บทที่ 7 7

ม่านมุกเม้มริมฝีปาก อยากจะเถียงใจแทบขาด แต่เธอไม่อยากสร้างปัญหาให้รุจิภาสต้องปวดหัว (แม้ในใจจะแอบด่าเขาอยู่ก็ตาม) หญิงสาวจึงหมุนตัวเดินเข้าไปในครัว จัดการชงชาร้อนๆ สองถ้วยพร้อมคุกกี้ใส่ถาดไม้ออกมา

"ชาค่ะ" ม่านมุกวางถาดลงบนโต๊ะกระจกตรงหน้ารสรินและคุณหญิง

"รินให้ฉันสิ ยืนบื้ออยู่ทำไม" รสรินสั่งเสียงแข็ง

ม่านมุกถอนหายใจ ยกกาน้ำชาที่เพิ่งต้มเดือดๆ ขึ้นมา รินชาลงในถ้วยกระเบื้องเคลือบอย่างระมัดระวัง

แต่ในจังหวะที่เธอกำลังจะวางถ้วยชาลงบนโต๊ะนั้นเอง... รสรินกลับยื่นมือออกมา ทำทีเป็นจะรับถ้วยชา แต่กลับจงใจปัดหลังมือของม่านมุกอย่างแรง!

"โอ๊ย!"

ถ้วยชาหลุดจากมือม่านมุก น้ำชาร้อนจัดหกลดลงบนท่อนแขนเรียวและกระเด็นไปโดนหน้าขาของเธออย่างจัง ความแสบร้อนแล่นริ้วขึ้นมาทันที ผิวขาวเนียนเริ่มขึ้นสีแดงเถือก

ม่านมุกสะดุ้งสุดตัว ถอยหลังไปสองก้าว มือเล็กกุมแขนตัวเองไว้แน่น กัดริมฝีปากข่มความเจ็บปวด

"ว้ายตายแล้ว! น้องมุก!" รสรินแสร้งทำตาโต ยกมือขึ้นทาบอก "พี่ขอโทษจริงๆ ค่ะ พี่ไม่ได้ตั้งใจ พอดีมือพี่มันลื่น... น้องมุกซุ่มซ่ามเองด้วยแหละค่ะ ถือของร้อนๆ ทำไมไม่ระวังให้ดีล่ะคะ"

คุณหญิงแพรวพรรณยิ้มเยาะที่มุมปาก "เห็นไหมหนูรส แม่บอกแล้วว่าเด็กนี่มันไม่ได้เรื่อง ทำอะไรก็เกะกะไปหมด... ไปๆ รีบไปเช็ดเนื้อเช็ดตัวซะสิ จะมายืนเกะกะลูกตาทำไม"

ม่านมุกเงยหน้าขึ้นมองรสริน ดวงตากลมโตที่เคยสดใสบัดนี้วาวโรจน์ไปด้วยความโกรธจัด เธอเห็นรอยยิ้มเยาะเย้ยที่มุมปากของรสรินอย่างชัดเจน... ยัยนี่จงใจ!

จะเอากันแบบนี้ใช่ไหม ได้!

ม่านมุกไม่ร้องไห้ ไม่โวยวาย เธอหันขวับเดินกลับเข้าไปในห้องครัว เปิดตู้เย็นแล้วหยิบเหยือกแก้วใส่น้ำเย็นจัดที่มีน้ำแข็งลอยฟ่องอยู่ออกมา ร่างบางเดินดุ่มๆ กลับมาที่ห้องรับแขกด้วยสีหน้าเรียบเฉย

"น้องมุกจะเอาเหยือกน้ำมาทำไมคะ พี่บอกให้ไปเช็ด..."

ซ่า!!!

ยังไม่ทันที่รสรินจะพูดจบประโยค ม่านมุกก็ยกเหยือกน้ำในมือ สาดน้ำเย็นจัดพร้อมก้อนน้ำแข็งโครมใหญ่เข้าใส่หน้าของรสรินอย่างเต็มแรง!

"กรี๊ดดดดดดด!!"

รสรินกรีดร้องลั่นบ้านด้วยความตกใจและหนาวเหน็บ น้ำเย็นเฉียบชโลมตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า เดรสสีครีมเปียกชุ่มลู่แนบติดลำตัว เครื่องสำอางราคาแพงบนใบหน้าไหลเยิ้มเป็นคราบดำๆ ดูไม่จืด

"ว้ายยย! หนูรส!" คุณหญิงแพรวพรรณผุดลุกขึ้นยืนด้วยความช็อก ตะลึงงันกับภาพที่เห็น

"อุ๊ยตาย! มุกขอโทษจริงๆ ค่ะคุณรสริน" ม่านมุกแสร้งทำตาโต ยกมือทาบอกเลียนแบบท่าทางของรสรินเป๊ะๆ "มุกไม่ได้ตั้งใจ พอดีมือมุกมันลื่น... คุณรสรินก็น่าจะหลบให้ดีๆ นะคะ นั่งบื้ออยู่ทำไมล่ะคะ"

"นังเด็กบ้า! นังเด็กเหลือขอ! แกกล้าดียังไงมาสาดน้ำใส่ฉัน!" รสรินเต้นเร่าๆ ชี้หน้าด่าม่านมุกด้วยความโกรธจนตัวสั่น ภาพลักษณ์สาวไฮโซผู้ดีกระเจิดกระเจิงไปหมดสิ้น

"ก็ทีคุณยังกล้าจงใจปัดน้ำร้อนใส่ฉันเลย!" ม่านมุกสวนกลับเสียงดังฟังชัด เชิดหน้าขึ้นอย่างไม่เกรงกลัว "ฉันเป็นเด็กกำพร้าก็จริง แต่ฉันก็มีมือมีตีน ไม่ได้เกิดมาเพื่อให้พวกคุณมารังแกฝ่ายเดียวหรอกนะ!"

"นังไพร่! แกกล้าทำกับหนูรสแบบนี้ได้ยังไง ฉันจะให้ตารุจไล่แกออกจากบ้านเดี๋ยวนี้!" คุณหญิงแพรวพรรณชี้หน้าด่าม่านมุกอย่างเหลืออด

"เกิดอะไรขึ้น!!"

เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจที่ตวาดก้องมาจากทางประตูหน้าบ้าน ทำเอาทุกคนในห้องนั่งเล่นชะงักกึก

ร่างสูงใหญ่ของผู้พันรุจิภาสในชุดเครื่องแบบทหารครึ่งท่อนยืนตระหง่านอยู่ตรงนั้น ใบหน้าคมเข้มหล่อเหลาถมึงทึง ดวงตาดุดันกวาดมองสภาพห้องรับแขกที่เละเทะ... ถ้วยชาแตกกระจาย รสรินยืนตัวเปียกโชกสั่นงันงก และม่านมุกที่ยืนถือเหยือกน้ำเปล่าด้วยสีหน้าพยศจัด

"พี่รุจ! ฮือๆๆ พี่รุจช่วยรสด้วยค่ะ!" รสรินรีบวิ่งเข้าไปเกาะแขนรุจิภาส บีบน้ำตาร้องไห้กระซิกๆ อย่างน่าสงสาร "น้องมุกเขา... เขาโกรธที่รสติเรื่องชงชา เขาก็เลยเอาน้ำเย็นมาสาดใส่หน้ารสค่ะ รสอายจนไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนแล้ว ฮือๆ"

คุณหญิงแพรวพรรณรีบผสมโรงทันที "แกเห็นฤทธิ์เดชนังเด็กกาฝากนี่หรือยังตารุจ! แม่พาหนูรสมาดูบ้านดีๆ มันก็อาละวาดสาดน้ำใส่เขา แกต้องไล่มันออกไปเดี๋ยวนี้นะ ไม่อย่างนั้นแม่จะไม่เหยียบมาที่นี่อีก!"

รุจิภาสขมวดคิ้วแน่น สายตาคมกริบตวัดไปมองม่านมุกที่ยืนนิ่งอยู่กลางห้อง หญิงสาวไม่ได้ร้องไห้ ไม่ได้แก้ตัว เธอเพียงแค่จ้องมองเขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความดื้อรั้นและ... ความน้อยใจ

"เธอทำแบบนี้ทำไม ม่านมุก" รุจิภาสเอ่ยถามเสียงเย็นชา

"มุกทำอะไรผิดคะ?" ม่านมุกเชิดหน้าขึ้น "มุกก็แค่ทำของหล่นมือ เหมือนที่คุณรสรินทำ 'พลาด' ปัดน้ำร้อนใส่แขนและขามุกไงคะ!"

คำว่า 'น้ำร้อน' ทำให้รุจิภาสชะงัก สายตาคมกริบเลื่อนไปสังเกตเห็นท่อนแขนเรียวและหน้าขาของม่านมุกที่โผล่พ้นกางเกงขาสั้น ผิวขาวเนียนบัดนี้มีรอยแดงเถือกขนาดใหญ่ปรากฏอยู่ชัดเจน แถมยังมีรอยพองน้ำจางๆ เริ่มผุดขึ้นมา

แววตาของผู้พันหนุ่มกระตุกวูบ ความรู้สึกหงุดหงิดและร้อนรนบางอย่างแล่นปราดขึ้นมาในอก แต่ด้วยหน้าที่และสถานการณ์ที่ค้ำคออยู่ เขาจำต้องปั้นหน้าขรึม ควบคุมอารมณ์ให้เยือกเย็นที่สุด

"พี่รุจอย่าไปฟังมันนะคะ! รสไม่ได้ตั้งใจจริงๆ แต่นังเด็กนี่มันจงใจสาดน้ำใส่รส พี่รุจต้องจัดการมันให้รสนะคะ!" รสรินเขย่าแขนเขา ร้องไห้ฟูมฟาย

รุจิภาสหันไปมองรสรินและมารดา ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เด็ดขาด "เดี๋ยวผมจะให้จ่าหมายขับรถไปส่งคุณแม่กับรสรินที่บ้านนะครับ สภาพรสรินตอนนี้คงไม่เหมาะจะอยู่ต่อ"

"แต่ตารุจ! แกจะปล่อยนังเด็กนี่ไปง่ายๆ อย่างงี้ไม่ได้นะ!" คุณหญิงโวยวาย

"ผมไม่ได้บอกว่าจะปล่อยไปครับแม่" รุจิภาสเสียงแข็งขึ้นเล็กน้อย "ผมเป็นผู้ปกครองของเธอ ผมจะลงโทษเธอด้วยวิธีของผมเอง แม่ไม่ต้องห่วงครับ"

คำว่า 'ลงโทษ' ที่เน้นหนัก ทำให้รสรินและคุณหญิงแพรวพรรณยอมสงบปากสงบคำ รสรินปรายตามองม่านมุกอย่างเยาะเย้ย คิดว่าหญิงสาวคงต้องโดนผู้พันทหารสายดุเล่นงานหนักแน่ๆ

หลังจากที่คุณหญิงและรสรินขึ้นรถกลับไปแล้ว ความเงียบอันน่าอึดอัดก็โรยตัวลงมาครอบคลุมบ้านพักอีกครั้ง จ่าหมายที่เพิ่งกลับมาจากตลาด ยืนหลบมุมอยู่หน้าประตูครัว ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง

รุจิภาสเดินก้าวยาวๆ เข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าม่านมุก ร่างสูงใหญ่ของเขาทอดเงาทับร่างบางจนมิด กลิ่นอายความดุดันแผ่กระจายออกมากดดันจนม่านมุกต้องเผลอก้าวถอยหลัง แต่ก็ยังคงเชิดหน้าสบตาเขาอย่างไม่ยอมแพ้

"เก่งนักนะ" เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟัน "อยู่มาแค่ไม่กี่วัน ก็ก่อเรื่องจนบ้านแทบแตก กฎข้อที่ 5 ของฉันว่ายังไง!"

บทก่อนหน้า
บทถัดไป