บทที่ 9 9

รุจิภาสวางกล่องพยาบาลลงบนโต๊ะกระจกตรงหน้าเธอ ก่อนที่ชายหนุ่มผู้เป็นถึงผู้บังคับการกองพันทหารราบ... จะคุกเข่าลงข้างหนึ่งกับพื้นพรมตรงหน้าเด็กสาวในปกครอง

"คุณ... คุณจะทำอะไร..." ม่านมุกเบิกตากว้าง ผุดลุกขึ้นด้วยความตกใจ แต่ฝ่ามือหนากลับกดไหล่เธอให้นั่งลงไปตามเดิม

"อยู่นิ่งๆ" รุจิภาสดุเสียงเบา ก่อนจะเปิดกล่องพยาบาล หยิบหลอดยาทาแก้แผลพุพองและสำลีออกมา

ม่านมุกนั่งตัวแข็งทื่อ มองการกระทำของเขาด้วยหัวใจที่เต้นไม่เป็นส่ำ ผู้พันสายดุที่เพิ่งตวาดเธอฉอดๆ เมื่อกี้ กำลังคุกเข่าอยู่แทบเท้าเธอ...

รุจิภาสจับแขนซ้ายของเธอขึ้นมาอย่างเบามือที่สุด สายตาคมกริบที่เคยดุดันบัดนี้อ่อนแสงลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อทอดมองรอยแดงเถือกเป็นทางยาวบนผิวขาวเนียนของเธอ ยิ่งเห็นรอยพองน้ำที่เริ่มปูดขึ้นมาเล็กน้อย คิ้วเข้มก็ยิ่งขมวดเข้าหากันแน่น

"แสบมากไหม" เขาถามเสียงแผ่ว ไม่เหลือเค้าความเกรี้ยวกราดเมื่อครู่นี้เลย

ม่านมุกเม้มริมฝีปาก เผลอพยักหน้าตอบรับเบาๆ "นิดหน่อยค่ะ"

"โกหก แดงขนาดนี้จะไม่แสบได้ยังไง" รุจิภาสบ่นอุบอิบในลำคอ เขาบีบเนื้อเจลใสสีฟ้าลงบนก้านสำลี ก่อนจะค่อยๆ แตะลงบนรอยแผลที่แขนของเธออย่างทะนุถนอมราวกับกลัวว่าเธอจะแหลกสลาย

"อ๊ะ..." ม่านมุกสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อความเย็นของตัวยาสัมผัสกับแผลร้อนจัด

รุจิภาสชะงักมือทันที "เจ็บเหรอ? ฉันเบามือที่สุดแล้วนะ"

"เปล่าค่ะ มันแค่เย็น..." ม่านมุกตอบเสียงสั่น ไม่ใช่เพราะความเย็นของยา แต่เป็นเพราะลมหายใจอุ่นๆ ของเขาที่เป่ารดลงมาบนแผลของเธอต่างหาก

ผู้ชายตัวโตหน้าตาดุดัน กำลังโน้มใบหน้าลงมาเป่าลมเบาๆ ที่แขนของเธอเพื่อบรรเทาความแสบร้อน ท่าทางที่แสนจะขัดกับบุคลิกของเขา ทำให้ม่านมุกรู้สึกเหมือนก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายกำลังถูกบีบรัดด้วยความรู้สึกแปลกประหลาด มันทั้งสับสน อบอุ่น และวาบหวามในเวลาเดียวกัน

ความเงียบโรยตัวลงครอบคลุมห้องทำงานอีกครั้ง มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศและเสียงลมหายใจที่ประสานกัน รุจิภาสตั้งใจทายาให้เธอจนเสร็จที่แขน ก่อนจะเลื่อนสายตาลงมาที่หน้าขาของหญิงสาว

"ขาเธอก็โดนด้วยใช่ไหม" เขาถามพลางจ้องมองรอยแดงที่โผล่พ้นชายกางเกงขาสั้นสีขาวออกมาเล็กน้อย

"มะ...ไม่เป็นไรค่ะ ตรงขามุกทาเองได้" ม่านมุกรีบหดขาหนี ความขัดเขินพุ่งปรี้ดขึ้นมาบนใบหน้าจนร้อนผ่าว

"อย่าดื้อ ม่านมุก" รุจิภาสคว้าข้อเท้าเล็กของเธอไว้แน่นด้วยมือเพียงข้างเดียว ก่อนจะดึงขาเรียวให้กลับมาวางพาดบนหน้าขาแกร่งของเขาที่กำลังคุกเข่าอยู่

ม่านมุกเบิกตากว้าง สัมผัสที่ข้อเท้าจากฝ่ามือร้อนผ่าวของเขา บวกกับท่าทางที่ล่อแหลม ทำให้สติของเธอแทบจะกระเจิดกระเจิง "คุณรุจิภาส! ปล่อยนะคะ มุกทาเองได้จริงๆ!"

"กฎข้อที่ 5 ห้ามขัดใจ... ลืมแล้วหรือไง" รุจิภาสเงยหน้าขึ้นสบตาเธอ แววตาของเขามีประกายบางอย่างที่ลึกล้ำจนม่านมุกอ่านไม่ออก

ชายหนุ่มไม่ได้สนใจเสียงประท้วงของเธอ เขาก้มหน้าลงไปจัดการกับแผลที่หน้าขาของเธอต่อ เนื่องจากรอยน้ำร้อนลวกมันกระเซ็นกินพื้นที่สูงขึ้นไปใต้ร่มผ้า รุจิภาสจึงจำต้องใช้นิ้วมือหนาเกี่ยวชายกางเกงขาสั้นสีขาวของเธอ แล้วถลกมันขึ้นมาอีกเล็กน้อยเพื่อไม่ให้เนื้อผ้าเสียดสีกับรอยแผล

สัมผัสสากระคายจากปลายนิ้วมือที่เต็มไปด้วยรอยด้านจากการฝึกทหาร ลากผ่านผิวอ่อนนุ่มบริเวณต้นขาด้านในของม่านมุกอย่างไม่ได้ตั้งใจ

"อ๊ะ..." ม่านมุกครางแผ่วในลำคอ ร่างกายสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้ ความรู้สึกซ่านสยิวแล่นปราดจากจุดที่เขาสัมผัส ตรงดิ่งเข้าสู่จังหวะการเต้นของหัวใจ

รุจิภาสชะงักกึก มือหนาที่กำลังแตะสำลีลงบนแผลหยุดชะงักอยู่กับที่ ความนุ่มลื่นและกลิ่นหอมละมุนจากกายสาวที่ลอยมากระทบจมูกในระยะประชิด กำลังทำลายการควบคุมตัวเองที่เขาสร้างมาตลอดหลายปีให้พังทลายลงอย่างช้าๆ

เขาตั้งใจจะแค่ทายาให้เธอจริงๆ แต่ความใกล้ชิดขนาดนี้ บวกกับผิวขาวเนียนที่ตัดกับมือสีคร้ามแดดของเขา มันกำลังปลุกปั่นสัญชาตญาณดิบเถื่อนที่ซุกซ่อนอยู่ในตัวผู้ชายเต็มวัยอย่างเขาให้ตื่นขึ้น

บทก่อนหน้า
บทถัดไป