บทที่ 2 เปิดตัวตระกูลเตชานันท์ 1

เมียเด็กของเฮียธาม

ตอนที่2 เปิดตัวตระกูลเตชานันท์ 1

คฤหาสน์เตชานันท์ วันนี้เป็นวันเกิดคุณหญิงไพพรรณ คุณหญิงท่านไม่ได้จัดงานใหญ่โตอะไรมากมาย แต่ก็จัดแบบเล็กๆ และเชิญเฉพาะหลานๆ มาเท่านั้น

เอาจริงๆ ท่านอยากจะเจอหลานมากกว่าจึงเอางานวันเกิดมาเป็นข้ออ้างเพื่อที่จะเจอกับหลานทั้งห้าคนของท่าน เพราะว่าพักหลังมานี้ท่านไม่ค่อยได้พบหลานๆ สักเท่าไหร่ นั่นเลยทำให้คนแก่มีเรื่องเยอะแยะมากมายที่จะคุยกับหลานของท่าน

หลังจากรับประทานอาหารเสร็จก็พากันเดินมานั่งที่ห้องนั่งเล่นกลางบ้าน ซึ่งต่างคนต่างนั่งตามอัธยาศัย พอร์ชที่เป็นคนโตสุดของบรรดาหลานทั้งห้าเลือกนั่งท้ายๆ เนื่องจากเจ้าตัวไม่อยากเป็นจุดสนใจของทุกคน

เพราะไม่ว่าจะเมื่อไหร่เขาก็มักจะโดนคุณปู่และคุณย่าตำหนิเสมอ เพราะเป็นหลานคนโต ครั้งนี้เลยเลือกที่จะนั่งหลบเสียดีกว่า แต่ทว่าน้องๆ ทั้งสี่คนนั้นกลับลุกเดินตามมานั่งต่อแถวเขาอีกครั้งหนึ่งนำทีมโดย ธามไธ ภาม ไออุ่น และ แดนดินตามลำดับ

นั่นก็เท่ากับว่าเขากลับมานั่งหัวแถวอีกครั้ง คุณปู่ที่มองเห็นถึงความกะล่อนของหลานๆ แต่ละคนได้แต่ส่ายหน้าและยิ้มน้อยๆ ออกมา พอร์ชหันหน้ามาถามน้องๆ ของเขา

“ทำไมพวกแกต้องตามมาล่ะ”

พอร์ชกระซิบถามน้องๆ ด้านหลังเสียงแผ่ว

“ผมให้เกียรติเฮียแหละเพราะเฮียเป็นพี่”

ธามไธตอบออกมาบทจะพูดเจ้านี่ก็พูดได้กินใจซะเหลือเกินผิดกับเจ้าภามและไออุ่นที่นิ่งเงียบ แต่คนที่กวนประสาทที่สุดกลับเอ่ยออกมา

“ให้เกียรติผู้อาวุโสก่อนเลยครับเฮีย โบราณว่าเดินตามคนแก่หมาไม่กัด” แดนดินตอบทีเล่นทีจริงก่อนที่ไออุ่นจะเอ่ยออกมาเบาๆ ว่า “เขาเรียกเดินตามผู้ใหญ่หมาไม่กัด”

“ฉันจะสวบแกคนแรกเลย”

พอร์ชหันมาตำหนิแดนดินทำเอาทุกคนพากันหัวเราะร่า

“หยุดเถียงกันได้แล้ว”

คุณหญิงย่าเอ่ยออกมาปรามเด็กๆ เสียงดังก่อนจะเรียกให้หลานคนโตอย่างพอร์ชไปหา

“แกเป็นพี่คนโตก็มานั่งใกล้ๆ ย่า”

“ครับ คุณย่า”

พวกแกที่เหลือด้วยทั้ง4คนมานั่งข้างๆ กันทำเอาหลานที่เหลืออีกทั้ง4คนตามมานั่งข้างๆ กันอย่างว่าง่าย

พอร์ชตอบออกมาเสียงแผ่วเบาก่อนจะเดินไปนั่งข้างๆ ท่าน ทำให้ธามไธ ภาม ไออุ่น และแดนดินเดินตามมานั่งข้างๆ ตามลำดับอย่างรู้งาน ส่วนคุณปู่และพ่อแม่ของทุกคนต่างนั่งมองและยิ้มแต่ก็พยายามใช้สายตาปรามลูกๆ แต่ละคน

“เมื่อไหร่จะมีเมียสักที” คุณหญิงย่าเอ่ยถามพอร์ช

“ยังไม่ถึงเวลาครับคุณย่า”

พอร์ชตอบเสียงเรียบแล้วบ่นอุบอิบในใจ “ทำไมคุณย่าชอบถามแต่เรื่องเดิมๆ นักล่ะ เมียนะไม่ใช่ผักไม่ใช่ปลาที่จะเดินหาตามตลาดแล้วเจอ”

“นี่แกอายุจะสามสิบแล้วนะไม่มีตอนนี้แล้วจะไปมีตอนไหนย่าขอถามหน่อย”

พอร์ชเงียบ “ย่าถามก็ตอบไปสิพอร์ช อย่าเสียมารยาทด้วยการเงียบใส่!” ไพรัชผู้เป็นพ่อดุลูกชายตัวเองขึ้นมาทันที “บางทีลูกอาจจะไม่เจอคนที่ถูกใจก็ได้นะคะ” คราวนี้ภารดีผู้เป็นแม่เอ่ยขึ้นมาบ้าง เพระเธอไม่ค่อยเห็นด้วยสักเท่าไหร่กับการบังคับให้เด็กๆ ต้องมาแต่งงานโดยเร็วแบบนี้แต่ก็พูดออกเสียงมาไม่ได้ “ไม่รู้ล่ะ อายุสามสิบก็ไม่น้อยแล้ว เพราะฉะนั้นควรมีเมียและรีบมีเหลนให้ย่าได้แล้ว”

“ครับคุณย่า” พอร์ชตอบออกมาอย่างเสียไม่ได้

“หนู โคโค่เป็นลูกของคนสนิท ย่าชอบแม่หนูนั่นรู้สึกถูกชะตา ดังนั้นแกควรไปคว้ามา”

“แต่ว่า...” “สมบัติย่ามีเยอะแยะไม่รู้จะให้ใครดี”

“คืออย่างนี้ครับคุณย่า”

พอร์ชรีบอธิบายแต่ถูกสกัดไว้โดยพ่อของเขานั่นเอง

พอร์ชทำหน้านิ่วพร้อมกับปากที่พะงาบๆ จะพูดแต่พูดไม่ได้สักทีก่อนจะมองไปที่ผู้เป็นแม่เพื่อขอความช่วยเหลือ เขายังไม่อยากมีภรรยาตอนนี้ จึงตัดสินใจเอ่ยออกมา

“ผมว่าบางทีน้องๆ อาจจะพร้อมมีครอบครัวกว่าผมก็ได้นะครับ” พอร์ชเอ่ยขึ้นมาแล้วหันมามองน้องๆ ทั้งสี่คนที่นั่งปั้นหน้าอยู่ตรงนั้นก่อนเอ่ยออกมาอีก

“ธามไธมันก็โสด ภามก็โสด ไออุ่นยิ่งโสด ส่วนแดนดินนั้นไม่ต้องพูดถึงรายนั้นก็โส๊ดโสด”

“อุ่นเป็นผู้หญิงคนเดียวไม่รีบค่ะคุณย่า ให้พวกผู้ชายเขาแต่งกันไปก่อนเลยค่ะอุ่นยังใช้ความโสดไม่เต็มที่เลยค่ะ” ไออุ่นหลานสาวเพียงคนเดียวในบ้านเอ่ยขึ้นมา เพื่อให้ตัวเองรอด แต่ขนาดนั้นก็มีเสียงดังตามมา

“ยิ่งผู้หญิงต้องรีบแต่งครับ ขืนปล่อยไว้นานไข่ฝ่ออดมีเหลนให้คุณย่าอุ้มนะครับเจ้” แดนดินตอบกวนประสาทพี่สาวของเขาเหมือนเช่นเคย ไออุ่นหันไปมองขวับและมองตาขวาง ส่วนเขาก็แสร้งไหวไหล่อย่างไม่สะทกสะท้าน

“นายสมควรแต่งคนแรกเลยแดนดิน อายุน้อยน่าจะทำเหลนให้คุณย่ากับคุณปู่ได้ไวนะ”

ไออุ่นตอบกลับแดนดินอย่างไม่ยอมเช่นกัน ก่อนที่แดนดินจะหันมาฟ้องธามไธผู้เป็นพี่ของเขา

“เฮียฟังดูสิ เจ้บอกพวกเฮียอายุเยอะแล้วไม่มีน้ำยาทำเหลนให้กับคุณปู่คุณย่าแล้ว!”

“เอาล่ะๆ ไม่ต้องเถียงกันพอแล้ว ให้พวกแกทั้งสามคนก่อนเลย เจ้าพอร์ช ธามไธ ภาม ส่วนไออุ่นย่าจะหาผู้ชายดีๆ ที่เหมาะกับหนูให้ ส่วนน้องเล็กเจ้าแดนดินอย่าชะล่าใจไปย่าเองก็พอจะรู้อยู่บ้างนะ ว่าแต่ละวันเราไปทำอะไรไว้บ้าง หากยังไม่หยุดพฤติกรรมย่าก็จะหาผู้หญิงมาแต่งงานให้เหมือนกันไม่เชื่อคอยดูว่าย่าพูดจริงทำจริง”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป