บทที่ 3 เช้าชุลมุน
แสงแดดเช้าส่องลอดผ้าม่านผืนหนาเข้ามาในห้อง ทำให้เพียงไพลินต้องหรี่ตาเล็กน้อย เธอรู้สึกหนักหัว ร่างกายอ่อนแรงราวกับถูกดึงพลังไปทั้งคืน กลิ่นน้ำหอมผู้ชายที่ติดผ้าปูเตียงทำให้ใจเต้นวูบหนึ่ง ก่อนความทรงจำเมื่อคืนจะผุดขึ้นมาอย่างช้าๆ มือของใครบางคนที่จับเอวเธอไว้ลมหายใจร้อนที่แนบข้างแก้มทำให้เพียงไพลินเบิกตากว้าง
เธอรีบยันตัวขึ้นนั่งทั้งที่ยังมึน เธอสะดุ้งเมื่อพบว่าตนเองไม่ได้สวมเสื้อผ้าสักชิ้น หัวใจเธอเต้นแรงเหมือนกำลังจะหลุดออกจากอก
“ตื่นแล้วเหรอ” เสียงทุ้มดังมาจากด้านหลัง อชิระนอนแนบชิดกับเธออยู่ เขาเองก็เปลือยอยู่เหมือนกันเพียงไพลินตัวสั่นวูบ เธอคว้าผ้าห่มมากอดไว้แน่น
“เมื่อคืน…” เขายกยิ้มมุมปาก
“ถ้าหนูเมาน้อยกว่านี้สักหน่อย คงจำได้ละเอียดกว่านี้” แก้มเธอร้อนผ่าวทันที อชิระพูดเหมือนไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตาย ทั้งที่หัวใจของเธอแตกสลายเป็นเสี่ยง ๆ ไปแล้ว
เพียงไพลินพยายามลงจากเตียง แต่ขาพลันอ่อนจนแทบทรุด เธอทรุดตัวกลับลงไปนั่งที่เดิมเพราะต้องใช้ผ้าห่มปิดคลุมตัว แต่จะดึงทั้งผืนขึ้นมาก็ไม่ได้ เพราะเขาก็ต้องปิดเอาไว้เหมือนกัน
“อายเหรอ...เอาไปเถอะ เฮียไม่อายหรอก” เขาพูดก่อนจะดึงผ้าห่มออกจากตัว เผยให้เห็นมัดกล้ามที่เต็มไปด้วยรอยเล็บของเพียงไพลิน
“ฉันจะแจ้งความ!!!” เพียงไพลินร้องลั่น เธอดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมตัว ก่อนจะเดินไปหยิบเสื้อผ้ามาใส่อย่างทุลักทุเล
“คืออะไร? มุกขออัพค่าตัวหรือไง” อชิระมองเด็กสาว ท่าทางของเธอมันเหมือนกำลังแสดงอะไรสักอย่าง เพื่อเรียกร้องความสนใจจากเขา
เพี๊ยะ!!! เสียงฝ่ามือของเพียงไพลินตบเข้าที่หน้าของอชิระดังสนั่น เธอเข้าใจความหมายที่เขาจะสื่อชัดเจนดี
“คุณข่มขืนฉัน ยังมาพูดว่าฉันขายตัวอีกเหรอ?”
“ข่มขืน?” อชิระแทบจะหลุดหัวเราะ เธอเข้ามาหาเขาเองในห้องนี้แท้ๆ แต่งตัวยั่วซะขนาดนั้น แถมเต็มใจมีอะไรกับเขาเอง ถึงจะเมาแต่ก็ไม่ได้ถึงขนาดหมดสติ
“จะเอาเท่าไหร่? ไม่ต้องลูกไม้อะไรกับเฮียหรอกนะ เมื่อคืน...เฮียพอใจมาก ยินดีจ่ายจะเอาเท่าไหร่ เอาอะไรก็ว่ามาเลย แล้วก็ถ้าอยากให้ส่งเสียเลี้ยงดูต่อก็ยินดีนะ เดี๋ยวเอ๊ยติดต่อผ่านทางเจ๊พิมพ์...”
“พูดบ้าอะไรวะ!!! ไอ้แก่ตัณหากลับ ฉันจะแจ้งความจับแก ไอ้ทุเรศ!!! ส่งเสียเหรอ!!! ติดต่อแม่ฉันเหรอ ถ้าแม่ฉันรู้เรื่องนี้ต้องลากคอแกไปเข้าคุกแน่!!!” เสียงเพียงไพลินอาละวาดดังลั่น เธอไม่แค่ด่าทอเขาเท่านั้น แต่ยังทุบตีขว้างปาข้าวของใส่จนเกิดเสียงดังสนั่น
“นี่!!! มันจะเล่นใหญ่เกินไปแล้วนะเว้ย” อชิระเริ่มเสียงดังบ้าง เขาชักจะไม่สนุกกับเธอด้วยเสียแล้ว เมื่อคืนเธอก็ดูมีความสุขดี อยู่ๆ เช้ามาดันเป็นบ้าขึ้นมาซะอย่างนั้น
ใครนอนกับเขาก็มีแต่ติดใจ ไม่เคยเห็นใครอาละวาดร้องแหกปากว่าโดนข่มขืนอย่างนี้สักคน ไม่ซ้ำไม่ว่าทำเหมือนไม่เต็มใจนอนกับเขานี่มันยอมไม่ได้จริงๆ
“เล่นใหญ่อะไรวะ!!! แค่นี้รับไม่ได้หรือไง คงจะทำจนเคยตัว ให้เงินปิดปากแล้วคิดว่าจะจบเหรอ ไม่ยอมหรอกนะเว้ย!!!” อชิระเริ่มหัวเสีย เขาเริ่มจะเชื่อจริงๆ แล้วว่าเด็กคนนี้ไม่ได้ต้องการเงินจริงๆ แต่เธอต้องการแจ้งความจับเขา
“เมื่อคืนฉันสั่งให้เจ๊พิมพ์ส่งผู้หญิงมาที่ห้องของฉัน แล้วมันก็มีเธอโผล่มาคนเดียว ในชุด...นี้!!! มันจะไม่บังเอิญเกินไปหน่อยหรือไงวะ แล้วใครจะไปรู้วะว่าไม่ใช่เด็กที่ส่งมา...”
“ก็ทำไมไม่ถาม!!!”
“ไม่อยากทำแล้วทำไมไม่ปฏิเสธ เมื่อคืนก็ดูเหมือนชอบไม่ใช่หรือไงวะ ร้องทั้งคืน!!!”
กรี๊ดดด!!!
เพียงไพลินกรีดร้องก่อนจะวิ่งไปที่ประตู เธอจะไม่เสียเวลาคุยกับเขาอีกแล้ว ในเมื่อคุยกันไม่รู้เรื่องก็ไปคุยกันต่อที่ศาลก็แล้วกัน
“เฮ้ย!!! จะไปไหน” อชิระรีบคว้าผ้าเช็ดตัวมาพันตัวแล้ววิ่งตามออกไป ถ้ายังเคลียร์กันไม่จบเขาก็จะไม่ยอมให้เธอออกไปเหมือนกัน ถึงจะใช้เงินปิดเรื่องนี้ให้มันจบได้ต่อให้เธอจะไปแจ้งตำรวจก็ตาม แต่ถ้าเคลียร์ให้จบที่นี่ จบมันซะวันนี้มันก็ดีกว่าไม่ต้องไปเสียเวลา เพราะเขาไม่ได้ว่างขนาดนั้น
เช้าวันนั้นชั้นหนึ่งของร้านยังไม่วุ่นวายนัก มีเพียงพนักงานบางส่วนที่ทำงานในช่วงเตรียมความพร้อมของร้าน ที่กำลังตั้งใจทำหน้าที่ของตัวเอง ก่อนที่เจ้าของร้านจะก้าวเข้ามา
“ทำไมวันนี้เจ๊มาเช้าจังคะ”
“เมื่อคืนเหมือนเจ๊จะลงบิลลูกค้าวีไอพีผิด เลยต้องรีบมาดูก่อนอีพวกบัญชีมาเห็น เดี๋ยวมันวีนเจ๊อีก” พิมพ์พรรณตอบกลับพนักงานของเธอ ก่อนจะรีบจ้ำเท้าเดินไปที่ออฟฟิศ แต่แล้วเสียงหนึ่งที่ดังลงมาจากชั้นบนสุดของร้าน ก็ทำให้เธอต้องชะงักและเงยหน้าขึ้นไปมอง
พิมพ์พรรณพยายามมองผ่านกระจกเกือบทึบตรงระเบียงโถงชั้น 3 ของร้าน เธอเห็นเหมือนมีคนสองคนกำลังทะเลาะกันอยู่ เสียงหนึ่งคุ้นหูมากเหมือนกับเสียงลูกสาวของตัวเอง เธอไม่รอช้ารีบเดินเข้าลิฟต์กดขึ้นชั้น 3 ทันทีเพื่อไปดูให้เห็นกับตา
“เพียง...คุณอชิ...”
