บทที่ 13 เด็กดื้อหนีเที่ยว

ค่ำคืนวันศุกร์ในกรุงเทพมหานครที่ไม่เคยหลับใหล โดยเฉพาะในย่านที่เต็มไปด้วยแสงสีและเสียงดนตรีอย่างทองหล่อ กระแสลมร้อนของค่ำคืนพัดพาเอากลิ่นอายของความสนุกสนานที่ผสมปนเปไปกับกลิ่นควันรถและน้ำหอมราคาแพง บนฟุตพาทหน้าคลับหรูระดับไฮเอนด์มีกลุ่มวัยรุ่นในเครื่องแต่งกายจัดเต็มยืนรอคิวเข้าใช้บริการอย่างคึกคัก แสงไฟนีออนหน้าร้านกะพริบวิบวับสลับไปมาสอดรับกับจังหวะดนตรีที่ดังกังวานออกมาถึงภายนอก

ภายในห้องน้ำหญิงของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลจากแหล่งบันเทิงนั้นนัก นีน่ากำลังยืนจ้องมองเงาตัวเองในกระจกบานใหญ่ หัวใจของเธอเต้นรัวแรงราวกับกลองรบ มือเรียวบางสั่นเล็กน้อยขณะที่เธอกำลังพยายามรูดซิปชุดเดรสสีดำที่รัดรูปจนเห็นส่วนเว้าส่วนโค้งชัดเจน

“เร็วเข้านีน่า ! เดี๋ยวไปไม่ทันเปิดโต๊ะนะ” เจนนี่ เพื่อนสนิทที่เป็นเจ้าของงานปาร์ตี้วันเกิดคืนนี้เร่งเร้าพลางเติมลิปสติกสีแดงสดให้ดูอวบอิ่ม

“เจนนี่... ฉันว่ามันสั้นไปไหมอะ แล้วสายเดี่ยวนี่มัน... มันดูโป๊ไปหรือเปล่า” นีน่าถามด้วยความไม่มั่นใจ เธอไม่เคยแต่งตัวแบบนี้มาก่อน

“ไม่โป๊เลย นี่มันปี 2026 แล้วนะยะ สวยขนาดนี้ต้องโชว์บ้างสิ อีกอย่างวันนี้วันเกิดฉันนะ แกสัญญากับฉันแล้วว่าจะเต็มที่” เจนนี่หันมามองเพื่อนสาวด้วยแววตาเป็นประกาย

“แล้วนี่แอบเปลี่ยนชุดมาแบบนี้ หมอภีมไม่สงสัยเหรอ ?” น้ำหวานกระซิบถามเสียงเบา

ชื่อของ ภีมพัฒน์ ทำให้มือของนีน่าชะงักไปทันที

“พี่ภีมเข้าใจว่าฉันใส่ชุดนกศึกษามางานน่ะสิ ถ้าเขารู้ว่าฉันแอบมาเปลี่ยนชุดที่มอแบบนี้ มีหวังโดนกักบริเวณแน่ ๆ”

ย้อนกลับไปเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน ความจริงภีมพัฒน์ไม่ให้เธอไปด้วยซ้ำ เขาเป็นผู้ชายประเภทที่มองว่าการไปคลับคือการเอาตัวเองไปอยู่ในความเสี่ยง แต่ด้วยอานุภาพของลูกอ้อนและการตกลงว่าจะ ‘กลับไม่เกินเที่ยงคืน’ และ ‘ห้ามดื่มจนคุมสติไม่ได้’ สุดท้ายเขาก็ต้องยอมปล่อยเธอมา โดยที่เขาเองก็ต้องไปทำธุระสำคัญเช่นกัน

“ไม่เป็นไร ฉันช่วยกันหลังให้เอง ลืมเรื่องเครียด ๆ ไปก่อน แล้วไปสนุกกัน !” น้ำหวานคว้าแขนเพื่อนสาวก่อนจะพากันเดินออกจากห้องน้ำ ทิ้งชุดนักศึกษาที่พับไว้อย่างเรียบร้อยในถุงกระดาษไว้เบื้องหลัง

ห่างออกไปเพียงไม่กี่ช่วงตึก รถสปอร์ตสีดำสนิทรุ่นล่าสุดจอดนิ่งสนิทอยู่ในมุมมืดของลานจอดรถฝั่งตรงข้ามคลับ ภายในห้องโดยสารที่เงียบเชียบ มีเพียงแสงสีฟ้าจาง ๆ จากหน้าจอสมาร์ทโฟนที่ยึดติดกับคอนโซลหน้า ภีมพัฒน์ในชุดเสื้อเชิ้ตสีดำพับแขนขึ้นถึงข้อศอก นั่งพิงพนักเก้าอี้หนังด้วยท่าทางเรียบเฉย ทว่าดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นกลับจดจ้องไปยังหน้าจอที่แสดงแอปพลิเคชันสะกดรอยตาม GPS

จุดสีเขียวขนาดเล็กที่เป็นตัวแทนสมาร์ทโฟนของนีน่ากำลังเคลื่อนที่เข้าสู่ตำแหน่งของคลับที่เจนนี่จัดงาน

“หึ บอกว่าอยากไปกับเพื่อนบ้างงั้นเหรอ ?” ภีมพัฒน์พึมพำเสียงเย็น เขาไม่ได้มีเจตนาจะจับผิด แต่สัญชาตญาณและการเป็นผู้ปกครองกลาย ๆ ของเขาทำให้เขาเลือกที่จะไม่กลับบ้านไปนอนพักผ่อนตามที่บอกนีน่า

เขารู้นิสัยเพื่อนของนีน่าดี โดยเฉพาะเจนนี่ที่รักสนุกจนบางครั้งก็นำพาอันตรายมาให้ และที่สำคัญเขารู้ว่านีน่าเป็นคนใจอ่อนแค่ไหน ภีมพัฒน์หยิบแท็บเล็ตขึ้นมาเปิดอ่านประวัติเคสคนไข้รอเวลา แต่ทุก ๆ ห้านาที สายตาของเขาจะต้องตวัดกลับมามองจุดสีเขียวนั่นเสมอ ความร้อนรุ่มภายในใจเริ่มก่อตัวขึ้นอย่างเงียบเชียบ

เมื่อก้าวเท้าเข้าสู่ตัวคลับ กลิ่นอายของความมึนเมาก็พุ่งเข้าปะทะประสาทสัมผัสทันที เสียงเพลงแนว EDM ดังกระหึ่มจนพื้นสั่นสะเทือน แสงเลเซอร์สีเขียวและแดงตัดสลับไปมาในความมืด สร้างบรรยากาศที่พร่าเลือนและน่าตื่นเต้นในเวลาเดียวกัน

“ทางนี้ ๆ” เจนนี่พากลุ่มเพื่อนไปยังโซน VIP ที่จองไว้ ซึ่งตั้งอยู่บนชั้นลอยที่สามารถมองเห็นฟลอร์เต้นรำด้านล่างได้อย่างชัดเจน

นีน่านั่งลงบนโซฟาหนังสีแดงเพลิง เธอรู้สึกแปลกที่กับสายตาของชายหนุ่มหลายคนที่จ้องมองเธอตั้งแต่อยู่ทางเข้า ชุดเดรสสายเดี่ยวรัดรูปที่เธอใส่มาดูเหมือนจะทำหน้าที่ของมันได้ดีเกินไป ผิวขาวผ่องของเธอสะท้อนแสงไฟในคลับจนดูราวกับเรืองแสงได้

“นีน่า ลองอันนี้ดู เป็นค็อกเทลผลไม้ ทานง่าย ไม่เมาหรอก” บิวตี้ยื่นแก้วทรงสูงที่มีน้ำสีชมพูใสมาให้

นีน่ารับมาจิบเพียงเล็กน้อย รสชาติหวานอมเปรี้ยวและกลิ่นหอมของพีชทำให้เธอรู้สึกผ่อนคลายลง จากหนึ่งจิบกลายเป็นครึ่งแก้ว และจากหนึ่งแก้วกลายเป็นแก้วที่สอง ความกังวลที่เคยมีต่อภีมพัฒน์เริ่มมลายหายไปพร้อมกับจังหวะเพลงที่เริ่มเร็วขึ้น

“ไปเต้นกันเถอะ !” น้ำหวานตะโกนแข่งกับเสียงดนตรี

นีน่าถูกน้ำหวานลากลงไปกลางฟลอร์เต้นรำ แสงสีและเสียงเพลงทำให้เธอเริ่มปล่อยตัวปล่อยใจไปตามสัญชาตญาณ เธอขยับร่างกายอย่างเป็นอิสระ เส้นผมยาวสลวยสะบัดไปมาตามแรงเหวี่ยง ผิวของเธอที่สัมผัสกับอากาศเย็นจากเครื่องปรับอากาศสลับกับความร้อนจากร่างกายคนรอบข้างทำให้ความรู้สึกของเธอเริ่มพร่าเลือน เธอหลงลืมไปชั่วขณะว่าเธอแอบใครมา และลืมไปว่าชุดที่เธอใส่นั้นมันเย้ายวนใจคนมองเพียงใด

ในขณะที่นีน่ากำลังสนุกจนลืมตัว มีสายตาคู่หนึ่งจับจ้องเธออยู่ไม่ห่าง เขาสังเกตเห็นนีน่าตั้งแต่เธอก้าวเข้ามาในร้าน ความขาวใสและความ ‘อ่อนหัด’ ในที่อโคจรแบบนี้ทำให้เธอดูเป็นเหยื่อที่น่าลิ้มลองสำหรับเขา

“สวัสดีครับ นีน่าใช่ไหม” กายเดินเข้ามาชิดด้านหลังในจังหวะที่เพลงเปลี่ยนมาเป็นแนวบีทหนัก ๆ

นีน่าสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะหันมาส่งยิ้มแห้ง ๆ “ค่ะ... ใช่ค่ะ”

“วันนี้แต่งตัวสวยแปลกตามากเลยนะ” เขาแสร้งทำเป็นตะโกนคุยใกล้หูของเธอ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายที่ฉุนกึกผสมกับกลิ่นเหล้าทำให้ชวนมึนหัว กายถือโอกาสนี้โอบเอวบางของนีน่าเพื่อพยุงเธอในฝูงชน

“เอ่อ... นีน่าเดินเองได้ค่ะ” เธอพยายามจะเบี่ยงตัวออก แต่กายกลับกระชับวงแขนแน่นขึ้น

“ไม่ต้องเกรงใจหรอกครับ คนเยอะแบบนี้อันตราย พี่ช่วยดูให้นะ” เขาพูดพลางส่งสัญญาณบางอย่างให้เพื่อนในกลุ่มที่ยืนคุมเชิงอยู่

น้ำหวานที่เริ่มเห็นท่าไม่ดีพยายามจะแทรกเข้าไปหา

“พี่กายคะ นีน่าดูจะเมาแล้ว เดี๋ยวหวานพามันไปพักเองค่ะ”

ทว่าเพื่อนของกายกลับเข้ามาขวางน้ำหวานไว้

“น้ำหวาน มาดื่มกับพวกพี่ก่อนสิ นีน่าอยู่กับกายไม่เป็นไรหรอก รายนั้นเขาดูแลเก่ง”

ในจังหวะนั้นเอง กายส่งแก้วเหล้าที่มีของเหลวสีเข้มกว่าแก้วอื่น ๆ ให้นีน่า

“ดื่มนี่หน่อยครับ แก้กระหาย พี่สั่งทำพิเศษเพื่อเราโดยเฉพาะเลยนะ”

นีน่าที่กำลังมึนหัวจากทั้งแสงและเสียงประกอบกับความเกรงใจรุ่นพี่ เธอรับแก้วนั้นมาและดื่มเข้าไปเกือบครึ่งแก้ว รสชาติของมันขมปร่าและร้อนแรงจนแสบคอ หลังจากนั้นไม่ถึงห้านาที โลกของนีน่าก็เริ่มพร่าเลือน ความรู้สึกวูบวาบประหลาดเริ่มลามไปทั่วร่างกาย สติที่เคยมีเริ่มหลุดลอยเป็นชิ้นๆ

“นีน่า... นีน่าเป็นอะไรไป ?” น้ำหวานพยายามจะร้องเรียก แต่ถูกเบียดออกไปไกลขึ้น

“ฉันไปเข้าห้องน้ำ... แป๊บนึงนะ...” นีน่าพูดเสียงแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน เธอพยายามเดินโซเซออกจากวงเต้นรำ โดยมีกายเดินตามประกบติดราวกับเงาตามตัว

ภายในรถสปอร์ตสีดำ ภีมพัฒน์ขมวดคิ้วเข้มจนเป็นปม แถบแจ้งเตือนในแอปพลิเคชันระบุว่าจุดสีเขียวขยับไปอยู่ในบริเวณโซนหลังร้านที่เป็นห้องน้ำ และที่สำคัญ... มันหยุดนิ่งอยู่นานเกินสิบนาทีแล้ว

หัวใจของกุมารแพทย์หนุ่มที่เคยเต้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอเริ่มเต้นแรงด้วยความขุ่นมัว เขาหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมากดโทร.ออกหานีน่า ทว่าสิ่งที่ได้รับกลับมาคือการถูกตัดสายทิ้ง

“ดื้อเกินไปแล้วนะนีน่า” ภีมพัฒน์เอ่ยเสียงต่ำที่เต็มไปด้วยรังสีความกดดัน

เขาไม่รอช้าอีกต่อไป มือหนากระชากประตูรถออกและก้าวลงมาด้วยท่าทางที่เปลี่ยนไปจากตอนกลางวันอย่างสิ้นเชิง เขาถอดเนกไทออก ปลดกระดุมคอเสื้อเชิ้ตสีดำสองเม็ด เผยให้เห็นแผงอกกว้างและลำคอแกร่ง ท่อนขายาวเดินข้ามถนนตรงไปยังคลับด้วยฝีเท้าที่หนักแน่น สายตาคมดุภายใต้เลนส์แว่นตอนนี้ดูน่ากลัวจนคนรอบข้างสัมผัสได้

“ขอโทษครับ คุณมีรายชื่อไหม ?” การ์ดร่างยักษ์หน้าประตูเดินเข้ามาขวางเมื่อเห็นผู้ชายแปลกหน้าที่ดู ‘ไม่ธรรมดา’ เดินเข้ามา

ภีมพัฒน์หยุดอยู่ตรงหน้าการ์ดคนนั้นแล้วจ้องลึกเข้าไปในดวงตา

“ผมมาตามเมียผมกลับบ้าน ถ้าไม่อยากให้ร้านคุณต้องวุ่นวายเพราะมีคดีพยายามล่วงละเมิดทางเพศในห้องน้ำ... ก็ถอยไป”

คำว่า ‘เมีย’ และน้ำเสียงที่เย็นเยียบราวกับน้ำแข็งขั้วโลกทำให้การ์ดถึงกับชะงัก รังสีคุกคามที่แผ่ออกมาจากตัวชายคนนี้ไม่ใช่สิ่งที่คนธรรมดาจะมีได้ มันคืออำนาจของผู้ที่อยู่เหนือกว่าและการคุมสถานการณ์ได้เบ็ดเสร็จ การ์ดจึงยอมหลีกทางให้แต่โดยดี

เมื่อก้าวเข้าไปด้านใน ภีมพัฒน์ไม่สนใจแสงสีหรือสาวสวยที่พยายามจะเข้ามาทักทาย เขากวาดสายตามองไปรอบ ๆ ราวกับเครื่องสแกน จนกระทั่งสายตาไปหยุดอยู่ที่กลุ่มของเจนนี่ที่กำลังยืนเถียงอยู่กับกลุ่มผู้ชายหน้าแปลก ๆ

“นีน่าไปไหน !” ภีมพัฒน์เดินเข้าไปกลางวงและเอ่ยถามเจนนี่เสียงเข้ม

เจนนี่ที่อยู่ในอาการมึนเมาถึงกับสร่างเป็นปลิดทิ้งเมื่อเห็นใบหน้าของภีมพัฒน์

“หมอภีม ! เอ่อนีน่า... นีน่าไปห้องน้ำกับพี่กายค่ะ”

ภีมพัฒน์ไม่ได้รอฟังคำอธิบายต่อ เขาหมุนตัวเดินตรงไปยังโซนห้องน้ำหลังร้านทันที ทิ้งให้กลุ่มเพื่อนของนีน่ายืนตัวแข็งทื่อด้วยความหวาดกลัว

ภาพที่หน้าห้องน้ำหญิงเห็นทำให้เส้นเลือดที่ขมับของภีมพัฒน์เต้นตุบ กายกำลังรวบมือทั้งสองข้างของนีน่าไว้ด้วยมือเดียว ในขณะที่อีกมือกำลังซุกซนอยู่บริเวณช่วงล่างของชุดเดรสรัดรูปที่รั้งขึ้นมาจนเห็นเรียวขาสูง นีน่าหลับตาพริ้ม ส่ายหัวไปมาเหมือนพยายามจะขัดขืนแต่ร่างกายไร้เรี่ยวแรง

“ปล่อย-เธอ-เดี๋ยว-นี้” ภีมพัฒน์เอ่ยทีละคำ เสียงของเขาทุ้มต่ำแต่ดังก้องไปทั่วทางเดิน

กายหันมามองด้วยสีหน้าไม่พอใจ

“มึงอีกแล้วเหรอวะ เป็นแค่พี่ชายไม่ใช่เหรอ จะตามหึงตามหวงอะไรนักหนา น้องแท้ ๆ ก็ไม่ใช่”

ยังไม่ทันที่กายจะพูดจบ ภีมพัฒน์ก็พุ่งตัวเข้าไปด้วยความเร็วที่มองตามไม่ทัน เขาคว้าข้อมือของกายที่จับนีน่าไว้อย่างแรงจนได้ยินเสียงกระดูกลั่นเบา ๆ ก่อนจะบิดจนอีกฝ่ายต้องร้องโหยหวนและยอมปล่อยตัวนีน่า ภีมพัฒน์รีบใช้แขนอีกข้างช้อนตัวนีน่าที่กำลังจะล้มพับเข้ามากอดแนบอก

“มึงกล้าดียังไงมาแตะต้องคนของกู !” ภีมพัฒน์ตวาดลั่นพร้อมกับถีบหน้าอกกายจนเซถลาไปกระแทกกับกำแพงห้องน้ำอย่างแรง

นีน่าที่อยู่ในอ้อมกอดเริ่มส่งเสียงครางแผ่วเบา ร่างกายของเธอร้อนผ่าวและพยายามจะเบียดเสียดเข้าหาความเย็นจากตัวภีมพัฒน์ คนโตกว่าก้มมองสภาพของคนในอ้อมกอดด้วยความเจ็บปวดและโกรธแค้น เขาถอดเสื้อนอกราคาแพงของตัวเองออกมาคลุมร่างนีน่าไว้อย่างมิดชิดเพื่อบังสายตาจากพวกสอดรู้สอดเห็น

เขาลากนีน่าออกมาจากโซนห้องน้ำผ่านกลางร้าน เจนนี่ที่เพิ่งวิ่งตามมาเห็นสภาพเพื่อนและใบหน้าที่โกรธขึ้งของภีมพัฒน์ถึงกับพูดไม่ออก

“เฮ้ย ! นั่นหมอภีมพัฒน์นี่ มาทำอะไรที่นี่อะ แล้วทำไมต้องลากยัยนีน่าไปด้วยหน้าตาน่ากลัวขนาดนั้น !” เจนนี่หลุดอุทานด้วยความตกใจและสงสัย

ภีมพัฒน์ไม่แม้แต่จะปรายตามองเจนนี่ เขาพาตัวนีน่าออกไปที่รถด้วยหัวใจที่เต็มไปด้วยไฟโทสะที่พร้อมจะแผดเผาคนก่อเรื่องให้เป็นจุล และแน่นอนว่า... คืนนี้ ‘เด็กดื้อ’ ที่แอบหนีมาเที่ยวในสภาพนี้จะต้องเจอกับบทลงโทษที่เธอจะไม่มีวันลืมไปตลอดชีวิต

บทก่อนหน้า
บทถัดไป