บทที่ 7 ความลับที่เริ่มไม่ลับ
แสงแดดจัดยามเที่ยงวันในมหาวิทยาลัยแผ่รัศมีครอบคลุมไปทั่วลานเอนกประสงค์ของคณะนิเทศศาสตร์ บรรยากาศรอบข้างเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและบทสนทนาจอแจของเหล่านักศึกษาที่เพิ่งเลิกคลาส ทว่าท่ามกลางความวุ่นวายนั้น นีน่ากลับเดินก้มหน้าก้มตา ปล่อยให้ปอยผมสลวยตกลงมาบดบังใบหน้าที่ซับสีระเรื่ออย่างผิดปกติ เธอพยายามรักษาระยะห่างจากกลุ่มคนและทำตัวให้กลมกลืนไปกับฝูงชนที่กำลังเบียดเสียดกันมุ่งหน้าไปยังโรงอาหารกลาง
ความเปลี่ยนแปลงบางอย่างที่ฉายชัดบนตัวเธอกลายเป็นจุดสังเกตที่ไม่อาจปกปิดได้ ผิวพรรณที่ดูอิ่มเอิบเหมือนคนพักผ่อนเต็มที่ แววตาที่มีประกายวับวาวผิดไปจากเดิม และริมฝีปากที่บวมเจ่อเล็กน้อยราวกับเพิ่งผ่านการบดจูบมาอย่างหนักหน่วง ทุกอย่างคือพิรุธชั้นดีที่พร้อมจะปริแตกออกมาจากความลับที่เธอซ่อนไว้
“นีน่า ! ทางนี้จ้ะยัยคนสวย !”
เสียงของเจนนี่ดังขึ้นพร้อมกับการกวักมือเรียกจากโต๊ะหินอ่อนตัวยาวใต้ต้นหูกวาง นีน่าจำใจต้องเดินเข้าไปหาเพื่อนสาวร่วมแก๊งที่นั่งรออยู่ก่อนแล้ว ทันทีที่เธอนั่งลง เจนนี่ก็ไม่ได้เริ่มด้วยการถามเรื่องอาหารการกิน แต่นางกลับใช้นิ้วเรียวสวยเชยคางนีน่าขึ้นมาสแกนใบหน้าอย่างละเอียด ราวกับเป็นเครื่องตรวจจับเท็จที่มีชีวิต
“วันนี้แกดูอิ่มน้ำแปลก ๆ นะจ๊ะ เหมือนคนเพิ่งไปฉีดฟิลเลอร์มา หรือไม่ก็เพิ่งผ่านศึกหนักมาเมื่อคืน !” เจนนี่โพล่งขึ้นพลางหรี่ตามองอย่างจับผิด
“ฉีดฟิลเลอร์อะไรล่ะเจนนี่ ฉันก็แค่ใช้สกินแคร์ใหม่มั้ง” นีน่าตอบพลางปัดมือเพื่อนออกเบา ๆ พยายามหลบสายตาด้วยการก้มลง
“สกินแคร์ยี่ห้อ ‘หมอภีม’ หรือเปล่าจ๊ะ ?” บิวตี้เสริมขึ้นพลางหัวเราะคิกคัก
“เนี่ย... ดูสิ เคสมือถือลายหินอ่อนสั่งทำพิเศษสลักตัวอักษร P เล็ก ๆ ตรงนี้มันคุ้นตามากนะแก วันก่อนฉันเห็นหมอภีมลงรูปในไอจีสตอรี่ นาฬิกาวางอยู่ข้างเคสลายเป๊ะแบบนี้เลย อย่าบอกนะว่าบังเอิญไปซื้อซ้ำลายเดียวกัน ?”
นีน่าสะดุ้งสุดตัว รีบคว้าโทรศัพท์มาเก็บลงกระเป๋ากระโปรงทันที
“ลายโหล ๆ ป้ะบิวตี้ ใครก็ซื้อได้ที่สยามไหมล่ะ ของแบบนี้มันเลียนแบบกันง่ายจะตาย”
“แต่ที่มันเลียนแบบไม่ได้คือ... เมื่อเช้านี้จ้ะ” น้ำหวาน เพื่อนที่เงียบที่สุดในกลุ่มโพล่งขึ้นมา แววตาของน้ำหวานดูจริงจังจนบรรยากาศบนโต๊ะเริ่มตึงเครียด
“ตอนสิบโมงที่อาจารย์ปล่อยไปพัก ฉันเห็นแกแอบไปยืนหลบมุมคุยโทรศัพท์หลังตึกอำนวยการ แล้วเผลอเรียกปลายสายว่า ‘พี่ภีมคะ... วันนี้นีน่าอยากกินพาสต้าฝีมือพี่จัง มารับนีน่าเร็ว ๆ นะคะ’ ด้วยเสียงหวานหยดย้อยขนาดนั้น... พี่ชายข้างบ้านเขาคุยกันแบบนี้เหรอแก หรือว่าตำแหน่งผู้ปกครองเปลี่ยนเป็น ‘ผัว’ ไปแล้ว !”
นีน่าหน้าแดงซ่านจนถึงใบหู เธอพยายามจะอ้าปากเถียงแต่เสียงกลับหายเข้าไปในลำคอ เจนนี่เห็นจังหวะที่นีน่ากำลังจนมุม จึงรีบสำทับต่อทันที
“สารภาพมาซะเถอะยัยนีน่า เพื่อน ๆ จะได้ช่วยกันปิด ไม่ใช่ปล่อยให้แกไปยืนส่งสายตาวิ้งวับแอบคุยโทรศัพท์จนคนอื่นเขาสงสัยไปทั่วแบบนี้ กฎข้อที่สามของหมอภีมที่แกเคยเล่าให้ฟังน่ะ... ดูเหมือนแกจะเป็นคนทำลายมันลงเองนะ”
นีน่ารีบคว้าแก้วน้ำขึ้นมาดื่มรวดเดียวหมดแก้วเพื่อดับความประหม่า ความตื่นเต้นที่ต้องแบกรับความลับครั้งนี้มันช่างหนักอึ้ง แต่ทว่าในความหนักนั้น กลับมีความรู้สึกหวานล้ำที่เธอแอบยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว
ในเวลาเดียวกัน ที่โรงพยาบาลเอกชนชื่อดังใจกลางเมือง นายแพทย์ภีมพัฒน์ กำลังเดินตรวจวอร์ดเด็กด้วยท่าทางสุขุมตามปกติ ทว่าในจังหวะที่เขาหยุดยืนหน้าเคาน์เตอร์พยาบาลเพื่อเซ็นชื่อลงในชาร์ตคนไข้ นิ้วเรียวยาวกลับชะงักไปครู่หนึ่งเมื่อเหลือบมองนาฬิกาบนข้อมือ
เขาลอบถอนหายใจออกมาเบา ๆ กลิ่นแป้งฝุ่นหอมจาง ๆ จากตัวนีน่าเมื่อเช้านี้ยังคงติดอยู่ที่ปลายจมูกไม่จางหาย ภีมพัฒน์หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดูข้อความล่าสุดที่นีน่าร้องขออยากกินพาสต้า เขาขยับแว่นสายตาเล็กน้อยก่อนจะพิมพ์ตอบกลับไปอย่างรวดเร็ว
Pheem : พี่เตรียมวัตถุดิบไว้แล้วครับ แต่ก่อนจะกินพาสต้าพี่ต้อง ‘กิน’ เราก่อนนะเด็กดื้อ
ริมฝีปากหยักยกยิ้มจาง ๆ ที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ทำให้พยาบาลสาว ๆ แถวนั้นถึงกับต้องหันไปซุบซิบกันด้วยความประหลาดใจ เพราะคุณหมอกุมารแพทย์ผู้เคร่งครัดคนนี้ไม่ค่อยจะเผยอารมณ์แบบนี้ให้เห็นบ่อยนัก
“หมอภีมคะ เคสผ่าตัดไส้ติ่งเด็กที่ห้องผ่าตัด 3 เตรียมพร้อมแล้วค่ะ” พยาบาลหัวหน้าวอร์ดเดินเข้ามาแจ้งอาการ
“ครับ ผมกำลังไป”
ภีมพัฒน์เก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋าเสื้อกาวน์ทันที ใบหน้าที่เคยมีรอยยิ้มกลับมาเคร่งขรึมและเป็นงานเป็นการอีกครั้ง เขาจัดระเบียบเสื้อผ้าให้เรียบร้อยก่อนจะเดินมุ่งหน้าไปยังห้องผ่าตัดด้วยท่วงท่าที่สง่างาม ทว่าในใจกลับกำลังนับเวลาถอยหลังเพื่อจะได้ไปพบ ‘ความสุขลับ ๆ’ ของเขาที่มหาวิทยาลัย
หลังเลิกเรียน นีน่าได้รับข้อความนัดหมายที่ทำเอาเธอใจเต้นระรัว ภีมพัฒน์สั่งให้เธอไปเจอเขาที่ลานจอดรถใต้ดินของห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลจากคอนโดฯ เพื่อเดินเล่นก่อนกลับคอนโดฯ ซึ่งเป็นชั้นที่จอดรถค้างคืนและค่อนข้างเงียบเหงา เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกพบเห็นโดยคนรู้จักในย่านที่พัก
นีน่าเดินกึ่งวิ่งไปยังจุดนัดพบด้วยท่าทางลับ ๆ ล่อ ๆ แสงไฟนีออนสลัว ๆ บนเพดานลานจอดรถยิ่งเพิ่มบรรยากาศความหวาดเสียว เธอสอดส่ายสายตามองหารถยุโรปสีดำคันคุ้นเคย จนกระทั่งเห็นแสงไฟหน้ารถวับวาบสองครั้งเป็นสัญญาณเรียกจากมุมอับท้ายสุดของอาคาร
เด็กสาวรีบเปิดประตูแล้วแทรกตัวเข้าไปในรถทันที กลิ่นน้ำหอมเย็น ๆ ของหมอภีมเข้าครอบคลุมโสตประสาทของเธอทันทีที่ประตูรถปิดสนิท ระบบเก็บเสียงที่ยอดเยี่ยมทำให้เสียงวุ่นวายภายนอกหายไปเหลือเพียงความเงียบและเสียงหายใจที่เริ่มหอบถี่ขึ้น
“พี่ภีม... คิดถึงจังเลยค่ะ” นีน่าโผเข้ากอดร่างสูงที่นั่งรออยู่ที่เบาะคนขับทันที
ภีมพัฒน์รวบตัวเด็กสาวเข้ามาไว้ในอ้อมกอดแน่น ซุกใบหน้าลงกับซอกคอระหงพลางสูดกลิ่นหอมกรุ่นอย่างโหยหา
“พี่ก็คิดถึงเรา... ทั้งวันในห้องผ่าตัด พี่นึกถึงแต่หน้าเราจนเกือบจะลงมีดผิดจุด”
ทว่าในขณะที่ทั้งคู่กำลังดิ่งลึกอยู่ในอ้อมกอดของกันและกัน นีน่าไม่ได้สังเกตเลยว่าที่มุมหนึ่งของทางลาดจอดรถ มีรถยนต์อีกคันกำลังวนหาที่จอด และคนขับก็คือ ‘กาย’
กายชะงักรถเมื่อเห็นผู้หญิงที่ดูคุ้นตาเดินหายเข้าไปในรถหรูสีดำฟิล์มมืดทึบ เขาจำรถคันนี้ได้แม่น... รถคันเดียวกับที่ไปรับนีน่าหน้าคณะเมื่อวันก่อน !
กายดับไฟหน้ารถแล้วจอดนิ่งอยู่ในมุมมืด เขามองไปที่รถคันนั้นด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยพยายามจะมองผ่านฟิล์มมืดเข้าไปแต่ก็ไร้ผล
ภายในรถที่จอดสนิทอยู่ในมุมมับ ภีมพัฒน์ไม่สามารถยับยั้งชั่งใจได้อีกต่อไป มือหนาเริ่มรุกรานเข้าไปใต้ชุดนักศึกษาของเด็กสาวอย่างรวดเร็ว
“พี่ภีม... อย่าค่ะ ตรงนี้มันที่สาธารณะนะ เดี๋ยวใครมาเห็น” นีน่าประท้วงเสียงแผ่วพลางพยายามจับมือหนาไว้ แต่น้ำเสียงที่สั่นพร่ากลับยิ่งเป็นการกระตุ้นอารมณ์ของคนตัวโต
“ฟิล์มรถพี่มืดสนิท และตอนนี้ชั้นนี้ไม่มีคนเดินผ่านหรอก” เขาเอ่ยเสียงพร่าพลางบดเบียดริมฝีปากลงไปครอบครองกลีบปากบางอย่างเร่าร้อนและเอาแต่ใจ
ภีมพัฒน์ปรับเบาะที่นั่งให้เอนลงแล้วดึงร่างบางขึ้นมานั่งคร่อมบนตักกว้าง ชุดนักศึกษาที่เคยดูเรียบร้อยบัดนี้ถูกเลิกขึ้นจนเห็นเรียวขาขาวผ่องท่ามกลางแสงไฟสลัวจากหน้าปัดรถ ความคับแคบของพื้นที่และความเสี่ยงที่อาจจะมีคนมาเห็น ยิ่งเป็นเชื้อไฟชั้นดีที่ปลุกเร้าอารมณ์ของทั้งคู่ให้พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
บทรักในรถดำเนินไปอย่างเร่าร้อนและซ่านเสียว ภีมพัฒน์ใช้ความชำนาญตักตวงความหวานจากร่างเล็กอย่างคนหิวโหย เสียงหอบหายใจกระเส่าและเสียงผิวเนื้อกระทบกันดังก้องอยู่ในห้องโดยสารที่เก็บเสียงเป็นเยี่ยม นีน่าหลับตาแน่น กอดคอชายหนุ่มไว้เป็นที่ยึดเหนี่ยวเพียงหนึ่งเดียวในพายุอารมณ์ครั้งนี้
“พี่ภีม... อื้อ... นีน่ารักพี่ภีมค่ะ” เธอครางชื่อเขาซ้ำ ๆ ท่ามกลางความซ่านสยิวที่เขาป้อนให้ไม่หยุด
ความลับที่เสี่ยงจะถูกเปิดเผยกลับยิ่งทำให้อารมณ์ของทั้งคู่ทะยานถึงขีดสุด ภีมพัฒน์นำพานีน่าไปสู่สรวงสวรรค์ท่ามกลางบรรยากาศที่แสนจะอันตราย ก่อนจะโอบกอดร่างที่สั่นเทาของเธอไว้แนบอกด้วยความรักและเป็นเจ้าของอย่างหมดเปลือก
หลังจากพายุอารมณ์สงบลง ภีมพัฒน์จัดแจงแต่งตัวให้นีน่าอย่างนุ่มนวล เขาใช้ปลายนิ้วเช็ดเหงื่อที่หน้าผากเธออย่างแสนรัก ก่อนจะกดจูบที่ขมับหนึ่งทีอย่างทะนุถนอม
“คืนนี้พี่กลับดึกนะ... มีเวรต่ออีกนิด วันนี้นีน่าหาทานข้าวที่นี่แล้วกลับคอนโดฯ ได้เลยไม่ต้องรอพี่นะครับ พี่ขอโทษด้วยที่วันนี้ไม่ได้ทำพาสต้าให้ทาน ไว้วันหลังจะทำให้” เขากำชับพลางช่วยจัดผ้าพันคอให้เธอเพื่อปิดบังรอยรักจาง ๆ ที่เขาเพิ่งทำเพิ่มไปเมื่อครู่
“รู้แล้วค่ะ... พี่ภีมขับรถระวัง ๆ นะคะ”
นีน่าก้าวลงจากรถด้วยท่าทางที่พยายามให้ดูปกติที่สุด เธอจัดแจงเสื้อผ้าและผมเผ้าให้เข้าที่ขณะเดินมุ่งหน้าไปยังลิฟต์ของห้างฯ ทว่าเพียงไม่กี่ก้าวที่เธอก้าวออกไป เธอก็ต้องสะดุ้งสุดตัวจนเกือบจะเสียหลัก เมื่อเห็นเงาของใครบางคนยืนพิงเสาอยู่ไม่ไกล... น้ำหวาน ยืนอยู่ตรงนั้นด้วยใบหน้าเรียบตึง
ในมือน้ำหวานคือโทรศัพท์ที่เปิดรูปถ่ายเงาในรถที่เธอแอบถ่ายไว้ได้ น้ำหวานไม่ได้พูดอะไรในตอนแรก แต่กวาดสายตามองนีน่าตั้งแต่หัวจดเท้า มองเห็นแม้กระทั่งผ้าพันคอที่พันไว้หนากว่าปกติและการเดินที่ดูขัดเขินเล็กน้อย
“นีน่าแกจะบอกว่าพี่ชายข้างบ้านพามาคุยในที่มืด ๆ เปลี่ยว ๆ แบบนี้เหรอ ?” น้ำหวานเดินเข้ามาหาช้า ๆ น้ำเสียงเย็นเยียบ
“แล้วรอยที่คอแกที่พยายามจะปิดเนี่ย... พี่ชายเขาทำกันแบบนี้เหรอไง สารภาพมาเถอะนีน่า ก่อนที่เจนนี่กับบิวตี้จะรู้เรื่องนี้จากปากคนอื่นที่ไม่ใช่แก”
นีน่ารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุน เธอได้แต่ยืนนิ่ง อึกอัก ใบหน้าที่เคยแดงซ่านกลับซีดเผือดลงทันตาเห็น ความลับที่เธอพยายามรักษาไว้อย่างดี บัดนี้มันไม่ได้อยู่เพียงแค่ในห้อง 2801 อีกต่อไปแล้ว และระเบิดเวลาของความสัมพันธ์ลับ ๆ ครั้งนี้กำลังจะเริ่มนับถอยหลังอย่างเป็นทางการ
รถยุโรปสีดำเคลื่อนตัวออกไปสู่ท้องถนนที่วุ่นวาย ภีมพัฒน์ยังคงรักษามาดคุณหมอผู้สุขุมไว้ได้เป็นอย่างดี ทว่าภายในรถยังคงอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของเด็กสาวที่เขาเพิ่งพรากความสาวไปหมาด ๆ ในขณะที่นีน่ายืนเผชิญหน้ากับความจริงที่หนีไม่ได้อยู่หน้าลิฟต์ ความหวานล้ำจากการกระทำของหมอภีมในรถกลายเป็นความขมปร่าของความกังวลที่เริ่มกัดกินใจ
สายตาของน้ำหวานที่จ้องมองมานั้นเต็มไปด้วยความผิดหวังและความเป็นห่วงที่ผสมผสานกันอย่างแยกไม่ออก สงครามความลับที่นีน่าเป็นคนก่อ บัดนี้กำลังจะลามไปสู่คนรอบข้าง และเธอรู้ดีว่านับจากนี้... โลกของเธอและหมอภีมจะไม่มีทางกลับไปเหมือนเดิมได้อีกต่อไป
