บทที่ 1 แรกพบ
เสียงเครื่องยนต์ของรถสปอร์ตคันหรูสัญชาติยุโรปครางกระหึ่มแผ่วเบา ขณะเคลื่อนตัวเข้ามาจอดเทียบท่าหน้าตึกคณะบริหารธุรกิจของมหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดัง
‘ภาคินทร์’ หรือ ‘คินทร์’ นักธุรกิจหนุ่มวัยสามสิบห้าปีเอนหลังพิงเบาะหนังแท้ พลางยกนาฬิกาข้อมือเรือนหรูขึ้นดูเวลา ใบหน้าหล่อเหลาคมคายเรียบนิ่งไม่แสดงความรู้สึก ปกติหน้าที่มารับ ‘พาฝัน’ น้องสาวคนเดียว จะเป็นของคนขับรถ แต่วันนี้อีกฝ่ายลาป่วยกะทันหัน และเขาก็เพิ่งเสร็จจากการเจรจาธุรกิจในละแวกนี้พอดี จึงตัดสินใจแวะมารับยัยตัวแสบด้วยตัวเอง
นัยน์ตาคมกริบมองทอดออกไปนอกกระจกรถอย่างเบื่อหน่าย สำหรับภาคินทร์แล้ว โลกของผู้หญิงค่อนข้างน่ารำคาญ โดยเฉพาะพวกที่พยายามเข้าหาเขาเพื่อผลประโยชน์หรือหน้าตาทางสังคม เขาจึงครองตัวเป็นโสดและแสดงความเย็นชาใส่ทุกคนจนใครๆ ต่างคิดว่าเขาเป็นพวกตายด้านไร้ความรู้สึก
แต่แล้ว... สายตาของเขากลับสะดุดเข้ากับร่างโปร่งบางของหญิงสาวคนหนึ่งที่กำลังเดินลงมาจากบันไดตึกคณะพร้อมกับน้องสาวของเขา
ตึกตัก... ตึกตัก...
หัวใจที่เคยเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอและด้านชามาตลอดหลายปี กลับกระตุกวูบและเริ่มรัวแรงอย่างไม่มีสาเหตุ
เธอคนนั้นสวมชุดนักศึกษาถูกต้องตามระเบียบ เสื้อเชิ้ตสีขาวพอดีตัวกับกระโปรงพลีทยาวคลุมเข่า เรือนผมสีดำขลับรวบครึ่งศีรษะอย่างลวกๆ ใบหน้าหวานใสไร้เครื่องสำอางแต่งแต้ม มีเพียงริมฝีปากอมชมพูธรรมชาติที่กำลังคลี่ยิ้มกว้างจนตาหยีขณะหัวเราะกับเรื่องที่พาฝันเล่า
สวย... นั่นคือคำเดียวที่ผุดขึ้นมาในสมองของภาคินทร์
มันไม่ใช่ความสวยฉูดฉาดแบบนางแบบหรือดาราที่เขาเจนตา แต่เป็นความบริสุทธิ์ สดใส และสว่างวาบจนสายตาของเขาไม่สามารถละไปไหนได้ ราวกับโลกทั้งใบที่เคยเป็นสีเทาของเขาพลอยมีสีสันขึ้นมาทันทีเพียงแค่เธอหัวเราะ
"พี่คินทร์! มารอนานไหมคะ"
เสียงเจื้อยแจ้วของพาฝันดังขึ้นพร้อมกับประตูรถฝั่งข้างคนขับที่ถูกเปิดออก ยัยตัวแสบก้าวขึ้นมานั่ง ทันใดนั้น หญิงสาวคนเมื่อกี้ก็เดินตามมาหยุดอยู่ที่ข้างประตู
"ไม่นาน" คินทร์ตอบน้องสาว แต่สายตาของเขากลับมองตรงไปยังร่างบางที่ยืนอยู่นอกรถอย่างไม่ลดละ
"เจ้าขา ขอบใจมากนะที่เดินมาส่ง ถ้างั้นเรากลับก่อนนะ ถึงบ้านแล้วไลน์หาด้วย" พาฝันหันไปโบกมือลาเพื่อนสนิท
"อื้อ ขับรถดีๆ นะพาฝัน สวัสดีค่ะ..."
หญิงสาวที่ชื่อ 'เจ้าขา' พยักหน้ารับพร้อมรอยยิ้ม และในจังหวะนั้นเอง สายตาของเธอพลันสบเข้ากับนัยน์ตาคมดุของภาคินทร์ที่มองเธออยู่ก่อนแล้ว เจ้าขาชะงักไปเล็กน้อยด้วยความประหม่า ก่อนจะรีบยกมือไหว้เขาตามมารยาทเมื่อเห็นว่าเป็นผู้ใหญ่กว่า
"..." ชายหนุ่มไม่ตอบ เขาเพียงแค่พยักหน้ารับนิ่งๆ ตามนิสัย แต่ออกแรงกำพวงมาลัยรถแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน
สายตาของเขาจับจ้องใบหน้าหวานนั้นราวกับจะสลักลึกเข้าไปในความทรงจำ กลิ่นหอมอ่อนๆ คล้ายดอกไม้โชยเข้ามาในรถแผ่วเบายามที่เธอก้มหัวให้ มันเป็นกลิ่นที่ทำให้เขาใจสั่นอย่างประหลาด ทั้งที่เพิ่งเคยเจอกันแท้ๆ
รถสปอร์ตหรูเคลื่อนตัวออกไปช้าๆ คินทร์มองกระจกหลัง เห็นร่างของเจ้าขาค่อยๆ เล็กลงจนลับสายตา ภายในอกของเขาร้อนรุ่มราวกับมีไฟสุม เขาอยากรู้จักเธอ อยากได้ยินเธอเรียกชื่อเขา และ... อยากได้เธอมาอยู่ข้างกาย
"พาฝัน..." คินทร์เอ่ยทำลายความเงียบ เสียงของเขาทุ้มต่ำและนิ่งสนิทจนเดาอารมณ์ไม่ออก
"คะพี่คินทร์?"
"เพื่อนเราคนเมื่อกี้... ชื่ออะไรนะ"
"อ๋อ ยัยเจ้าขาค่ะ เพื่อนสนิทฝันเอง เรียนเก่งมาก แถมยังนิสัยดีสุดๆ" พาฝันตอบพลางยิ้มภูมิใจในตัวเพื่อน "ทำไมเหรอคะ ปกติพี่คินทร์ไม่เคยถามถึงเพื่อนผู้หญิงของฝันเลยนี่นา"
"เปล่า... แค่ถามดู" เขากล่าวตัดบท ใบหน้าหล่อเหลายังคงเรียบนิ่ง ทว่าแววตาคมกริบกลับฉายความปรารถนาบางอย่างออกมาอย่างปิดไม่มิด
เจ้าขา... เขาชิมรสชื่อนี้ในใจ
ทันทีที่ส่งน้องสาวถึงบ้าน ภาคินทร์ต่อสายหาเลขาฯ ส่วนตัวทันทีโดยไม่เสียเวลาคิดแม้แต่วินาทีเดียว
"กิต ไปสืบประวัติของผู้หญิงที่ชื่อเจ้าขา เพื่อนสนิทของพาฝันมาให้ฉันที... เอาละเอียดที่สุด เท่าที่นายจะหาได้"
เขารู้ตัวดีว่านี่ไม่ใช่แค่ความรู้สึกถูกใจธรรมดา แต่งานนี้คือความต้องการครอบครอง... และไม่ว่าเธอจะเป็นใคร มาจากไหน ภาคินทร์คนนี้ก็ตั้งมั่นในใจแล้วว่า เธอต้องเป็นของเขาคนเดียวเท่านั้น
เพียงไม่เกินสองวัน เอกสารซองสีน้ำตาลหนาก็วางลงบนโต๊ะทำงานไม้หรูของประธานบริหารในเครือ เคพี รุจกรุ๊ป ภาคินทร์ในชุดสูทสีเข้มทอดสายตามองมันด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา
"ได้เรื่องว่ายังไงบ้าง" เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยถามเลขาฯ คนสนิทที่ยืนประสานมืออยู่ตรงหน้า
"คุณเจ้าขา... ทางบ้านไม่ได้มีฐานะร่ำรวยครับ พ่อกับแม่เปิดร้านขายของชำและข้าวแกงเล็กๆ อยู่ในชุมชนแถวชานเมือง รายได้พอประทังชีวิตและส่งเสียเธอเรียน ส่วนเรื่องเงินกู้หรือหนี้สินก้อนใหญ่ไม่มี ถือเป็นครอบครัวที่อบอุ่นและขาวสะอาดมากครับ"
กิตรายงานไปตามข้อเท็จจริง ทว่าสายตากลับแอบลอบสังเกตเจ้านายหนุ่ม ปกติภาคินทร์ไม่เคยสนใจผู้หญิงคนไหน ยิ่งเป็นเด็กสาวนักศึกษาที่ฐานะห่างไกลกันราวฟ้ากับเหวแบบนี้ ยิ่งไม่มีทางอยู่ในสายตา แต่วันนี้แววตาของบอสใหญ่กลับดูจริงจังจนน่ากลัว
"เรื่องฐานะฉันไม่ได้สนใจ" คินทร์กระตุกยิ้มมุมปาก นัยน์ตาคมกริบยามเมื่อนึกถึงใบหน้าหวานที่สลักลึกอยู่ในหัวใจตั้งแต่แรกเห็น "ต่อให้เธอเป็นลูกเต้าเหล่าใคร หรือยากจนแค่ไหน... ถ้าฉันอยากได้ เธอก็ต้องได้เป็นผู้หญิงของฉันอยู่ดี"
น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความเผด็จการอย่างปิดไม่มิด เงินทองและอำนาจที่เขามี มีมากพอที่จะเนรมิตชีวิตใหม่ที่สุขสบายให้เธอได้โดยไม่ต้องกะพริบตาด้วยซ้ำ
"แต่... มีอีกเรื่องครับที่คุณภาคินทร์ควรทราบ" เลขาฯ หนุ่มเอ่ยขัดขึ้นด้วยสีหน้าลำบากใจ
"เรื่องอะไร" สายตาคมตวัดขึ้นมองทันที
"คุณเจ้าขาเธอมีแฟนแล้วครับ คบกันมาได้ประมาณเกือบปี ผู้ชายชื่อ 'นนท์' เป็นนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์มหาวิทยาลัยเดียวกัน ฐานะทางบ้านรวยมากเหมือนกันครับ"
แกร๊ก!
ปากกาด้ามหรูในมือของภาคินทร์ถูกกดกระแทกลงกับโต๊ะทำงานจนเกิดเสียงดัง แววตาที่เคยนิ่งสนิทพลันเปลี่ยนเป็นดุดันและวาวโรจน์ด้วยความโกรธจัด ก้อนเนื้อในอกซ้ายบีบรัดรุนแรง ความหึงหวงที่ไร้ที่มาที่ไปตีรวนขึ้นมาจุกในอก ทั้งที่เพิ่งเจอเธอแค่ครั้งเดียว แต่ความต้องการมันกลับรุนแรงจนเขาแทบควบคุมตัวเองไม่ได้
"มีแฟนแล้วงั้นเหรอ..." คินทร์เค่นเสียงหัวเราะในลำคอ เย็นเยียบจนกิตยังแอบขนลุก
"ครับ จากข้อมูลที่ได้มา ทั้งคู่สนิทสนมกันมาก มักจะไปไหนมาไหนด้วยกันตลอดในมหาวิทยาลัย"
คำรายงานของเลขาฯ ยิ่งเหมือนน้ำมันที่ราดลงบนกองไฟในใจของเขา จินตนาการถึงภาพที่ชายอื่นได้เข้าใกล้ ได้สัมผัส หรือโอบเอวบางของเธออย่างถือวิสาสะ มันทำให้ภาคินทร์แทบคลั่งกระวนกระวายจนแทบยั้งอารมณ์ไม่อยู่
ชายหนุ่มกำหมัดแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน
"ฉันไม่สนว่ามันเป็นใคร และคบกันมานานแค่ไหน" ภาคินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด แววตาฉายชัดถึงความประสงค์อันแรงกล้า "ในเมื่อฉันถูกใจเธอตั้งแต่วันแรกที่เห็นหน้า... เธอก็ต้องเป็นของฉันคนเดียว ไอ้กระจอกนั่นไม่มีสิทธิ์!"
"จะให้ผมจัดการแยกพวกเขาไหมครับ?" กิตถามเพื่อเช็คความต้องการ
"ยังไม่ต้อง... แค่ส่งคนตามดูเจ้าขาไว้ห่างๆ รายงานฉันทุกฝีก้าวว่าเธอไปไหน ทำอะไร กับใคร โดยเฉพาะตอนที่เธออยู่กับไอ้แฟนของเธอ" ภาคินทร์สั่งการ พลางเอนหลังพิงเบาะ แววตาคมดุเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างกระจกบานใหญ่ของตึกสูง
กำแพงศีลธรรมที่เคยมีถูกความปรารถนาอันแรงกล้าครอบงำจนหมดสิ้น ภาคินทร์รู้ดีว่าการแย่งคนมีเจ้าของมันไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้อง แต่สำหรับเขา... ถ้าเป็นเรื่องของ 'เจ้าขา' ข้อยกเว้นทุกอย่างในโลกย่อมเกิดขึ้นได้เสมอ
‘แล้วเราจะได้เจอกันเร็วๆ นี้... เด็กดีของพี่’
