บทที่ 6 หนีกลับบ้าน
ณ คอนโด
ทว่า... ทันทีที่เรียวขาแกร่งก้าวกลับเข้ามาภายในเพนท์เฮาส์หรู บรรยากาศภายในห้องกลับเงียบเชียบจนผิดปกติ คิ้วเข้มของภาคินทร์ขมวดมุ่น ชายหนุ่มสาวเท้าฉับ ๆ ตรงดิ่งไปยังห้องนอนใหญ่ทันที แต่สิ่งที่ปรากฏสู่สายตากลับมีเพียงความว่างเปล่า... เตียงนอนกว้างยับยู่ยี่ที่เคยมีร่างนุ่มนิ่มซุกตัวอยู่ บัดนี้เหลือเพียงความเย็นชืด
"บอสครับ... คุณเจ้าขาเธอหนีกลับบ้านไปแล้วครับ" กิตที่เพิ่งเดินตามเข้ามาติด ๆ รายงานเสียงอ่อย หน้าถอดสีเมื่อเห็นแววตาคู่คมที่ตวัดหันมามองทันที
"ทำไมเพิ่งมาบอก! ไปเตรียมรถ... ฉันจะไปตามเมียฉัน"
ภาคินทร์สั่งเสียงเฉียบขาดพลางสาวเท้าเดินนำออกไปทันทีด้วยความร้อนใจ ทั้งที่ใจจริงกะจะกลับมาขุนและโอบกอดแม่กวางน้อยให้อยู่ในพื้นที่ปลอดภัยของเขาแท้ ๆ แต่เด็กดื้อกลับพาร่างกายระบมบอบช้ำหนีกลับบ้านไปเสียก่อน ยิ่งคิดเขาก็ยิ่งกังวลจนอยากจะบึ่งรถไปให้ถึงตัวเธอให้เร็วที่สุด
ณ ร้านอาหาร
แกร๊ก...
เสียงประตูหน้าร้านขยับเบา ๆ พร้อมกับร่างโปร่งบางของเจ้าขาที่ก้าวเข้ามาด้วยท่าทางอิดโรยและสั่นเทา สองมือเล็กพยายามดึงคอเสื้อเชิ้ตตัวโคร่งที่ป้าสายให้ยืมมาปิดบังรอยรักสีกุหลาบเข้มที่ซอกคอ ทว่าทันทีที่เห็นหน้าลูกสาว คนเป็นแม่ที่นั่งตาร่วงรินอยู่หลังเคาน์เตอร์ก็ลุกพรวดโผเข้ามากอดลูกทันที
"ยัยขา! ลูกไปไหนมาล่ะลูก รู้ไหมพ่อกับแม่เป็นห่วงจนไม่ได้นอนทั้งคืนเลย!"
‘แม่นวล’ ร้องไห้โฮพลางระดมจูบไปที่แก้มใสของลูกสาวด้วยความโล่งอก เช่นเดียวกับ ‘พ่อสม’ ที่รีบเดินหน้าตาตื่นมาจากหลังร้าน ใบหน้าของคนเป็นพ่อเต็มไปด้วยความเคร่งเครียดและอิดโรยจากการไม่ได้นอน แต่พอเห็นลูกสาวปลอดภัยก็ถอนหายใจยาวทันที
"โทรศัพท์ก็ติดต่อไม่ได้ ไปตามที่หอเพื่อนก็ไม่มีใครรู้... เจ้าขาหนูไม่เคยเป็นเด็กเหลวไหลหายไปทั้งคืนแบบนี้นะลูก แล้วนี่...ทำไมสภาพหนูถึงดูเหนื่อยขนาดนี้ล่ะลูก" แม่นวลประคองใบหน้าหวานของลูกสาวขึ้นมาเช็ดน้ำตาให้ แววตาเต็มไปด้วยความกังวลใจเป็นที่สุด
ยิ่งมองสำรวจสภาพลูกสาวที่ตาบวมช้ำ ผมเผ้ายุ่งเหยิง แถมเสื้อผ้าที่ใส่ก็ไม่ใช่ชุดนักศึกษาเมื่อวาน แต่เป็นเสื้อผ้าผู้ชายเนื้อผ้าดีตัวโคร่งหรูหรา สัญชาตญาณของคนเป็นพ่อและแม่ก็เริ่มใจคอไม่ดี
"บอกพ่อกับแม่ได้ไหมลูก... เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า? ใครรังแกหนูไหมเจ้าขา?" พ่อสมเอ่ยเสียงสั่น พยายามคุมน้ำเสียงให้อ่อนโยนที่สุดเพราะไม่อยากให้ลูกสาวที่กำลังตัวสั่นระริกต้องตื่นกลัวไปมากกว่านี้ "บอกพ่อเถอะนะลูก... พ่อกับแม่จะอกแตกตายอยู่แล้ว"
"ฮึก... แม่... พ่อ..."
เมื่อเจออ้อมกอดอันแสนอบอุ่นและสายตาที่เป็นห่วงจากใจจริงของบุพการี ทำนบความอดกลั้นของเจ้าขาก็พังทลายลงทันที เธอกอดซุกหน้าลงกับอกของแม่ร้องไห้โฮจนตัวโยนด้วยความอัดอั้นและรู้สึกผิดจับใจ เธอจะกล้าบอกความจริงได้อย่างไร... จะบอกว่าเธอโดนแฟนที่คบกันมาปีนึงวางยาเพื่อจะทำมิดีมิร้าย แล้วสุดท้ายเธอก็ต้องมาเสียตัวให้พี่ชายของเพื่อนสนิทในสภาพไร้สติงั้นเหรอ? พ่อกับแม่ที่รักศักดิ์ศรีและทะนุถนอมเธอมาอย่างดีคงรับไม่ได้และคงใจสลายแน่ ๆ
"เจ้าขาขอโทษค่ะแม่... เจ้าขาแค่... ไปทำรายงานบ้านเพื่อนแล้วเผลอหลับไป โทรศัพท์แบตหมดค่ะ ฮือ..." เจ้าขาเลือกที่จะโกหกคำโตทั้งน้ำตา ร่างน้อยสั่นระริก ไม่กล้าสบตาพ่อกับแม่ตรง ๆ
"เจ้าขา... หนูไม่เคยโกหกพ่อกับแม่นะลูก" พ่อสมลูบหัวลูกสาวเบา ๆ แววตาเต็มไปด้วยความเจ็บปวดที่มองออกว่าลูกสาวกำลังปิดบังเรื่องคอขาดบาดตายอยู่ "ถ้าหนูหลับไปเฉย ๆ ทำไมหนูต้องร้องไห้หนักขนาดนี้ แล้วเสื้อผ้าชุดนี้มันของใครกันลูก... มีอะไรบอกพ่อกับแม่เถอะนะ พ่อกับแม่พร้อมจะอยู่ข้างหนูเสมอนะลูก"
"ฮือออ พ่อ... แม่... เจ้าขาขอโทษ เจ้าขา..."
เจ้าขาร่ำไห้จนแทบจะขาดใจตายอยู่ตรงนั้น ความอับอาย ความสับสน และความกลัวมันบีบคั้นจนเธอพูดไม่ออก ได้แต่ทรุดตัวลงคุกเข่ากอดขาพ่อกับแม่ร้องไห้สะอื้นจนตัวโยน บรรยากาศในบ้านอบอวลไปด้วยความทุกข์ระทมที่คนเป็นพ่อเป็นแม่ทำได้เพียงกอดปลอบลูกสาวทั้งน้ำตาด้วยความเวทนาและสงสารจับใจ
บรึ๊นนนนน! เอี๊ยดดดดด!!
ทว่าในจังหวะนั้นเอง เสียงเบรกอันรุนแรงของรถสปอร์ตหรูคันละหลายสิบล้านก็ดังสนั่นหวั่นไหวอยู่หน้าร้าน เรียกสายตาของพ่อสมและแม่นวลให้หันไปมองด้วยความฉงน
ก่อนที่ร่างสูงสง่า คัตติ้งเนี้ยบ และแผ่รังสีอำนาจของ ‘ภาคินทร์’ จะก้าวเดินแกมวิ่งเข้ามาในร้านด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความห่วงใยและเด็ดเดี่ยว ชายหนุ่มมองตรงมาที่กวางน้อยที่กำลังนอนร้องไห้อยู่ที่พื้นบ้าน ก่อนจะทรุดตัวลงคุกเข่าลงต่อหน้าพ่อและแม่ของเจ้าขาทันทีอย่างไม่สนศักดิ์ศรีมหาเศรษฐีชั้นนำของประเทศ!
ภายในร้านที่เคยมีเพียงเสียงสะอื้นไห้ บัดนี้กลับตกอยู่ในความเงียบงัน มีเพียงเสียงเครื่องยนต์ของรถสปอร์ตหรูภายนอกที่ยังคงครางแผ่วเบา
พ่อสมและแม่นวลมองตรงไปยังชายหนุ่มชุดสูทสากลเนี๊ยบกริบที่จู่ ๆ ก็บุกเข้ามาคุกเข่าลงบนพื้นปูนซิเมนต์อย่างไม่นึกรังเกียจ สายตาของบุพการีทั้งสองเต็มไปด้วยความสับสนและระแวดระวัง ทว่าสิ่งหนึ่งที่สัมผัสได้จากผู้ชายตรงหน้าคือรังสีความจริงจังและเด็ดเดี่ยวอย่างที่สุด
"พะ...พี่คินทร์" เจ้าขาอุทานเสียงแผ่ว ใบหน้าหวานที่เปรอะคราบน้ำตาเบิกกว้างด้วยความช็อก เธอไม่คิดว่าเขาจะตามมาถึงที่บ้าน และยิ่งไม่คิดว่านักธุรกิจใหญ่จะยอมลดตัวลงมาคุกเข่าต่อหน้าพ่อแม่ของเธอแบบนี้
“คุณ…เป็นใครกันล่ะลูก แล้วนี่มันเรื่องอะไรกัน" แม่นวลละล่ำละลักถาม พลางกระชับอ้อมกอดรั้งร่างของลูกสาวที่ยังสั่นระริกให้เข้ามาหลบด้านหลัง
ภาคินทร์ไม่ได้ปิดบังหรือแต่งเรื่องเพื่อเอาใจใคร ชายหนุ่มสูดหายใจเข้าลึก นัยน์ตาคู่คมกริบทอดมองใบหน้าหวานของเจ้าขาก่อนจะหันกลับมาสบตาพ่อสมและแม่นวลตรง ๆ ด้วยน้ำเสียงเด็ดขาดและจริงจัง
"คุณพ่อคุณแม่ครับ ผม ภาคินทร์ เป็นพี่ชายของพาฝัน เพื่อนสนิทของเจ้าขา" เสียงทุ้มต่ำทรงพลังเอ่ยชัดถ้อยชัดคำ "ที่ผมต้องตามเจ้าขามาถึงที่นี่ เพราะผมต้องการมาเล่าความจริงทั้งหมดให้พวกท่านฟัง... เรื่องเมื่อคืนที่เจ้าขาติดต่อไม่ได้ และสภาพที่เธอเป็นแบบนี้"
"ความจริงอะไรล่ะลูก..." พ่อสมเอ่ยเสียงเคร่ง สายตาจับจ้องชายหนุ่มไม่วางตา
"เมื่อคืนนี้ เจ้าขาถูก 'ไอ้นนท์' แฟนของเธอวางยาล่อลวงไปที่ผับครับ"
"!!?"
คำสารภาพตรง ๆ ของภาคินทร์เหมือนสายฟ้าที่ฟาดลงมากลางห้อง พ่อสมและแม่นวลเบิกตากว้างด้วยความช็อกสุดขีด ร่างของแม่นวลสั่นสะท้านหันไปมองลูกสาวทันที ขณะที่เจ้าขาได้แต่ก้มหน้าปล่อยให้น้ำตาไหลพรากซุกเข้าหาอกแม่ด้วยความอับอายและขื่นขม
"มันวางยาชนิดรุนแรงในน้ำดื่ม หวังจะทำมิดีมิร้ายและพาเพื่อนของมันมารุมรังแกเจ้าขา พอดีคนของผมที่ตามดูอยู่รายงานมา ผมจึงรีบเข้าไปช่วยเธอออกมาได้ทันเวลา... แต่เพราะฤทธิ์ยามันแรงมากจนเธอไม่ได้สติและทรมานทรกรรม ผมควบคุมสถานการณ์และตัวเองไม่ได้... จนทำให้เกิดเรื่องล่วงเกินเจ้าขาไปที่คอนโดของผมครับ"
ภาคินทร์พูดความจริงทุกอย่างชัดเจน ไม่มีบิดเบือน ไม่มีข้ออ้าง ชายหนุ่มก้มหัวลงกราบเท้าพ่อสมและแม่นวลบนพื้นปูนอย่างยอมรับผิด
"ผมรู้ว่ามันเป็นเรื่องที่ให้อภัยได้ยาก และผมทำผิดต่อเจ้าขาอย่างร้ายแรง แต่นี่คือความจริงทั้งหมดที่เกิดขึ้นเมื่อคืนครับ"
ภายในห้องตกอยู่ในความเงียบงันที่น่ากลัวกว่าเดิม พ่อสมกำหมัดแน่นจนสั่นเทา ลมหายใจเข้าออกหอบกระชั้นถี่ด้วยความโกรธแค้นไอ้สารเลวที่คิดจะทำร้ายลูกสาวปานแก้วตาดวงใจของเขา และโกรธชายหนุ่มตรงหน้าที่ฉวยโอกาสตอนลูกสาวไร้สติ แต่ความจริงใจที่ไม่คิดจะโกหกหรือปิดบังของผู้ชายคนนี้ก็เด่นชัดจนปฏิเสธไม่ได้
"แล้วไอ้เด็กสารเลวนั่น... มันอยู่ไหน!" พ่อสมตวาดเสียงสั่นด้วยความโกรธจัดจนอยากจะไปลากคอพวกมันมาลงทัณฑ์
"คุณพ่อไม่ต้องเป็นห่วงครับ" ภาคินทร์เงยหน้าขึ้น แววตาคมกริบแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นเยียบดุดัน "ตอนนี้ไอ้นนท์และเพื่อนของมันถูกตำรวจจับกุมตัวไว้หมดแล้ว หลักฐานคลิปวงจรปิดและคลิปเสียงชัดเจน พวกมันจะไม่ได้ประกันตัว และผมกำลังสั่งให้ดำเนินคดีให้ถึงที่สุด รวมถึงสั่งตัดคู่ค้าทุกเจ้าที่เกี่ยวดองกับบริษัทมัน ภายในวันสองวันนี้... ตระกูลของมันจะล้มละลายและไม่มีที่ยืนในสังคมอีกต่อไป"
คำพูดที่เต็มไปด้วยอำนาจและความเด็ดขาดของภาคินทร์ ทำเอาพ่อสมและแม่นวลถึงกับอึ้งจนพูดไม่ออก พวกท่านมองออกทันทีว่าผู้ชายตรงหน้าไม่ใช่แค่คนรวยธรรมดา แต่เป็นคนที่มีอิทธิพลและพร้อมจะปกป้องคนของเขาอย่างเต็มที่
"ส่วนเรื่องของเจ้าขา..." ภาคินทร์ปรับสายตาให้กลับมานอบน้อมดั่งเดิม "ในเมื่อเรื่องมันเกิดขึ้นแล้ว ผมเป็นผู้ใหญ่กว่า และผมล่วงเกินเธอไปแล้ว ผมยินดีจะรับผิดชอบชีวิตของเจ้าขาอย่างถูกต้องตามกฎหมายทุกประการครับ ผมจะให้ผู้ใหญ่มาสู่ขอ จัดงานแต่งงานให้อย่างสมเกียรติที่สุด และสัญญาว่าจะดูแล ปกป้องเจ้าขาด้วยชีวิตของผมเองครับ"
สิ้นคำประกาศของภาคินทร์ ทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบ พ่อสมและแม่นวลได้แต่นั่งนิ่งอึ้ง พูดอะไรไม่ออกไปชั่วขณะ ทั้งช็อกกับเรื่องของอดีตแฟนลูกสาว และอึ้งกับความเด็ดขาดรวมถึงข้อเสนอแต่งงานที่ปุบปับของชายหนุ่มตรงหน้า จนพวกท่านได้แต่มองหน้ากันด้วยความลำบากใจและกดดันอย่างที่สุด
