บทที่ 1 309

บรรยากาศใน AUREA Lounge Club คืนนี้วุ่นวายกว่าปกติ เสียงผู้คนพูดคุยกันแข่งกับเสียงดนตรีภายในร้านยิ่งทำให้บรรยากาศทวีความวุ่นวายขึ้น

เพียงไพลิน บาร์เทนเดอร์จำเป็นกำลังเร่งมือเคลียร์งาน เพื่อที่จะได้ไปฉลองกับเพื่อนต่อให้ทันเวลา แต่ตั้งแต่หัวค่ำจนตอนนี้เธอยังต้องเช็ดแก้วแชมเปญใบแล้วใบเล่า

“น้องเพียง! ออร์เดอร์โต๊ะ VIP 5 ได้หรือยัง แขกตามแล้ว!” พนักงานสาวตะโกนฝ่าเสียงเพลง

“เร่งอยู่ค่ะพี่! แล้วพนักงานคนอื่นไปไหนหมด ทำไมปล่อยให้หนูทำคนเดียว?”

“ข้างบนมีปาร์ตี้ห้อง VVIP ด่วน แขกมาถล่มจนเจ๊ต้องระดมคนขึ้นไปรับรองหมด พี่เลยต้องขอเจ๊ให้เอาน้องเพียงมาช่วย”

เพียงไพลินถอนหายใจ แม้เธอจะเป็นลูกสาวของ พิมพ์พรรณ เจ้าของคลับ แต่ก็ไม่ได้เข้ามาวุ่นวายสักเท่าไหร่ ถ้างานที่ร้านไม่ยุ่งมากจริงๆ

และคืนนี้สถานการณ์วิกฤตจนไม่มีทางเลือก พิมพ์พรรณเดินเข้ามาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด กลิ่นน้ำหอมแบรนด์หรูโชยมาพร้อมคำสั่ง

“ไปเปลี่ยนชุดเถอะเพียง คนของแม่มาผลัดเวรแล้ว โบว์ฝากชุดมาให้ในห้องน้ำ แกจะได้รีบไปหาเพื่อน”

ในห้องน้ำพนักงาน

เพียงไพลินเปิดถุงกระดาษแล้วต้องตาค้าง มันคือชุดคอสเพลย์ผ้าซาตินสีดำสั้นกุด ตัดลูกไม้ซีทรูช่วงอกและผูกสายไขว้เปลือยหลัง

“ยัยโบว์! นี่มันชุดอะไรเนี่ย...” เธอพึมพำ แต่เพราะความรีบและคิดว่าเป็นธีมปาร์ตี้วันเกิดเพื่อน เธอจึงจำใจสวมมันแล้วทับด้วยแจ็กเก็ตบางๆ ก่อนจะกลับไปที่บาร์

“ไปหรือยัง พวกฉันดื่มรอแกจนเดินไม่ไหวแล้วนะ” โบว์เอ่ยขึ้น

“ดื่ม? พากันดื่มหมดใครจะขับรถ ฉันก็เพิ่งดื่มไป” เพียงไพลินโวยขึ้น

“ไม่เป็นไรๆ เดี๋ยวตามผู้มาขับให้” แอมป์พูดพลางพยายามควานหาโทรศัพท์ในกระเป๋า

“อ่า...นี่ไง มันโทรมาพอดี เดี๋ยวฉันออกไปรับโทรศัพท์แป๊บ...” น้ำเสียงของคนพูด กับท่าเดินของเธอตอนลุกออกไป ดูก็รู้ว่าเมาจนทรงตัวไม่ได้แล้ว

“พนักงานร้านมึงชงเหล้าสูตรไหนวะ ทำไมเมาเร็วชิบ...” โบว์พูดขึ้นด้วยเสียงยืดยาน เธอดูเหมือนจะทรงตัวไม่ไหวแล้วเหมือนกัน

“เออ...เซตนี้แรงจริง กูก็รู้สึกมึนๆ แล้วเหมือนกัน”

“เดี๋ยวกูออกไปรอข้างนอกนะ จะอ้วกว่ะ จะไปดูอีแอมป์ด้วย” โบว์พูดก่อนจะเดินเซออกไป เพียงไพลินมองหาแม่ของเธอ เพื่อที่จะบอกว่าเธอจะออกไปกับเพื่อนแล้ว แต่ก็มองหาได้ยากมาก เพราะคนแน่นร้านไปหมด

“หนูออกไปกับเพื่อนแล้วนะ” เพียงไพลินตัดสินใจพิมพ์ข้อความส่งไปแทน ก่อนจะเตรียมจ้ำเท้าเดินตามเพื่อนไป

แต่ก่อนจะได้ก้าวออกจากร้าน พิมพ์พรรณที่เพิ่งวางสายโทรศัพท์ด้วยท่าทางหัวเสียก็เดินมาดักหน้า พร้อมถาดไวน์แดงราคาแพง

“เดี๋ยวเพียง!”

“อ้าวแม่ เพียงหาแม่อยู่พอดี ตอนนี้พวกโบว์มันออกไปกันแล้ว เห็นว่า...เพื่อนกำลังจะมารับ แม่ไม่มีอะไรแล้วใช่ไหม”

“มี...ช่วยแม่หน่อย พนักงานบาร์เทนเดอร์ที่เพิ่งมา ดันทำไวน์หกใส่ชุดจนดูไม่ได้ แกช่วยเอาขวดนี้ขึ้นไปส่งที่ห้อง VVIP 309 ที”

“แม่! หนูเมาแล้วนะ ให้คนอื่นไปสิ” เพียงไพลินประท้วง เสียงเริ่มอ้อแอ้

“พนักงานคนอื่นติดดูแขกกลุ่มใหญ่ชั้นบนหมด แขกห้องนี้สำคัญมาก และเขารอนานแล้ว แค่เอาไปวางแล้วรีบลงมา แม่จะไปเองก็ติดเคลียร์บิลข้างล่าง ช่วยแม่หน่อยนะลูก”

“แต่ชุดหนู...หนูขอไปเปลี่ยนชุดก่อนก็แล้วกัน”

“ไม่ต้องหรอก แองจี้ก็รับแขกอยู่ แค่ไปเคาะห้องแล้วส่งต่อให้แองจี้ก็ได้”

“งั้นเดี๋ยวขอทักหาพี่แองจี้ก่อน”

“แกทำไมเรื่องเยอะแบบนี้ แค่เอาของไปส่งจะอะไรนักหนา งั้นแกมาสั่งงานบาร์เทนเดอร์ เดี๋ยวฉันขึ้นไปส่งเอง” เพียงไพลินเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจยอมทำ

“เพียงไปเองก็ได้ ไม่น่านานหรอก เพียงไม่ย้อนมานี่แล้วนะ จะออกไปเลย”

“ตามใจ” เพียงไพลินเดินตามทางที่แม่ผายมือไปอย่างเงียบๆ เธอกดลิฟต์ใช้ลิฟต์เพื่อจะขึ้นไปที่ชั้น 3

ประตูลิฟต์ส่วนตัวเปิดออก ก็ก้าวเข้าไปกดชั้นบนสุด (ชั้น VVIP) แสงนีออนสีชมพูอมม่วงจากด้านล่างค่อยๆ จางหายไปแทนที่ด้วยแสงสีทองสลัว

บนชั้นนี้เหมือนจะเงียบสงบกว่าชั้น 1 มาก แทบไม่ได้ยินเสียงอะไรเลยทั้งที่ก็มีปาร์ตี้ใหญ่เหมือนกัน

แต่เพียงไพลินก็ไม่ได้แปลกใจอะไร เธอรู้ดีว่าผนังของชั้นนี้ถูกออกแบบมาให้เก็บเสียง ต่อให้เปิดคอนเสิร์ตจนดังอึกทึก ข้างนอกก็ได้ยินเพียงแว่วๆ เท่านั้น อีกอย่างตอนนี้ก็ใกล้จะเที่ยงคืนแล้ว แขกคงไม่มีแรงจะร้องจะเล่นกันแล้ว ไม่แปลนักที่จะเงียบขนาดนี้

“แม่นะแม่ ทำไมต้องมาใช้ตอนจะออกไปแล้วด้วยก็ไม่รู้” เธอบ่นกับตัวเองขณะกำลังจะเคาะประตูห้อง 309 ห้องที่แม่ใช้ให้มาส่งของ

บทถัดไป