บทที่ 6 แง่งขิง

ตอนที่  6  แง่งขิง

“ถอดเสื้อผ้าออก” ชายหนุ่มเปล่งเสียงออกมาอย่างดังทำเอาหญิงสาวถึงกับตกใจเป็นอย่างมาก

“ดูก็รู้ว่าคงไม่ประสีประสาอะไรสักเท่าไหร่” ธามไธคิดและหัวเราะอยู่ภายในใจ ใบบัวหันมาถามอีกครั้ง

“ถึงกับต้องถอดหมดเลยเหรอคะคุณ งั้นฉันเป็นแม่บ้านดีกว่าคะ มีตำแหน่งว่างไหมคะ แม่บ้านก็ได้ล้างห้องน้ำได้ปัดกวาดเช็ดถูได้ทุกอย่างค่ะ แบบนี้ดีกว่าฉันว่าอีกอย่างจะได้ไม่กลับดึก เพราะอย่างที่คุณเห็นฉันต้องไปทำงานที่ห้างอีก”

ใบบัวรีบไล่เรียงข้ออ้างสารพัดมาให้ชายหนุ่ม

“ตกลงฉันรับเธอเข้าทำงานก็ได้แต่ว่าไม่ใช่ที่นี่ ตามมา”

ใบบัวเดินตามออกมาจนถึงที่จอดรถและยืนมองธามไธด้วยความสงสัย ชายหนุ่มเลื่อนกระจกลงก่อนเอ่ยออกมา

“ขึ้นรถจะยืนเซ่ออีกนานไหม”

ใบบัวตกใจรีบวิ่งไปอีกด้านและขึ้นไปนั่งคู่กับชายหนุ่ม และไม่ลืมที่จะคาดเข็มขัดนิรภัยให้เรียบร้อย ธามไธออกรถไปทันที

“คุณจะพาฉันไปที่ไหนคะ” ใบบัวเอ่ยถามด้วยความกลัว

“เดี๋ยวก็รู้ไม่พาไปขายหรอก” ธามไธตอบแค่นั้นก่อนขับรถไปเรื่อยๆกระทั่งถึงบ้านหลังหนึ่งที่ค่อนข้างใหญ่โตมาก เรียกได้ว่าหลังใหญ่ที่สุดในโครงการนี้ก็ว่าได้มั้ง ธามไธจอดรถและลงรถโดยมีใบบัวที่ยืนกล้าๆกลัว “ลงมา”

ธามไธพูดแค่นั้นใบบัวรีบลงมาอย่างว่าง่ายแต่ก็ไม่วายหันซ้ายมองขวาไปรอบตัวบ้านดัวยความวิตกกังวล

“ว่าแต่งานอะไรคะคุณ แล้วที่นี่ที่ไหนกันพาฉันมาทำไม” “ไม่ต้องพูดมากเดี๋ยวก็รู้จะได้ตัดสินใจถูกว่าจะทำหรือไม่”

ใบบัวเดินตามธามไธเข้ามาในบ้านผ่านห้องโถงและขึ้นไปชั้นสองของบ้าน

“คุณคะ” ใบบัวเรียกทามไทเอาไว้ ชายหนุ่มหันมามอง

“อย่าคิดอะไรที่มันไร้สาระ รีบตามมาเร็วเข้า”

เขาพูดแค่นั้นแล้วเดินตรงเข้าไปยังห้องทำงานก่อนเดินไปนั่งที่โต๊ะทำงาน ใบบัวมองธามไธเปิดโน๊คบุ๊ค เธอเดินมานั่งที่โซฟา

แต่ว่าสายตาจับจ้องไปที่มือเรียวของชายหนุ่มที่ตอนนี้กำลังนั่งพิมพ์อะไรสักอย่างยุกๆยิกๆ ใบบัวมองมือชายหนุ่มก่อนมองที่มือตัวเองพร้อมกับคิดในใจ

“เป็นผู้ชายที่นิ้วเรียวสวยมาก ผิดกับนิ้วเรายังก่ะแง่งขิง”

คิดได้ดังนั้นก็นั่งหัวเราะคนเดียว ธามไธหันมามองแต่ก็ทำงานต่อกระทั่งเข้าเดินไปหยิบเอกสารที่เครื่องปริ้นมาแล้วส่งให้กับใบบัว หญิงสาวรับมาและมอง

“อะไร อะไรกันคะ นี่มันสัญญาอะไรกันคุณ” ใบบัวอ่านแล้วมองหน้าชายหนุ่ม

“ที่คุณพิมพ์เมื่อกี้ อย่าบอกนะคะว่ามันคือสิ่งนี้ทั้งหมด”

“อืม อ่านแล้วสงสัยข้อไหนถามออกมาได้” ธามไธตอบพร้อมกับนั่งลงตรงข้ามกับใบบัวสายตาจ้องมาที่คนร่างเล็กด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยคำถาม

“จ้างเดือนล่ะ4หมื่นแต่ได้เงินแค่หนึ่งหมื่น ข้อแรกฉันก็งงแล้วค่ะ”

“เอาอย่างนี้จะสรุปให้ฟังจะได้เข้าใจง่ายๆจบอะไรมาทำไมสมองช้าจัง ไม่มีความคิดความอ่านหรือว่าคิดแล้วแต่ไม่ทัน หรือว่าแกล้งทำเป็นไรเดียงสา”

“นี่คุณ !!” ใบบัวถึงกับชี้หน้า

“จะฟังไหม ถ้าไม่ก็กลับไปและไปหาเงินเองก็ได้นะตรงนี้ไม่ได้สนใจอยู่แล้ว ก็แค่รักษาสัญญาที่ว่าถ้าเจอกันครั้งที่2แล้วจะช่วยก็แค่นั้น ตามใจเอาที่สะดวก”

“ก็ได้ค่ะ” ใบบัวรับคำเพราะเธอไม่มีสิทธิ์เลือก

“ง่ายๆเฮียจ่ายให้พวกนั้น1ล้านเท่ากับว่าเธอต้องทำงานใช้หนี้เดือนล่ะ3หมื่นเป็นเวลา3ปี แต่เฮียจะให้เธอเพิ่มอีกเดือนละหนึ่งหมื่นเธอจะได้เอาไปใช้ส่วนตัว นี่คือข้อที่ 1

ส่วนข้อ2 . ก็คือไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตามหากเฮียโทรหาหรือต้องการพบให้รีบมาปรากฎกายตรงหน้าภายในเวลา1 ชั่วโมง ห้ามเกินนั้นมาไวเท่าไหร่ได้ยิ่งดี”

“เดี๋ยวค่ะ เฮียนี่เฮียคิดว่าเฮียถูตะเกียงเอาเหรอคะ ฉันไม่ใช่จินนี่ยักษ์ในตะเกียงนะ นี่ใบบัวค่ะ มีงาน มีแม่มีภาระที่ต้องดูแลหลายอย่างเลย”

“งั้นลาออกแล้วมาทำงานที่บริษัทเฮีย พรุ่งนี้เลยมีงานให้ทำเยอะแยะ จบอะไรมาถ้าชอบขายมาขายให้เฮีย”

“นี่คุณจะดูถูกกันมากเกินไปแล้วนะคะ” ใบบัวเริ่มทนไม่ได้

“เป็นบ้าอะไรของเธอ แล้วก็เฮียเรียกเฮียไม่ใช่คุณ หรือนาย ที่บอกว่าขายหรือมาขายให้เฮียนั้นเฮียหมายถึงมาขายบ้าน ขายคอนโด มาเป็นนายหน้า คิดบ้าอะไรอยู่เนี่ย”

“เพราะอะไรคะ ทำไมฉันไม่เข้าใจ” ใบบัวยังคงไม่เข้าใจกับสิ่งที่เฮียธามกำลังทำอยู่

“ก็กำลังจะเข้าสู่ข้อ3. ยังไงล่ะ ข้อนี้สำคัญ เธอแค่ทำตัวเหมือนเป็นแฟนเฮียเวลาฉุกเฉินที่เฮียต้องการความช่วยเหลือเท่านั้นโอเคไหม”

“แสดงเป็นเป็นแฟนเหรอคะ ? แล้วสาวสวยมาดมั่นคนนั้นล่ะคะเขาจะไม่มาแหกอกฉันเหรอ? แต่ในสัญญาเฮียบอกว่าหนูกูยืมเงินนะคะเห็นในวงเล็บ”

“ จะเซ็นไหมแค่นั้นแหละที่ต้องการคำตอบ ส่วนผู้หญิงคนนั้นที่เธอเห็นคือน้องสาวชื่อไออุ่น เอาไว้จะแนะนำให้รู้จักหากจำเป็น อีกอย่างยังมีอีกคนน้องชายชื่อแดนดิน ต่อหน้าสองคนนี้ต้องแสดงให้เนียนที่สุด แค่นี้เองงานของเธอ ทำได้ไหม”

“เฮียคะหนูอยากจะถามว่า ถ้าไปทำงานกับเฮียหมายถึงที่บริษัทที่เฮียบอกหนูจะได้เงินเดือนอีกต่างหากใช่ไหมคะ”

ใบบัวรีบแย้งขึ้นมาทันที ใช่ทำงานก็ต้องได้เงินสิต้องถามและทำความเข้าใจจะได้ไม่มีอะไรผิดพลาด

ธามถึงกับหัวเราะออกมา“ เธอนี่มันหน้าเงินจริงๆ พอคุยเรื่องเงินแล้วล่ะก็พูดเพราะขึ้นมาทันทีเลยสินะ”

“ก็มันจำเป็นสำหรับหนูนี่คะ หนูมันคนจนเงินเท่านั้นที่ชนะทุกสิ่งทุกอย่าง”

“ได้สิ งั้นไปทำเป็นผู้ช่วยเลขาก็แล้วกันจะได้แบ่งเบางานเลขาเฮีย เมื่ออ่านเข้าใจแล้วเซ็นซะ” ธามไธย้ำอีกครั้งก่อนที่ใบบัวจะอ่านเอกสารให้รอบคอบอีกรอบหนึ่งเสียก่อนใบบัวหยิบปากกาขึ้นมา ในตอนที่จะเซ็นนั้นหญิงสาวเอ่ยถามอีกครั้งหนึ่ง

“ เฮียคะแล้วที่ว่ามาอยู่กับเฮียเอ่อ...”

“อยู่คนละห้องกลัวอะไร ส่วนแม่เธอเดี๋ยวเฮียจะจัดการให้”

“แสดงว่าที่เฮียทำแบบนี้เพราะเฮียไม่มีแฟนเหรอคะ”

“ใบบัวจะเซ็นหรือไม่เซ็นเฮียถามแค่นี้ ถ้าตกลงก็เซ็นพรุ่งนี้เฮียจะได้ไปจัดการเรื่องเงินให้ แต่ถ้าไม่ตกลงก็วางปากกาลงเฮียจะไปส่งกลับบ้านก็แค่นั้น

“เซ็นค่ะ ” ใบบัวรีบจรดปากกาลงและเซ็นเอกสารทั้งหมดโดยทันที

บทก่อนหน้า
บทถัดไป