บทที่ 4 แต่งงาน
"ซี๊ด... แน่นที่สุดเลยเจ้าขา... อื้มมม" ภาคินทร์ครางต่ำในลำคอด้วยความเสียวซ่านลึกล้ำ เสียงครางกระเส่าและความนุ่มหยุ่นที่บีบรัดตัวตนของเขาเหมือนน้ำมันที่ราดลงบนกองเพลิง
พั่บ! พั่บ! พั่บ! พั่บ!
"อ๊างงง! พี่คิน... อื้อออ! เบา... เบาหน่อยค่ะ"
เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังก้องสะท้อนไปทั่วห้องนอนที่เคยเงียบสงบ ร่างบางสะดุ้งเฮือกลอยเด่นขึ้นจากที่นอนตามแรงโหมกระหน่ำอันหนักหน่วงที่ส่งเข้ามาอย่างไม่ปรานีปราศรัย ภาคินทร์กัดฟันกรอด สองมือหนาจับยึดสะโพกมนไว้มั่นแล้วตอกย้ำความแข็งแกร่งเข้าใส่ไม่ยั้ง เร่งความเร็วและแรงตามสัญชาตญาณดิบที่ถูกปลุกเร้า
พั่บ! พั่บ! พั่บ!
"อ๊ะ... อ๊ะ... พี่คิน... เจ้าขา... ไม่ไหว... อ๊า!"
เจ้าขาเชิดหน้าขึ้นระบายความเสียว ลมหายใจหอบกระชั้นถี่ สองขาเรียวสวยยกขึ้นโอบรัดเอวหนาบดเบียดเข้าหาเพื่อตอบสนองความต้องการอย่างลืมตัว เสียงครางหวานเครือผสมผสานกับเสียงหอบหายใจหนัก ๆ และเสียงเนื้อกระทบกันที่รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ตามอารมณ์ที่พุ่งทะยานสู่จุดสูงสุด ภาคินทร์เร่งจังหวะสะโพกซอยถี่ ก่อนจะกดกระแทกเน้นย้ำเข้าไปเน้น ๆ เพื่อส่งเธอและตัวเองให้ถึงฝั่งฝัน
"อ๊างงงงง! / ซี๊ดดด... เจ้าขา!"
สองร่างเกร็งกระตุกพร้อมกันในนาทีสุดท้าย เสียงครางยาวปล่อยอารมณ์สุขสมดังก้อง ก่อนที่ความอุ่นร้อนจะถูกฉีดเข้าสู่ส่วนลึกสุดของร่างกายสาว
ค่ำคืนอันแสนยาวนานดำเนินไปด้วยความร้อนแรงและตราตรึง ภาคินทร์ทะนุถนอมร่างบางดั่งของล้ำค่า ทว่าความต้องการอันมหาศาลก็ทำให้บทรักนั้นดำเนินไปครั้งแล้วครั้งเล่าซ้ำ ๆ เสียงครางหวานและเสียงเนื้อกระทบเนื้อยังคงแว่วดังอยู่ในห้องนอนหรูตลอดทั้งคืน จนกระทั่งแสงทองของวันใหม่ค่อย ๆ สาดส่องผ่านผ้าม่านเข้ามา
แสงทองของวันใหม่สาดส่องผ่านรอยแยกของผ้าม่านคอนโดหรู บรรยากาศภายในห้องนอนเงียบสงบลงแล้ว เหลือเพียงอุณหภูมิความอุ่นร้อนที่ยังคงตลบอบอวลอยู่บนเตียงนอนกว้าง
ภาคินทร์ลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกอิ่มเอมใจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนในชีวิต วงแขนแกร่งของเขาก็ยังคงตระกองกอดร่างนุ่มนิ่มของ ‘เจ้าขา’ เอาไว้แนบอก กลิ่นกายสาวหอมละมุนปนเปกับไอรักจากค่ำคืนอันยาวนานย้ำเตือนว่าเรื่องทั้งหมดไม่ใช่ความฝัน ชายหนุ่มก้มลงมอง ‘เด็กดี’ ของเขาที่บัดนี้หลับปุ๋ยอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนา ใบหน้าหวานใสยังมีร่องรอยความอ่อนล้า ริมฝีปากอิ่มบวมเจ่อจากบทรักที่เขาโหมกระหน่ำซ้ำแล้วซ้ำเล่าตามสัญชาตญาณดิบ และเมื่อสายตาคมกริบไล่ลงมาตามลำคอระหงและลาดไหล่มนที่โผล่พ้นผ้าห่ม เขาก็ต้องลอบกลืนน้ำลายเมื่อเห็นรอยรักสีกุหลาบเข้มที่เขาประทับตราจองไว้ทั่วผิวเนื้อเนียน
"อืม..." ร่างบางขยับกายซุกเข้าหาแผงอกอุ่นหนีแสงแดด คล้ายกวางน้อยที่กำลังหาที่ซ่อนตัว
ภาคินทร์กระตุกยิ้มมุมปากด้วยความแสนรัก แววตาที่เคยนิ่งสนิทและเย็นชาบัดนี้เต็มไปด้วยความคลั่งรักและหวงแหนอย่างที่สุด เขาเอื้อมมือหนาไปเกลี่ยไรผมที่ปรกหน้าหวานออกเบาๆ ก่อนจะก้มลงจูบซับหน้าผากมนอย่างทะนุถนอม
ในที่สุด... เธอก็เป็นของพี่
ทว่า... ช่วงเวลาแห่งความสุขสมของเสือหนุ่มกลับต้องสะดุดกึก เมื่อหูอันเฉียบคมได้ยินเสียงสัญญาณเตือนที่หน้าประตูห้องชุด
ติ๊ด... ติ๊ด... แกร๊ก!
คิ้วเข้มของภาคินทร์ขมวดมุ่นเข้าหากันทันที นัยน์ตาคมดุตวัดมองไปทางประตูห้องนอนด้วยความนิ่งงัน ปกติแล้วคอนโดส่วนตัวขั้นสุดแห่งนี้ไม่มีใครรู้รหัสและไม่มีใครกล้าเข้ามารบกวนโดยไม่บอกล่วงหน้า ยกเว้นอยู่เพียงคนเดียวในโลก...
"ตาคินทร์! แม่เอาแกงจืดบวบใส่กุ้งกับของโปรดแกมาส่งจ้า เห็นกิตบอกว่าเมื่อคืนแกเข้าคอนโดดึก แม่เลยแวะมาดู..."
เสียงเจื้อยแจ้วอันคุ้นเคยของ 'คุณหญิงพิมพ์ผกา' มารดาของเขาดังแว่วเข้ามาจากห้องโถงด้านนอก พร้อมกับเสียงรองเท้าส้นสูงที่ก้าวสับตรงดิ่งมายังห้องนอนใหญ่ตามความเคยชิน เพราะคุณหญิงมักจะแวะมาดูแลลูกชายคนโตที่ชอบบ้างานจนลืมกินข้าวอยู่เสมอ
ภาคินทร์รีบตวัดผ้าห่มคลุมร่างของเจ้าขาจนมิดชิดถึงลำคอ ทว่าเขายังไม่ทันได้ลุกขึ้นจากเตียง ประตูห้องนอนบานใหญ่ก็ถูกผลักเปิดออกเสียก่อน
แกร๊ก!
"ตาคินทร์ ทำไมป่านนี้ยังไม่ตื่น…ว้าย!!"
คุณหญิงพิมพ์ผกาอุทานเสียงหลง มือที่ถือกล่องอาหารชั้นดีสั่นกึกจนเกือบจะร่วงลงพื้น นัยน์ตาของผู้ดีเก่าเบิกกว้างด้วยความช็อกสุดขีด ภาพตรงหน้าคือลูกชายจอมเย็นชาและหวงเนื้อหวงตัวของเธอกำลังนอนเปลือยแผงอกอยู่บนเตียงนอนยับยู่ยี่ และที่ทำให้คุณหญิงถึงกับหัวใจจะวาย... คือร่างของหญิงสาวที่นอนเบียดกายอยู่ข้างๆ
และใบหน้าหวานที่โผล่พ้นผ้าห่มผืนหนานั้น... คุณหญิงพิมพ์ผกาจำได้อย่างแม่นยำไม่มีวันพลาด!
"หนูเจ้าขา?!" คุณหญิงพิมพ์ผกาละล่ำละลักเรียกชื่อเด็กสาว "นี่มันอะไรกันตาคินทร์! ทำไมหนูเจ้าขา เพื่อนของยัยฝันถึงมาอยู่ที่นี่... ในสภาพแบบนี้!"
เสียงอุทานอันดังลั่นของคุณหญิงพิมพ์ผกาทำลายความเงียบ และปลุกร่างบางที่อยู่ใต้ผ้าห่มให้ตื่นขึ้นจากนิทรา เจ้าขาค่อยๆ ลืมตาปรือปรอยขึ้นมาด้วยความมึนงง ทว่าความรู้สึกแรกที่จู่โจมเข้าใส่คือความเจ็บระบมและช่องทางรักที่รวดร้าวไปทั้งสรรพางค์กาย ร่างกายที่ไร้เสื้อผ้าอาภรณ์เสียดสีกับผ้าห่มเนื้อดี ย้ำเตือนความทรงจำในค่ำคืนอันเร่าร้อนลึกล้ำให้แล่นปราดเข้าสู่สมองทันที
เจ้าขาสะดุ้งเฮือก เธอรีบดึงผ้าห่มขึ้นมาห่อหุ้มร่างกายสั่นเทาไว้แน่น สายตากลมโตตื่นตระหนกตวัดไปมองรอบห้อง ก่อนจะไปหยุดอยู่ที่หญิงอาวุโสท่าทางสง่างามที่ยืนเบิกตากว้างอยู่ปลายเตียง
"คะ... คุณแม่พิมพ์..."
เสียงหวานสั่นเครือ ใบหน้าหวานถอดสีจนซีดเผือด หยาดน้ำตาเม็ดโตไหลพรากอาบสองแก้มด้วยความตกใจ อับอาย และทำอะไรไม่ถูก ความจริงที่ว่าเธอสูญเสียความสาวให้พี่ชายของเพื่อนสนิท แถมแม่ของเพื่อนยังมาจับได้คาหนังคาเขาในสภาพล่อแหลมขนาดนี้ มันทำให้เด็กสาววัยยี่สิบเอ็ดปีถึงกับสติหลุด ร่างน้อยสั่นระริกสะอื้นไห้จนตัวโยนด้วยความขวัญเสีย
"ฮึก... เจ้าขา... เจ้าขาขอโทษค่ะ... คุณแม่... ฮือ..."
ภาคินทร์เห็น ‘เด็กดี’ ของเขาไหว้ปลกๆ ทั้งน้ำตา หัวใจของชายหนุ่มก็บีบรัดด้วยความสงสารและหวงแหน เขาขยับกายแกร่งเข้าขวางบังร่างบางเอาไว้เต็มแผ่นหลัง ดึงเธอเข้ามาหลบอยู่หลังไหล่กว้างของตนเองเพื่อปกป้องเธอจากสายตาของมารดา แววตาของภาคินทร์ไม่มีความรู้สึกผิดหรือตื่นตระหนกแม้แต่น้อย มีเพียงความนิ่งสนิท เด็ดเดี่ยว และพร้อมจะเผชิญหน้ากับทุกสิ่ง
"แม่ครับ ออกไปรอข้างนอกก่อน เดี๋ยวผมแต่งตัวเสร็จแล้วจะออกไปอธิบายเอง" คินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำเรียบเฉย
"ไม่ต้องมาอธิบายอะไรทั้งนั้นตาคินทร์!" คุณหญิงพิมพ์ผกาหน้าเขียวหน้าดำด้วยความโกรธจัด เธอมองลูกชายคนโตด้วยสายตาคาดโทษอย่างรุนแรง "หนูเจ้าขาเป็นเด็กดี เรียนเก่ง นิสัยก็น่ารัก ยัยฝันพาไปทำรายงานที่บ้านบ่อยๆ แม่ก็รักและเอ็นดูของแม่ แกเป็นผู้ใหญ่กว่าน้องตั้งกี่ปี ทำไมถึงทำเรื่องเสื่อมเสีย ขืนใจรังแกน้องขนาดนี้ได้ยังไง!"
"ผมไม่ได้…"
"หยุดพูดเลยนะ!" คุณหญิงพิมพ์ผกาตวัดเสียงสั่งห้ามไม่ฟังคำทัดทาน เพราะเห็นร่องรอยตามเนื้อตัวและท่าทางร้องไห้โฮของเจ้าขา เธอจึงปักใจเชื่อไปแล้วว่าลูกชายตัวดีใช้อำนาจและกำลังรังแกเด็กคราวน้อง คุณหญิงหันไปมองเจ้าขาด้วยสายตาเวทนาสงสาร ก่อนจะหันกลับมาสั่งประกาศิตเสียงเด็ดขาด
"แต่งงาน! แกต้องรับผิดชอบหนูเจ้าขาด้วยการจัดงานแต่งงานให้ถูกต้องตามกฎหมาย พาขันหมากไปขมาพ่อแม่น้องที่บ้านให้เร็วที่สุด และห้ามทำให้หนูเจ้าขาต้องเสียใจเด็ดขาด ไม่งั้นแม่ไม่เอาแกไว้แน่ ตาคินทร์!"
สิ้นคำสั่งเด็ดขาดของคุณหญิงพิมพ์ผกาที่หมุนตัวเดินฟัดเฟียดออกไปจากห้องนอนพร้อมกับปิดประตูดังปัง...
ภายในห้องกลับคืนสู่ความเงียบอีกครั้ง เจ้าขาที่ยังคงสั่นสะอื้นเบือนหน้าหนีไปอีกทาง ร่างน้อยกระชับผ้าห่มผืนหนาแน่น ใบหน้าหวานที่เปรอะเปื้อนไปด้วยหยาดน้ำตาช้อนขึ้นมองชายหนุ่มคราวพี่ด้วยสายตาที่ทั้งรู้สึกผิดและหวาดหวั่น
"ฮึก... ไม่ต้องหรอกค่ะ พี่คินทร์... ลืมเรื่องเมื่อคืนไปเถอะค่ะ ถือซะว่ามันไม่เคยเกิดขึ้น... เจ้าขาไม่เรียกร้องอะไรทั้งนั้นค่ะ คุณแม่ของพาฝันจะได้ไม่ต้องไม่สบายใจด้วย"
เธอยังเด็กและตื่นกลัวเกินกว่าจะรับมือกับสถานการณ์ตรงหน้าได้ อีกทั้งเธอยังรู้ดีว่าฐานะของตัวเองกับภาคินทร์ห่างกันราวฟ้ากับเหว เขาเป็นถึงนักธุรกิจใหญ่ระดับประเทศ ส่วนเธอเป็นแค่ลูกสาวแม่ค้าข้าวแกง แถมเธอยังคิดไปไกลว่าที่ภาคินทร์นิ่งเงียบไปแบบนี้ คงเพราะกำลังเครียดและอึดอัดใจที่ถูกมารดาบังคับให้แต่งงานกับผู้หญิงไม่มีหัวนอนปลายเท้าอย่างเธอแน่ๆ ทุกอย่างมันเกิดจากอุบัติเหตุเพราะฤทธิ์ยาบ้าๆ นั่นต่างหาก เขาไม่ควรต้องมารับผิดชอบชีวิตเธอเลย
แต่... มีหรือที่คนอย่างภาคินทร์จะยอมปล่อยให้เธอหลุดมือไปง่ายๆ
