บทที่ 5 เธอคือเมียของกู

แววตาคมกริบไหววูบไปเล็กน้อยเมื่อเห็นหยาดน้ำตาและท่าทางเกรงอกเกรงใจของเด็กสาว ภาคินทร์ลอบถอนหายใจยาว ความจริงเขาอยากจะดึงร่างนุ่มนิ่มนี้เข้ามาจำนนด้วยคำสารภาพรักใจจะขาด อยากจะบอกเหลือเกินว่าเขาแอบรักเธอมาตั้งนานแล้ว แต่หากเขารุกแรงไปตอนนี้ในวันที่เธอเพิ่งผ่านเรื่องร้ายๆ มา เด็กน้อยของเขาคงได้ขวัญหนีดีฝ่อไปไกลแน่ๆ

ชายหนุ่มจึงเลือกที่จะเก็บความรู้สึกดีๆ ทั้งหมดเอาไว้เบื้องหลังใบหน้าหล่อเหลาที่เรียบนิ่ง ทว่าน้ำเสียงที่เอ่ยออกมากลับนุ่มนวลและเด็ดขาดในที

"พี่ลืมไม่ได้หรอกครับเจ้าขา... และเรื่องแต่งงาน พี่ก็เปลี่ยนใจคำสั่งของคุณแม่ไม่ได้เหมือนกัน"

"แต่ว่า... พี่คินทร์ไม่ได้เต็มใจนี่คะ พี่คินทร์โดนคุณแม่บังคับ" เจ้าขาประท้วงเสียงแผ่ว พลางก้มหน้าลงจนชิดอกด้วยความรู้สึกผิดจับใจ "เจ้าขารู้ว่าเจ้าขาไม่คู่ควรกับพี่คินทร์เลยสักนิด... พี่คินทร์ไม่ต้องฝืนหรอกค่ะ"

คำว่า 'ไม่คู่ควร' ทำเอาภาคินทร์อยากจะจับเด็กดื้อตรงหน้ามาตีก้นสั่งสอนนัก ใครบอกว่าเธอไม่คู่ควร? สำหรับเขาแล้ว ต่อให้เธอเป็นเพียงลูกแม่ค้าข้าวแกง แต่เธอก็คือดอกไม้ที่งดงามที่สุดที่เขาอยากจะเด็ดมาปักไว้ในใจเพียงผู้เดียวต่างหาก

แต่ในเมื่อเธอเข้าใจผิดคิดว่าเขาถูกบังคับ... เขาก็จะใช้ความเข้าใจผิดนี้แหละผูกมัดเธอไว้ชั่วชีวิต

"พี่ไม่ได้ฝืน" ภาคินทร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและนิ่งสนิทตามแบบฉบับของเขา ชายหนุ่มขยับเข้าไปใกล้ร่างบางอีกนิด เอื้อมมือหนาที่อบอุ่นไปเชยคางมนขึ้นมาให้สบตากับเขาตรงๆ "ในเมื่อเรื่องมันเกิดขึ้นแล้ว พี่เป็นผู้ใหญ่กว่า พี่ก็ต้องรับผิดชอบชีวิตของเธอให้ดีที่สุด เจ้าขาเป็นเพื่อนสนิทของยัยฝัน พี่ปล่อยให้เธอต้องเผชิญหน้ากับเรื่องเสื่อมเสียคนเดียวไม่ได้"

เจ้าขามองลึกลงไปในดวงตาคมดุคู่นั้น หัวใจดวงน้อยเต้นระทึกอย่างสับสน นึกว่าเขาทำไปทั้งหมดเพียงเพราะหน้าที่และความเป็นสุภาพบุรุษ

"พี่อาจจะดูเหมือนถูกบังคับ... แต่ในเมื่อมันเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับเธอและคุณแม่ พี่ก็ยินดีจะทำ" ภาคินทร์ใช้นิ้วหัวแม่มือเกลี่ยเช็ดหยาดน้ำตาบนแก้มใสให้อย่างเบามือและทะนุถนอมที่สุด "เพราะฉะนั้น เลิกคิดเรื่องที่จะให้พี่ลืม หรือเรื่องที่บอกว่าไม่คู่ควรได้แล้วครับ..."

ชายหนุ่มกระตุกยิ้มบางเบาที่ชวนให้คนมองใจสั่น เป็นยิ้มของเสือหนุ่มที่กำลังล่อลวงลูกกวางให้เดินเข้ากรงทองอย่างเต็มใจ

"เตรียมตัวเป็น 'เมียของพี่' อย่างถูกต้องตามกฎหมายได้เลยครับเด็กดี... พี่สัญญาว่าจะดูแลเธออย่างดีที่สุด และจะไม่ทำให้เธอต้องเสียใจที่แต่งงานกับพี่แน่นอน"

สายตาคมกริบของภาคินทร์ยังคงจับจ้องใบหน้าหวานที่พยักหน้ารับคำอย่างจำนน ทว่าเมื่อความอบอุ่นอ่อนโยนยามสบตาภรรยาหมาดๆ จางลง นัยน์ตาคู่นั้นกลับแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นเยียบดุดันราวกับซาตานยามที่เขานึกถึงกลุ่มคนที่กล้าลงมือทำเรื่องระยำกับ "เด็กดี" ของเขาเมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา

"และอีกเรื่องหนึ่ง..."

ภาคินทร์เอ่ยเสียงทุ้มต่ำ แต่กลับทรงพลังและเปี่ยมไปด้วยรังสีอำมฤตจนเจ้าขารู้สึกได้ มือหนาที่เช็ดน้ำตาให้เธอเมื่อครู่เลื่อนลงมาลูบแก้มใสแผ่วเบา ทว่าประโยคถัดมากลับเด็ดขาดจนน่าขนลุก

"คนที่ทำเรื่องเลวๆ กับเจ้าขาเมื่อคืน... พี่ก็ไม่เอาไว้แน่"

เจ้าขาเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย ร่างน้อยแอบสั่นระริกด้วยความกลัวยามเห็นมุมมืดดำของชายหนุ่มคราวพี่ที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน "พี่คินทร์คะ... คือเรื่องนั้น..."

"เจ้าขาไม่ต้องคิดอะไรทั้งนั้นครับ หน้าที่ของเธอตอนนี้คือพักผ่อนและเตรียมตัวเป็นเจ้าสาวของพี่... เรื่องสารเลวพวกนั้น พี่จัดการเอง"

หลังจากที่ภาคินทร์จัดการส่งคุณหญิงพิมพ์ผกากลับไปด้วยท่าทีนิ่งสงบ และสั่งให้ป้าแม่บ้านเข้ามาดูแลจัดหาเสื้อผ้าชุดใหม่รวมถึงอาหารให้เจ้าขาเสร็จสรรพ ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสากลสีเข้มคัตติ้งเเนี้ยบก็ก้าวเดินออกมาจากเพนท์เฮาส์ด้วยบรรยากาศรอบตัวที่พร้อมจะแผดเผาทุกสิ่งที่ขวางหน้า

เขากดโทรศัพท์หา 'กิต' เลขาและบอดี้การ์ดคนสนิททันทีในระหว่างที่ก้าวขึ้นรถตู้คันหรู

"พวกมันอยู่ที่ไหน" ภาคินทร์ถามเสียงเรียบ แต่นั่นคือสัญญาณเตือนภัยขั้นสุดยอดที่กิตรู้ดีว่า... บอสของเขากำลังโกรธจัดจนถึงขีดสุด

"ตอนนี้คนของผับคุณธนาควบคุมตัวไอ้นนท์กับเพื่อนอีกสองคนไว้ที่ห้องใต้ดินครับบอส" กิตรายงานเสียงเคร่ง "ทางพ่อของนนท์ที่เป็นนักธุรกิจอสังหาฯ พยายามติดต่อขอเคลียร์และขู่จะฟ้องร้องเรื่องกักขังหน่วงเหนี่ยวครับ"

"ฟ้องงั้นเหรอ? หึ..." ภาคินทร์เหยียดยิ้มสมเพช นัยน์ตาคมวาวโรจน์ด้วยความเหี้ยมเกรียม "บอกธนาว่าฉันกำลังไป และส่งหลักฐานคลิปวงจรปิดตอนที่มันเอายาใส่แก้วน้ำ รวมถึงคลิปเสียงที่พวกมันคุยกันในมุมมืดไปให้ตำรวจชั้นผู้ใหญ่ที่ฉันดีลไว้... คดีพยายามโทรมผู้หญิงและใช้สารเสพติดล่อลวง ให้พวกมันไม่มีสิทธิ์ประกันตัว"

"แล้วเรื่องพ่อนนท์ล่ะครับ?"

"สั่งถอนทุนและตัดคู่ค้าทุกเจ้าที่เกี่ยวดองกับบริษัทมันซะ ภายในยี่สิบสี่ชั่วโมงนี้... ฉันต้องเห็นตระกูลมันล้มละลาย!"

ณ ห้องใต้ดินสลัวของผับหรูย่านทองหล่อ

สภาพของนนท์และเพื่อนอีกสองคนอยู่ในสภาพสะบักสะบอมจากการโดนการ์ดของธนาสั่งสอนไปบ้างแล้ว ทันทีที่ประตูเหล็กบานหนาถูกเปิดออก ร่างสูงสง่าและเปี่ยมด้วยอำนาจของภาคินทร์ก็ก้าวเข้ามา บรรยากาศกดดันจนพวกมันที่เคยอวดดีถึงกับหน้าถอดสี

"มึง... มึงเป็นใครวะ! ปล่อยกูนะเว้ย พ่อกูไม่ปล่อยมึงไว้แน่!" นนท์ยังคงโวยวายด้วยความปากดี ทั้งที่เนื้อตัวสั่นเทา

ภาคินทร์ไม่ตอบ ชายหนุ่มก้าวเข้าไปหยุดอยู่ตรงหน้าไอ้สวะที่บังอาจแตะต้องผู้หญิงของเขา รองเท้าหนังเนื้อดีราคาเหยียบแสนถูกยกขึ้นแล้วตวัดเตะเข้าที่ยอดอกของนนท์อย่างแรงจนมันหงายหลังโครมลงไปกองกับพื้น คายลิ่มเลือดออกมาทันที

"อั่ก!! แคว่ก..."

"อย่าเอาปากสกปรกของมึงมาพูดดีกับกู" ภาคินทร์กดเสียงต่ำ สายตาที่มองลงมาเย็นเยียบราวกับกำลังมองสิ่งปฏิกูล ชายหนุ่มย่อตัวลงต่ำ มือหนากระชากคอเสื้อของนนท์ขึ้นมาจนหน้ามันเหยเกด้วยความเจ็บปวด

"มึงคบกับเจ้าขามาเป็นปี... แต่กูอยากรู้นัก ว่าสมองหมาๆ ของมึงรู้ตัวหรือยังว่าตอนนี้เธออยู่ในฐานะอะไร?"

"กะ... ก็แค่เด็กใจแตก... อั่ก!"

ผัวะ!

หมัดหนักๆ ของนักธุรกิจหนุ่มที่ผ่านการฝึกศิลปะป้องกันตัวมาอย่างดีซัดเข้าเต็มหน้าของนนท์จนฟันกะเทาะ ภาคินทร์สลัดมือเบาๆ ราวกับรังเกียจที่ต้องสัมผัสเนื้อตัวของมัน ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูงและปัดฝุ่นที่เสื้อสูท

"กูจะสงเคราะห์ให้มึงฉลาดขึ้นก่อนเข้าคุก... เจ้าขาไม่ใช่ของเล่นของมึงอีกต่อไป และนับตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป... เธอคือ 'ภรรยา' ของกู"

ภาคินทร์ประกาศลั่นห้องเสียงเฉียบขาด ทำเอาเพื่อนอีกสองคนของนนท์ถึงกับฉี่แทบราดเมื่อรู้ว่าผู้ชายตรงหน้าคือ ภาคินทร์ อัครเดชโภคิน นักธุรกิจใหญ่ที่ไม่มีใครกล้าตอแย

"กูจะทำให้ตระกูลมึงไม่มีที่ยืนในสังคม คดีความที่พวกมึงจะเจอ... กูจะยัดข้อหาให้หนักที่สุดจนพวกมึงต้องเน่าตายในคุก และต่อให้พวกมึงออกจากคุกมาได้... กู ก็-จะ-ตาม-ล้าง-บาง-พวก-มึง-จน-ไม่เหลือแม้แต่ลมหายใจ!"

สิ้นคำประกาศิตของอสูรร้ายในร่างมนุษย์ ภาคินทร์หมุนตัวเดินออกไปทันทีโดยไม่หันกลับมามองเสียงร้องอ้อนวอนขอชีวิตที่ดังไล่หลังมา

"กิต... จัดการต่อตามที่ฉันสั่ง อย่าให้พวกมันระเห็จออกจากคุกได้แม้แต่วันเดียว"

"รับทราบครับบอส"

เมื่อก้าวพ้นความมืดดำของบัญชีแค้น ภาคินทร์ก็สูดหายใจเข้าลึกๆ ปรับเปลี่ยนแววตาให้กลับมานิ่งสนิททว่าแฝงความอ่อนโยนดังเดิม เพราะตอนนี้... มีกวางน้อยตัวน้อยกำลังรอให้เขากลับไปขุนและโอบกอดไว้ในกรงทองอันแสนปลอดภัยหลังนี้อยู่!

บทก่อนหน้า
บทถัดไป