบครัวของผู้ใต้บังคับบัญชา"
ม่านมุกเบ้ปากทันทีที่ได้ยินคำว่า 'ใจดี' เธอยกชามข้าวต้มไปวางบนโต๊ะกินข้าวในครัว นั่งลงแล้วเริ่มคนข้าวต้มระบายอารมณ์
"ใจดีตรงไหนคะจ่า หน้าตาก็บึ้งตึงตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง แถมยังตั้งกฎบ้าบออะไรตั้ง 5 ข้อ นี่มุกอายุ 20 แล้วนะคะ ไม่ใช่เด็กประถมที่จะต้องมาสั่งห้ามกลับบ้านเกินสองทุ่ม ห้ามใส่กระโปรงสั้น คิดว่าตัวเองเป็นฮ่องเต้หรือไง! แล้วเมื่อคืนนะ... แม่ของเขาก็มองมุกหยั่งกะมุกเป็นตัวเชื้อโรค ผู้พันก็เอาแต่นั่งตีหน้าขรึม ไม่เห็นจะปกป้องมุกสักคำ!"
ม่านมุกเริ่มบ่นเป็นหมีกินผึ้ง ความอัดอั้นตันใจจากเมื่อวานถูกระบายออกมาให้จ่าหมายฟังอย่างลืมตัว
"โธ่ คุณมุกครับ กฎพวกนั้นท่านก็ตั้งเพื่อความปลอดภัยของคุณมุกนั่นแหละครับ ในค่ายทหารผู้ชายมันเยอะ... ส่วนเรื่องคุณหญิงแม่... ท่านก็เป็นคนเจ้าระเบียบแบบนั้นแหละครับ" จ่าหมายพยายามแก้ตัวแทนเจ้านาย
"ปลอดภัยจากทหาร หรือปลอดภัยจากผู้พันคะ!" ม่านมุกสวนกลับทันควัน ดวงตากลมโตฉายแววพยศ "ดุหยั่งกะหมาบ้า เอ๊ะ ไม่สิ หน้าดุๆ ตัวโตๆ พูดจาก็ไร้เยื่อใยแบบนั้น ต้องเรียกว่า ยักษ์วัดแจ้ง ถึงจะถูก ยักษ์ทศกัณฐ์ยังต้องเรียกพี่เลยมั้งคะจ่า!"
"เอ่อ... คุณมุกครับ..." จ่าหมายหน้าซีดเผือด ดวงตาเบิกกว้างมองข้ามไหล่ม่านมุกไปที่ประตูครัว มือที่กำลังถือมีดหั่นต้นหอมสั่นพั่บๆ พยายามขยิบตาให้เด็กสาวอย่างเอาเป็นเอาตาย
"อะไรคะจ่า ตาเป็นตะคริวเหรอ?" ม่านมุกขมวดคิ้ว ตักข้าวต้มเข้าปากหน้าตาเฉย "หรือจ่าจะเถียงว่าผู้พันของจ่าไม่เหมือนยักษ์? ดุก็ดุ ปากก็จัด ร้ายกาจที่สุด! มุกน่ะเกลียดขี้หน้าเขาจะตายอยู่แล้ว ถ้าไม่ติดว่าไม่มีที่ไปนะ มุกไม่มีทางมาเหยียบ..."
"ยักษ์วัดแจ้งงั้นเหรอ?"
เสียงทุ้มต่ำเย็นเยียบที่ดังขึ้นจากทางด้านหลัง ทำเอาม่านมุกชะงักกึก ข้าวต้มที่เพิ่งกลืนลงคอแทบจะพุ่งกลับออกมา หญิงสาวค่อยๆ หันขวับไปมองอย่างเชื่องช้า ราวกับหุ่นยนต์ที่น้ำมันหล่อลื่นหมด
ร่างสูงใหญ่กำยำของผู้พันรุจิภาสยืนตระหง่านอยู่ตรงกรอบประตูครัว เขาสวมเสื้อยืดสีดำชุ่มเหงื่อที่แนบลู่ไปกับมัดกล้ามเนื้ออกและหน้าท้อง กางเกงวอร์มทหารสีเขียวขี้ม้า ผ้าขนหนูผืนเล็กพาดอยู่บนบ่ากว้าง ใบหน้าคมเข้มหล่อเหลาบัดนี้ถมึงทึงยิ่งกว่าพายุทอร์นาโด สายตาคมกริบจ้องมองมาที่เธอราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
ม่านมุกกลืนน้ำลายลงคอดังเอื๊อก ช้อนในมือร่วงหล่นกระทบชามเสียงดังเคร้ง
"ผะ...ผู้พัน" เสียงหวานสั่นเครือ ใบหน้าซีดเผือดสลับกับแดงก่ำด้วยความตกใจและอับอาย
"เก่งนี่ ม่านมุก" รุจิภาสก้าวเดินเข้ามาหาเธอช้าๆ แต่ละก้าวหนักแน่นและเต็มไปด้วยรังสีคุกคาม "อยู่มาไม่ถึง 24 ชั่วโมง ก็ตั้งฉายาให้ผู้ปกครองตัวเองซะแล้ว แถมยังกล้านินทาฉันฉอดๆ ลับหลังอีกต่างหาก"
"มะ...มุกเปล่านะคะ มุกแค่..." หญิงสาวพยายามหาคำแก้ตัว แต่สมองกลับขาวโพลนไปหมด
"กฎข้อที่ 5 ห้ามเถียง ห้ามขัดใจ!" รุจิภาสตวาดลั่นจนม่านมุกสะดุ้งโหยง จ่าหมายที่ยืนอยู่หน้าเตาถึงกับหดคอลงไปหลบหลังตู้เย็น "และดูเหมือนเธอจะลืมกฎข้อที่ 1 ไปด้วยนะ... ห้ามสบตาฉันเกิน 3 วินาที!"
ม่านมุกรีบก้มหน้าลงมองชามข้าวต้มทันที หัวใจเต้นระรัวด้วยความหวาดกลัวปนหงุดหงิด คนอะไรเอาแต่ใจตัวเองชะมัด!
รุจิภาสหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเธอ กลิ่นเหงื่อบุรุษผสมกับกลิ่นไอแดดลอยมากระทบจมูกม่านมุกอย่างจัง มันไม่ได้เหม็น แต่กลับให้ความรู้สึกดุดันและอันตราย
"ในเมื่อเธอมีแรงเหลือเฟือมานั่งนินทาฉันแต่เช้า แถมเมื่อวานยังมีหน้ามาบอกแม่ฉันว่าจะไม่เป็นภาระ..." เสียงทุ้มประกาศิต "ไปที่ลานฝึกหน้ากองบังคับการ... เดี๋ยวนี้!"
"คะ? แต่ลานฝึกมันของทหารนะคะ มุกไม่ใช่ทหาร มุกเป็นนักศึกษา" ม่านมุกเงยหน้าขึ้นเถียงลืมตัว
"ฉันบอกให้ไป ก็ต้องไป!" รุจิภาสก้มหน้าลงมาใกล้จนม่านมุกต้องเอนหลังหนี "ถ้าเธออยากจะพิสูจน์ตัวเองว่าไม่ใช่ภาระอ่อนแอ ก็ไปวิ่งรอบลานฝึกให้ฉันเห็น หรืออยากจะโดนขังเดี่ยวในห้องมืด เลือกเอา!"
ม่านมุกเม้มริมฝีปากแน่นจนเป็นเส้นตรง ดวงตากลมโตเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความเจ็บใจ เธอจ้องมองใบหน้าคมเข้มของเขาด้วยความพยศที่ไม่ยอมจำนน ก่อนจะลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ กระแทกส้นเท้าเดินตึงตังออกไปจากห้องครัวทันที
รุจิภาสมองตามแผ่นหลังบางนั้นไป คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน... เด็กดื้อเอ๊ย! ถ้าไม่ปราบให้อยู่หมัดตั้งแต่ตอนนี้ ต่อไปคงได้ปีนเกลียวข้ามหัวเขาแน่
ครึ่งชั่วโมงต่อมา...
