บทที่ 12 พายุลูกใหม่

ท่ามกลางบรรยากาศที่ดูเหมือนจะสงบเงียบภายในคอนโดมิเนียมหรูชั้น 28 แสงไฟสีนวลตาจากโคมไฟระย้ายังคงทำหน้าที่ทอดลำแสงอ่อนโยนลงบนเฟอร์นิเชอร์ราคาแพง ทว่าความรู้สึกบางอย่างกลับเริ่มเปลี่ยนไป กลิ่นอายของพายุที่กำลังตั้งเค้าเริ่มแผ่ซ่านออกมาจากรอยร้าวเล็กๆ ที่เกิดขึ้นในความสัมพันธ์ลับ ความลับที่เคยคิดว่าถูกปิดผนึกไว้อย่างแน่นหนา บัดนี้เริ่มมีสัญญาณเตือนว่ามันกำลังจะปริแตกออกมาสู่โลกภายนอก

ความเงียบเชียบในค่ำคืนนี้ไม่ได้นำมาซึ่งความผ่อนคลายเหมือนเคย ภีมพัฒน์ยังคงนั่งจดจ่ออยู่กับกองเอกสารงานวิจัยบนโต๊ะทำงานตัวใหญ่ ทว่าสายตาของเขากลับเหลือบมองไปยังร่างบางที่นอนหลับปุ๋ยอยู่บนโซฟาเป็นระยะ ช่วงนี้นีน่าดูเหนื่อยล้าจากการเรียนและการต้องคอยหลบเลี่ยงสายตาผู้คนรอบข้าง และนั่นคือสิ่งที่ทำให้หัวใจของคุณหมอผู้เพอร์เฟกต์เริ่มเต้นผิดจังหวะด้วยความกังวล

เช้าวันต่อมาที่คณะนิเทศศาสตร์ บรรยากาศรอบตัวนีน่าดูจะเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด ความสดใสที่เธอมักจะพกมาด้วยเสมอถูกแทนที่ด้วยท่าทางที่ดูระแวดระวังมากขึ้น ขณะที่น้ำหวานยังคงทำหน้าที่เป็นบอดีการ์ดส่วนตัวที่คอยเดินขนาบข้างและสแกนบุคคลรอบข้างอย่างละเอียด ทว่าสิ่งที่น้ำหวานกังวลไม่ใช่แค่พี่กายรุ่นพี่จอมตื๊ออีกต่อไป แต่กลับเป็นสายตาเย็นชาของใครบางคนที่คอยจับจ้องมาจากมุมตึก

กายยืนพิงเสาอาคารเรียนพลางมองตามร่างของนีน่าไปจนสุดสายตา ในมือของเขาถือภาพถ่ายใบหนึ่งที่เพิ่งได้มาจากแหล่งข่าวในโรงพยาบาล มันเป็นภาพถ่ายจากกล้องวงจรปิดที่ลานจอดรถในมุมที่เห็นหน้าคนขับรถยุโรปสีดำคันนั้นได้ราง ๆ แม้จะไม่อาจยืนยันได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าเป็นใคร แต่รูปพรรณสัณฐานและนาฬิกาที่ข้อมือคนขับกลับดูคุ้นตาจนน่าประหลาด

“หมอภีม... คุณหมอผู้แสนดีที่ใคร ๆ ก็ยกย่อง” กายพึมพำกับตัวเองพลางกำภาพในมือแน่น

“เรามาดูกันว่าถ้าความจริงมันเปิดเผยขึ้นมา คุณจะยังรักษามาดคุณหมอผู้แสนดีไว้ได้อีกหรือเปล่า”

กายไม่ได้ก้าวเข้าไปทักทายนีน่าเหมือนทุกวัน แต่เขาเลือกที่จะส่งข้อความสั้น ๆ เข้าไปในกลุ่มแชตของคณะที่มีสมาชิกเกือบพันคน ข้อความที่มีเพียงลิงก์ข่าวซุบซิบดาราเรื่อง ‘คุณหมอไฮโซซุกเมียเด็ก’ พร้อมกับแคปชั่นสั้น ๆ ว่า

“คนในข่าวนี้คุ้น ๆ ไหมครับ เพื่อน ๆ ว่าหน้าตาเหมือนคนที่พวกเราเคยเห็นแถวหลังคณะบ่อย ๆ ไหม”

เพียงไม่กี่นาทีหลังจากข้อความนั้นถูกส่งออกไป แรงกระเพื่อมในโลกโซเชียลของเหล่านักศึกษาก็พุ่งทะยานถึงขีดสุด นีน่าที่กำลังนั่งเรียนวิชาสื่อสารมวลชนถึงกับมือสั่นเมื่อเห็นแจ้งเตือนข้อความที่เด้งขึ้นมาไม่หยุด เจนนี่และบิวตี้ที่นั่งข้าง ๆ ต่างพากันกดเข้าไปดูด้วยความอยากรู้อยากเห็น

“เฮ้ยแก ! ข่าวนี้มัน... มันดูคุ้นมากเลยนะ” เจนนี่กระซิบพลางหันมามองหน้านีน่าด้วยสายตาจับผิด

“ในข่าวบอกว่าคุณหมออักษรย่อ ภ. มีคอนโดฯ หรูอยู่แถวอโศก และชอบพาเมียเด็กที่ยังอยู่ในชุดนักศึกษาเข้าไปค้างคืนบ่อย ๆ นีน่า แกก็พักอยู่คอนโดฯ แถวนั้นไม่ใช่เหรอ”

นีน่ารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุน เธอพยายามจะคุมสติและทำตัวให้ปกติที่สุดแต่เหงื่อที่ซึมออกมาตามไรผมกลับทรยศความรู้สึกของเธอ

“คอนโดฯ แถวนั้นมีเป็นสิบตึกนะเจนนี่ ใคร ๆ เขาก็อยู่กัน” น้ำหวานแทรกขึ้นมาเสียงแข็งพลางดึงโทรศัพท์ของนีน่าไปเก็บไว้

“เลิกดูข่าวไร้สาระแล้วตั้งใจเรียนเถอะ เดี๋ยวอาจารย์ก็เช็กชื่อหรอก”

น้ำหวานหันมาสบตากับนีน่า แววตาของเพื่อนรักเต็มไปด้วยคำเตือนที่ชัดเจน ความลับนี้กำลังจะกลายเป็นประเด็นสาธารณะ และพวกเธอต้องรีบหาทางรับมือให้เร็วที่สุดก่อนที่พายุลูกนี้จะพัดไปถึงโรงพยาบาลที่ภีมพัฒน์ทำงานอยู่

ในขณะเดียวกันที่โรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง นายแพทย์ภีมพัฒน์ กำลังเดินตรวจวอร์ดเด็กตามปกติ ทว่าเขากลับสัมผัสได้ถึงสายตาของพยาบาลและเจ้าหน้าที่ที่มองมาอย่างผิดปกติ มีการซุบซิบกันลับหลังทันทีที่เขาเดินผ่าน แววตาที่เคยเต็มไปด้วยความชื่นชมและศรัทธาเริ่มมีความแคลงใจเจือปนอยู่

หมอมายด์เดินเข้ามาหาเขาที่หน้าเคาน์เตอร์พยาบาลด้วยรอยยิ้มที่ดูมีเล่ห์เหลี่ยมมากกว่าเดิม ในมือของเธอถือโทรศัพท์ที่เปิดข่าวซุบซิบฉบับเดียวกับที่นีน่าเพิ่งเห็น

“ภีมคะ... ข่าวนี้มันดังมากเลยนะในโซเชียล มายด์หวังว่ามันจะไม่ใช่ ‘คุณหมอ ภ.’ ที่มายด์รู้จักนะคะ” เธอเปรยขึ้นพลางยื่นหน้าจอให้เขาดู

“ภาพหลุดที่ลานจอดรถนั่น นาฬิกาเรือนนั้นดูแล้วมันเหมือนเรือนที่ภีมใส่เปี๊ยบเลยนะคะ”

ภีมพัฒน์ปรายตามองหน้าจอเพียงแวบเดียว ใบหน้าของเขาไม่มีการเปลี่ยนแปลงอารมณ์ใด ๆ แม้แต่จุดเดียว เขายังคงรักษาท่าทางที่สุขุมและเยือกเย็นไว้ได้อย่างน่าทึ่ง

“นาฬิการุ่นนี้ผลิตออกมาไม่ได้มีแค่เรือนเดียว ใครจะใส่ก็ได้” เขาตอบเสียงเรียบพลางเซ็นชื่อลงในชาร์ตคนไข้

“และผมก็ไม่เห็นความจำเป็นที่ต้องมาเสียเวลาสนใจข่าวไร้สาระพวกนี้ ผมมีคนไข้ที่ต้องดูแล... เชิญครับ”

เขาเดินเลี่ยงออกมาทันที แต่ในใจกลับร้อนรุ่มราวกับถูกไฟเผา เขาโทร.ออกหานีน่าทันทีที่เข้าไปในห้องพักแพทย์ส่วนตัว แต่ปลายสายกลับไม่รับสายเป็นเวลานาน จนกระทั่งเขากดโทร.หาเป็นครั้งที่สิบ นีน่าจึงรับสายด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัว

“พี่ภีม... นีน่ากลัว ทุกคนในคณะเริ่มพูดเรื่องนี้กันแล้วค่ะ”

“ใจเย็น ๆ นะนีน่า พี่จัดการได้ ค่ำนี้พี่จะไปรับเราเองที่จุดเดิม อย่าไปไหนกับใครทั้งนั้น และห้ามตอบโต้อะไรในโซเชียลเด็ดขาด”

น้ำเสียงที่หนักแน่นของภีมพัฒน์ช่วยประคองสติของนีน่าไว้ได้บ้าง แต่ทว่าเขารู้ดีว่าพายุลูกนี้ใหญ่เกินกว่าที่จะใช้เพียงความเงียบสงบสยบมันได้อีกต่อไป

เมื่อถึงเวลานัดหมาย ภีมพัฒน์ขับรถมาจอดรอที่จุดเดิมหลังคณะ ทว่าครั้งนี้บรรยากาศกลับไม่เหมือนเดิม เพราะมีใครบางคนยืนรออยู่ก่อนแล้ว

กายยืนพิงรถของตัวเองอยู่ข้าง ๆ จุดที่ภีมพัฒน์มักจะมาจอด

ทันทีที่นีน่าเดินออกมาพร้อมน้ำหวาน กายก็ก้าวเข้ามาขวางหน้าไว้

“จะรีบไปไหนเหรอนีน่า วันนี้พี่ชายคนเก่งไม่มารับเหรอ อ้อ หรือว่าเขากลัวเป็นข่าวจนต้องมุดหัวอยู่แต่ในโรงพยาบาล ?” กายถามเลิกคิ้วพลางหัวเราะอย่างผู้ชนะ

“ถอยไปค่ะ อย่ามาเสียมารยาทแถวนี้” น้ำหวานตวาดเสียงดังอย่างคนฟิวส์ขาด

ทันใดนั้น ประตูรถยุโรปสีดำก็เปิดออก ภีมพัฒน์ก้าวลงจากรถด้วยท่าทางที่ดูสง่างามและน่าเกรงขาม กลิ่นอายของความเป็นผู้ใหญ่และอำนาจแผ่กระจายออกมาจนกายถึงกับชะงักไปครู่หนึ่ง

“ผมมารับคนในปกครองของผมครับ มีปัญหาอะไรหรือเปล่า” ภีมพัฒน์เดินเข้ามาหยุดยืนข้างนีน่า สายตาที่เขามองกายนั้นเย็นเฉียบและคมกริบประหนึ่งมีดผ่าตัด

“ไม่มีปัญหาหรอกครับคุณหมอ ผมแค่สงสัยว่าคนในปกครองของคุณหมอเนี่ย ดูแลกันยังไงถึงได้มีรอยแดงที่คอเต็มไปหมดแบบนั้น หรือว่าวิชาชีพระดับคุณหมอ เขาใช้วิธีรักษาแบบพิเศษกันครับ ?” กายจ้องหน้าภีมพัฒน์อย่างท้าทาย

นีน่าหน้าซีดเผือด รีบเอามือกุมผ้าพันคอไว้แน่น ภีมพัฒน์ไม่ได้แสดงท่าทีโกรธขึ้งออกมา แต่เขากลับก้าวเท้าเข้าไปหากายจนระยะห่างเหลือเพียงไม่กี่คืบ

“ถ้าคุณยังไม่เลิกคุกคามนีน่า และยังไม่หยุดเผยแพร่ข้อมูลที่เป็นเท็จ ผมจะให้ทนายจัดการคุณอย่างถึงที่สุด และผมเชื่อว่าประวัติการเรียนของคุณในมหาลัยนี้อาจจะจบลงเร็วกว่าที่คิด” ภีมพัฒน์กดเสียงต่ำแต่ทรงพลัง

“นีน่า... ขึ้นรถ”

เขาส่งสายตาให้น้ำหวานขอบคุณหนึ่งครั้ง ก่อนจะพานีน่าขึ้นรถแล้วขับออกไปทันที ทิ้งให้กายยืนหน้าเสียอยู่ตรงนั้นด้วยความเจ็บใจที่ไม่อาจสู้รัศมีของคุณหมอหนุ่มได้เลย

ภายในรถที่กำลังมุ่งหน้ากลับคอนโดฯ บรรยากาศเงียบสงัด นีน่านั่งก้มหน้าปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาอย่างเงียบ ๆ ความกดดันและความกลัวที่สะสมมาทั้งวันพรั่งพรูออกมาอย่างห้ามไม่อยู่

ภีมพัฒน์ที่เห็นแบบนั้นก็อดไม่ได้ เขาตัดสินใจเลี้ยวรถเข้าจอดข้างทางในที่เปลี่ยว เขาดับเครื่องยนต์แล้วดึงร่างบางเข้ามากอดไว้แน่น มือหนาลูบผมเธอเบา ๆ เป็นเชิงปลอบประโลม

“พี่ขอโทษนะนีน่า พี่ไม่น่าปล่อยให้เรื่องมันลามมาถึงเราแบบนี้” เขาเอ่ยเสียงพร่า

“นีน่าไม่อยากให้พี่ภีมเดือดร้อน ถ้าทุกคนรู้ว่าเราเป็นอะไรกัน พี่ภีมจะเสียทุกอย่าง นีน่าไม่อยากเป็นต้นเหตุที่ทำให้พี่ภีมต้องเสื่อมเสียชื่อเสียง”

ภีมพัฒน์คลายอ้อมกอดออกแล้วใช้หัวแม่มือเช็ดน้ำตาให้เธอ แววตาของเขาเปลี่ยนจากความแข็งกร้าวเป็นความอ่อนโยนที่สุดเท่าที่ผู้ชายคนหนึ่งจะมีให้ได้

“พี่ไม่สนหรอกว่าพี่จะเสียอะไรไป แต่พี่จะไม่มีวันเสียเราไปเด็ดขาด ต่อให้โลกทั้งใบจะตราหน้าพี่ยังไง พี่ก็จะยืนอยู่ข้างเรา” เขาบรรจงจูบที่หน้าผากเธออย่างแสนรัก

“คืนนี้เราไม่ต้องคิดอะไรแล้วนะ พี่จะจัดการทุกอย่างเอง พี่สัญญา”

คำสัญญาของเขาช่วยให้นีน่ารู้สึกมั่นใจขึ้นมาบ้าง แต่ทว่าในเงามืดของเมืองใหญ่ พายุลูกใหม่กำลังก่อตัวขึ้นอีกครั้ง เมื่อจิรัชยา ได้รับสายปริศนาจากใครบางคนที่อ้างว่าเป็น ‘พลเมืองดี’ หวังจะบอกความจริงเรื่องพฤติกรรมของลูกสาวสุดที่รักกับคุณหมอผู้ปกครอง... และสายนั้นกำลังจะเปลี่ยนชีวิตของพวกเขาทั้งคู่ไปตลอดกาล

นีน่านั่งมองเงามืดนอกหน้าต่างรถที่เคลื่อนผ่านไป ความรู้สึกในใจสับสนอลหม่าน ความสุขที่เคยได้รับจากทริปทะเลดูเหมือนจะเป็นเพียงภาพลวงตาเมื่อเทียบกับความเป็นจริงที่กำลังเผชิญอยู่ ความลับนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องของคนสองคนอีกต่อไป แต่มันคือการเดิมพันด้วยชื่อเสียง มิตรภาพ และความไว้วางใจของครอบครัว

ภีมพัฒน์จับพวงมาลัยแน่น แววตาของเขามุ่งมั่นและเด็ดเดี่ยว เขาเตรียมตัวรับมือกับทุกอย่างที่จะเกิดขึ้นในวันพรุ่งนี้ ไม่ว่าผลที่ตามมาจะเป็นอย่างไร เขาก็พร้อมจะปกป้องนีน่าด้วยชีวิตของเขาเอง เพราะสำหรับเขาแล้ว... นีน่าไม่ใช่แค่เด็กในปกครอง แต่คือหัวใจที่เขาจะยอมเสียไปไม่ได้เป็นอันขาด

พายุใหญ่กำลังจะพัดเข้าหาพวกเขา และครั้งนี้... มันอาจจะพรากทุกอย่างไปจากชีวิตที่แสนเพอร์เฟกต์ของหมอภีมพัฒน์ก็เป็นได้

บทก่อนหน้า
บทถัดไป