บทที่ 4 ความลับ
แสงเงินแสงทองของเช้าวันใหม่สาดส่องผ่านรอยแยกของผ้าม่านราคาแพงในห้องนอนของศัลยแพทย์กุมารแพทย์ผู้เก่งกาจ บรรยากาศภายในห้อง 2801 วันนี้ดูจะแตกต่างจากทุกวันที่ผ่านมา ความเงียบที่เคยดูสงบและเป็นระเบียบกลับถูกแทนที่ด้วยมวลความรู้สึกที่หนักอึ้ง อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของความสัมพันธ์ที่ก้าวข้ามเส้นขีดจำกัดไปไกลแสนไกล
บนเตียงกว้าง คนตัวเล็กค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมาด้วยความรู้สึกหนักอึ้งที่เปลือกตา ร่างกายของเธอรู้สึกร้าวรานไปหมดทุกส่วนสัดจากการถูก ‘สั่งสอน’ โดยผู้ปกครองจอมเผด็จการเมื่อคืนนี้ เมื่อขยับตัวเพียงเล็กน้อย ความเจ็บแปลบจาง ๆ ก็แล่นพล่านทั่วร่าง ย้ำเตือนว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ใช่เพียงความฝัน เธอหันไปมองพื้นที่ว่างข้างกายที่ยังคงมีความร้อนหลงเหลืออยู่เพียงเบาบาง หมอภีม ไม่อยู่บนเตียงแล้ว แต่เสียงน้ำจากฝักบัวในห้องน้ำที่ดังอยู่เป็นระยะบอกให้รู้ว่าเขาเพียงแค่ลุกไปจัดการตัวเองก่อนเริ่มงาน
นีน่าพยุงตัวลุกขึ้นนั่ง พลางก้มมองรอยแดงจาง ๆ ที่กระจายอยู่ตามหัวไหล่และหน้าอกภายใต้ชุดนอนที่ถูกสวมกลับคืนให้อย่างลวก ๆ หัวใจของเธอเต้นผิดจังหวะเมื่อนึกถึงสายตาและสัมผัสที่ร้อนแรงของเขา ความรักที่เคยแอบซ่อนไว้ดูเหมือนจะเบ่งบานจนล้นอก แตในขณะเดียวกัน ความกังวลเรื่อง ‘ความถูกต้อง’ ก็เริ่มกัดกินใจเหมือนเงาตามตัว
ร่างเล็กฝืนตัวลุกขึ้นเดินไปยังหน้ากระจกห้องน้ำที่เชื่อมต่อกับห้องนอนของคนพี่ เธอตั้งใจจะล้างหน้าเรียกสติ แต่ทว่าประตูห้องน้ำกลับเปิดออกพร้อมกับร่างสูงที่ก้าวออกมา หมอภีมอยู่ในชุดสวมทับด้วยสูทกาวน์สีขาวสะอาดตาที่ดูเนี้ยบกริบเหมือนเดิม ทว่าแววตาที่เขามองเธอนั้นกลับเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
มันไม่ใช่สายตาของพี่ชายข้างบ้าน หรือผู้ปกครองจอมดุ... แต่มันคือสายตาของผู้ชายคนหนึ่งที่มองเจ้าของหัวใจตนเอง
“ตื่นแล้วเหรอ...” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น เขาเดินเข้ามาซ้อนหลังนีน่าที่กำลังยืนอึ้งอยู่หน้ากระจก มือหนาโอบรอบเอวคอดแล้วดึงเธอเข้าหาอกกว้างอย่างเป็นธรรมชาติ
“พี่ภีม... ปล่อยค่ะ นีน่าจะแต่งตัวไปเรียน” นีน่าพยายามขัดขืนเบา ๆ แม้หัวใจจะเต้นแรงจนแทบทะลุออกมา
“เดี๋ยวสิ...” เขาโน้มใบหน้าลงมาคลอเคลียที่ซอกคอระหง กลิ่นน้ำหอมเย็น ๆ ของเขาผสมกับกลิ่นสบู่ทำให้สติของนีน่าเริ่มกระเจิง
“รอยนี้... พี่ตั้งใจทำไว้เอง เธอน่าจะภูมิใจนะ”
นีน่ามองตามสายตาเขาไปในกระจก พบรอยรักสีแดงเข้มเด่นชัดอยู่ที่บริเวณฐานลำคอ
“พี่ภีม ! ทำแบบนี้แล้วนีน่าจะไปเรียนยังไงคะ เพื่อนเห็นละก็ล้อตายเลย”
หมอภีมกระตุกยิ้มที่มุมปากอย่างที่นีน่าไม่เคยเห็น เขาหยิบตลับคอนซีลเลอร์ราคาแพงที่เขาเตรียมไว้ออกมาจากกระเป๋าเสื้อกาวน์
“หันมานี่สิ พี่จะรักษาให้เอง”
เขามือสั่นเล็กน้อยตอนที่เกลี่ยเนื้อครีมลงบนผิวเนียนของเธอ สัมผัสจากปลายนิ้วที่เคยคุ้นกับการผ่าตัดอันละเอียดอ่อน บัดนี้กำลังบรรจงปกปิดหลักฐานแห่งความเร่าร้อนด้วยความทะนุถนอม สายตาของเขาที่จ้องมองรอยนั้นดูเจ้าเล่ห์และมีความสุขอย่างปิดไม่มิด
“วันนี้ห้ามถอดผ้าพันคอเด็ดขาดนะ พี่ไม่อยากให้ใครเห็นว่าพี่ ‘กิน’ ดุแค่ไหน” เขาซิบชิดใบหูจนนีน่าขนลุกซู่ ก่อนจะกดจูบลงที่ขมับหนึ่งที
“ไปเตรียมตัวซะ พี่จะไปส่ง”
บรรยากาศที่คณะนิเทศศาสตร์วันนี้ยังคงคึกคัก แต่นีน่ากลับรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนแปลกหน้า เธอเดินเข้าไปในกลุ่มเพื่อนด้วยความประหม่า ผ้าพันคอแบรนด์เนมผืนหรูถูกพันไว้รอบคออย่างแน่นหนาทั้งที่อากาศเมืองไทยร้อนเกือบ 40 องศา
“นีน่า แกจะไปขั้วโลกเหนือเหรอจ๊ะ ?” เจนนี่ ทักขึ้นเป็นคนแรก สายตาจิกกัดของยัยเพื่อนสาวตัวแสบกวาดมองนีน่าตั้งแต่หัวจรดเท้า
“หรือว่าคอเคล็ด ? ใส่ผ้าพันคอมาซะมิดชิดเชียว”
“อ๋อ... พอดีช่วงนี้เจ็บคอนิดหน่อยน่ะ กลัวโดนแอร์ในห้องเรียนแล้วจะเป็นหนัก” นีน่าแถไปเรื่อย พยายามทำหน้านิ่งที่สุดเท่าที่จะทำได้
“เหรออออ...” เจนนี่หรี่ตาลง พลางขยับเข้ามาใกล้
“ผ้าพันคอผืนนี้คุ้น ๆ นะ แบรนด์นี้คอลเลกชันนี้ อืม... เหมือนที่คุณหมอภีมเคยลงรูปใน IG เมื่อปีที่แล้วตอนไปเที่ยวญี่ปุ่นเลยแฮะ ฉันจำได้เพราะฉันเป็น FC เขา”
นีน่าชะงักไปอึดใจ หัวใจเต้นรัวเหมือนกลองรบ
“แกคิดมากไปแล้วเจนนี่ แบรนด์นี้ใคร ๆ เขาก็ใช้กัน”
“แต่สีนี้ลายนี้มันเป็น Limited Edition นะแก...” น้ำหวาน เพื่อนอีกคนในกลุ่มเสริมขึ้น
“แถมแกยังดู... แปลก ๆ นะวันนี้ ดูหน้าตาสดใสแต่เดินเหินดูขัด ๆ ยังไงไม่รู้ ไปทำอะไรมาจ๊ะ ?”
นีน่าเริ่มเหงื่อตก เธอพยายามเบี่ยงประเด็นด้วยการหยิบชีตเรียนขึ้นมาอ่าน แต่เพื่อน ๆ ก็ยังไม่เลิกรา โดยเฉพาะเจนนี่ที่ดูเหมือนจะสวมวิญญาณโคนัน พยายามจะดึงผ้าพันคอของนีน่าออกเพื่อดูให้เห็นกับตา
“ขอดูหน่อยสิว่าเจ็บคอจริงหรือเปล่า หรือว่าแอบซ่อนอะไรไว้ !”
“เจนนี่ ! อย่าเล่นแบบนี้สิ !” นีน่าร้องเสียงหลงพลางตะครุบผ้าพันคอไว้แน่น จังหวะที่ยื้อยุดกันอยู่นั้น โทรศัพท์ของนีน่าก็ดังขึ้นช่วยชีวิตเธอไว้พอดี
บนหน้าจอโทรศัพท์ปรากฏชื่อพี่ภีมที่นีน่าแอบเปลี่ยนเป็น ‘P’ สั้น ๆ เพื่อความปลอดภัย
P : ถึงห้องเรียนหรือยัง ? ทานยาที่พี่วางไว้ให้บนโต๊ะทานข้าวหรือยังครับ ?
นีน่าแอบยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว เธอรีบก้มหน้าพิมพ์ตอบใต้โต๊ะเรียน โดยไม่สังเกตเลยว่าอาจารย์ประจำวิชาเดินเข้ามาในห้องแล้ว
Nina : ถึงแล้วค่ะ พี่ภีมไม่ต้องเช็กขนาดนั้นก็ได้ นีน่าไม่ใช่คนไข้นะ
P : สำหรับพี่ นีน่าเป็นคนไข้ ‘พิเศษ’ ที่พี่อยากจะดูแลตลอด 24 ชั่วโมง อย่าลืมใส่ผ้าพันคอไว้ล่ะ พี่หวง
“จีรนา !” เสียงเข้มของอาจารย์เรียกชื่อเธอดังลั่นหอประชุม
“ผมเรียกคุณเป็นครั้งที่สามแล้ว มัวแต่คุยโทรศัพท์กับใครอยู่มิทราบ ออกมาสรุปทฤษฎีหน้าห้องเดี๋ยวนี้ !”
นีน่าสะดุ้งสุดตัว รีบเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋าด้วยความลนลาน เธอเดินออกไปหน้าห้องด้วยท่าทางเกร็ง ๆ ท่ามกลางเสียงแซวของเพื่อน ๆ และสายตาที่จับจ้องของเจนนี่ที่มองตามพฤติกรรมของเธออย่างไม่วางตา
ในขณะที่นีน่ากำลังยืนพรีเซนต์งานหน้าห้องด้วยความประหม่า ภายในใจของเธอเต็มไปด้วยพายุอารมณ์ เธอรู้สึกผิดต่อแม่ที่เชื่อใจพี่ภีมเหลือเกิน แต่ความรู้สึกที่ได้รับจากเขาเมื่อเช้านี้ ทั้งคำพูดที่ว่า ‘หวง’ และการดูแลเอาใจใส่ มันทำให้เธอรู้สึกเหมือนเป็นผู้หญิงที่โชคดีที่สุด
ความลับนี้จะปิดไปได้นานแค่ไหนนะ... ถ้าเพื่อนรู้ ถ้าแม่รู้... พี่ภีมจะลำบากไหม ?
ฝั่งโรงพยาบาล หมอภีมกำลังเดินตรวจวอร์ดเด็กด้วยใบหน้าที่ดูจะอารมณ์ดีผิดปกติ จนพยาบาลสาว ๆ ต่างพากันซุบซิบ เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูข้อความล่าสุดจากนีน่าแล้วยิ้มบาง ๆ
เขารู้ดีว่าเขากำลังเล่นกับไฟ และไฟกองนี้อาจเผาผลาญหน้าที่การงานที่เขาสร้างมาตลอดชีวิตได้ แต่พอคิดถึงสัมผัสนุ่มนิ่มและความขี้อ้อนของเด็กสาวเมื่อคืน เขากลับรู้สึกว่ามันคุ้มค่ายิ่งกว่าอะไรทั้งหมด
ใครจะมองยังไงพี่ไม่สน... แต่หลังจากนี้ใครหน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์แตะเธอ
หมอภีมเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋าเสื้อกาวน์ แววตาที่เคยอ่อนโยนเปลี่ยนเป็นนิ่งขรึมและเข้มงวดเมื่อต้องกลับเข้าสู่โหมดการทำงาน ทิ้งไว้เพียงรอยยิ้มจาง ๆ ที่มุมปาก...
รอยยิ้มของผู้ปกครองที่เพิ่งจะได้ครอบครองหัวใจของคนในปกครองมาหมาดๆ
หลังเลิกเรียน เจนนี่ยังคงไม่ละความพยายาม เธอเดินตามนีน่ามาที่ลานจอดรถ
“นีน่า... พรุ่งนี้แกต้องเล่านะว่าพี่ชายข้างบ้านของแกน่ะ จริง ๆ แล้วสถานะคืออะไร” เจนนี่พูดพลางหรี่ตามอง
“เพราะฉันเห็นนะ ตอนแกก้มลงหยิบปากกาเมื่อกี้ ผ้าพันคอแกมันเลื่อน แล้วรอยนั่นน่ะ มันไม่ใช่เจ็บคอธรรมดาแน่นอน”
นีน่าตัวแข็งทื่อ เธอรีบเดินขึ้นรถแท็กซี่ที่เรียกไว้ทันทีโดยไม่หันไปตอบ
ความลับดูเหมือนมันจะเริ่มปริแตกออกมาเร็วกว่าที่คิดเสียแล้ว
