บทที่ 6 เตรียมตัวเป็นเจ้าบ่าว
อชิระนั่งอยู่บนเก้าอี้ทำงานตัวใหญ่กลางห้องทำงานสุดหรูบนชั้นสูงสุดของอาคารสำนักงานใหญ่ของเขา กองเอกสารและแล็ปท็อปที่เพิ่งปิดไป การประชุมทางธุรกิจที่ดุเดือดเพิ่งสิ้นสุดลงไปได้ไม่นาน เขาเกือบมาไม่ทันทุกอย่างเลยยิ่งวุ่นวาย
อชิระเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ พลางคลายเนกไทที่รัดแน่นออกเล็กน้อย ดวงตาคมกริบมองไปยังทิวทัศน์ของเมืองกรุงที่แผ่กว้างอยู่เบื้องล่าง แม้สีหน้าจะยังคงเคร่งขรึม แต่ในใจกลับคิดถึงเรื่องอื่นที่ไม่ใช่เรื่องธุรกิจ เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาต่อสายหาผู้ช่วยคนสนิท
"จัดการนัดคุยกับคุณพิมพ์พรรณให้หน่อย พรุ่งนี้ช่วงบ่าย ได้เรื่องยังไงแจ้งฉันด้วย ฉันต้องการรายละเอียดทั้งหมด เกี่ยวกับเรื่องแต่งงาน"
“แต่งงาน ใครแต่งงานวะ” เสียงอนุชิตพี่ชายของอชิระเดินเข้ามาได้ยินพอดีก็ถามขึ้น
“มึงหัดมีมารยาทบ้างได้ไหม กูคุยโทรศัพท์อยู่ยังมาพูดแทรก เข้าห้องมาไม่เคาะประตูอีก” อชิระโวยก่อนจะกดวางสาย
“เรื่องนั้นช่างแม่งเหอะ กูอยากรู้ว่าใครจะแต่งงาน”
“ขี้เสือxฉิบหาx”
“เออกูเสือx บอกมาเร็ว” อนุชิตยังคงพยายามคาดคั้นอย่างไม่ยอมแพ้ ในใจเขากำลังพนันกับตัวเองว่าต้องเป็นน้องชายตัวดีของเขาแน่ๆ แต่อีกใจก็คัดค้านความคิดนั้น เพราะมันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่คนอย่างอชิระจะแต่งงาน
“กู...” อนุชิตเบิกตากว้าง ก่อนจะหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง นี่มันมุกตลกที่สุดเท่าที่เขาเคยได้ยินเลย
“มึงเนี่ยนะแต่งงาน เพ้อเจ้ออะไรวะ”
“ตลกนักหรือไง อายุกูก็ไม่ใช่น้อยแล้วนะเว้ย”
“แล้วผู้หญิงนี่ใครวะ ดารา นางแบบ ไฮโซ หรือ...เด็กนั่งดริ้งที่ไหน” อนุชิตไม่สามารถจะเดาได้เลยว่า น้องชายของตัวเองจะลงเอยกับผู้หญิงแบบไหน ตั้งแต่เป็นพี่น้องกันมาเขาไม่เคยเห็นน้องชายมีแฟนเลยสักครั้ง
“มึงจะอยากรู้ไปทำไม”
“คนที่ทำให้มึงมาประชุมสายวันนี้เหรอ?”
“กูไม่ได้มาสาย มึงก็อยู่ถ้ากูไม่มามึงไม่มีปัญญาคุยแทนกูเลยหรือไง เมื่อคืนก็ให้กูพาแขกไปเลี้ยงคนเดียวไม่ยอมไปกับกู”
“กูไม่ชอบที่แบบนั้นมึงก็รู้ แต่เดี๋ยวนะ มึงอย่าบอกนะว่า...คนที่มึงจะแต่งด้วยเนี่ย เป็นผู้หญิงจากร้านนั้น แม่ด่าตายเลยนะเว้ย กูไม่ช่วยคุยหรอกนะ”
“เขาเป็นลูกเจ้าของคลับเว้ย”
“ห้ะ? ลูกเจ้าของคลับ มึงเอาเวลาไหนไปจีบวะ หรือที่ชอบอ้างว่าพาแขกไปเลี้ยง จริงๆ แล้วมึง...”
“กูก็เพิ่งเคยเจอกันเมื่อคืนนี้แหละ”
"เพิ่งเจอ แล้วมึงจะแต่งงานกับเขา มึงทำเขาท้องเหรอ”
“มึงโง่หรือไงวะ ถ้าได้กันเมื่อคืนแล้วท้องก็ไม่ใช่แล้ว แต่เดี๋ยวนะ...หรือว่าท้องจริงๆ วะ แม่เขาดูรีบร้อนจะให้แต่ง” เพราะมัวแต่คิดเรื่องที่ต้องมาประชุม อชิระจึงไม่ได้คิดเรื่องนี้ไป
“เรื่องนั้นกูไม่ติดใจ กูสงสัยว่าทำไมมึงถึงยอมแต่ง ถึงจะเป็นลูกเจ้าของคลับ ก็ไม่น่าจะมีอำนาจอะไรมาบังคับคนอย่างมึงได้ จ่ายเงินไปซะก็จบ”
“มึงไม่รู้อะไร เด็กนั่นแม่งโวยวายว่ากูข่มขืน จะแจ้งความจับกู ก็เสนอเงินให้แม่งก็ไม่เอา”
“หน้าอย่างมึงเนี่ยนะกลัวตำรวจ”
“มึงต้องการให้กูตอบว่าอะไร มึงพูดมาเลยดีกว่า”
“มึงนั่นแหละ พูดมาว่าทำไมถึงยอมแต่งงาน กูรู้ว่ามันมีเหตุผลมากกว่านั้น” อชิระถอนหายใจก่อนจะเงียบไปสักครู่ เขาถามตัวเองอีกครั้ง เพราะคำถามนี้เขาเองก็ยังไม่แน่ใจเหมือนกันว่าคำตอบมันคืออะไร
“กูมีเหตุผลของกู เอาเป็นว่ากูขอไปคุยกับแม่เขาให้รู้เรื่องก่อนก็แล้วกัน กูแค่รับปากไปว่าจะแต่ง ยังไม่ได้พูดรายละเอียดอะไรกัน”
“มึงจะมีเมียกูก็ไม่ได้ว่าอะไรหรอก กูแค่กลัวว่าเขาจะเข้ามาเพราะหวังผลประโยชน์”
“กูก็ไม่ได้โง่ขนาดนั้นมั้ย มึงมันระแวงไปทั่ว ไม่ใช่ทุกคนจะเจอแบบมึงสักหน่อย”
“ไออชิ!!!” อนุชิตโวยลั่นเมื่อถูกน้องชายล้อปมในใจของตัวเอง
“มีอะไรทำก็ไปทำซะไป ก็ง่วงอยากพักผ่อน” อชิระพูดพลางเอนตัวพิงพนักเก้าอี้ เตรียมตัวจะพักผ่อน
“เวลางาน มึงจะมาแอบนอนอู้ไม่ได้นะเว้ย”
“กูเป็นประธาน หมาตัวไหนกล้ามาวุ่นวายกูจะไล่ออกให้หมด รวมทั้งมึงด้วย” อชิระชี้หน้าว่าพี่ชาย
“เออๆๆๆ ไปก็ได้วะ ส่วนเรื่องแต่งงาน...”
“หุบปาก ไม่ต้องเอาไปพูดต่อ เดี๋ยวกูจัดการของกูเอง ถ้ามึงเสือx ไม่เข้าเรื่องกูจะหาเมียให้มึงด้วย” อชิระรู้ดีว่าต้องจัดการกับพี่ชายของเขาอย่างไร
“อย่ามาพูดเรื่องเหลวไหลกับกูนะ กูไปละ” อนุชิตยอมเดินออกจากห้องไปในที่สุด อชิระเอนตัวแล้วหลับตาลงเพื่อพักสายตา แต่เพียงครู่เดียวเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น
“ใครอีกวะ” เขาสบถอย่างหงุดหงิด แต่เมื่อเห็นว่าเป็นใครที่เดินเข้ามา ก็ต้องถอนหายใจแล้วขยับนั่งหลังตรง
“ทำงานเร็วดีนี่” ชายหนุ่มเอ่ยขึ้น
“คุณอชิบอกว่าต้องการด่วน ผมก็เลยส่งทีมที่จัดการเร็วที่สุดไปหามาให้ นี่คือทั้งหมดที่คุณอชิต้องการครับ” อชิระรับเอกสารทั้งหมดมาเปิดดู ทุกอย่างเป็นไปตามที่เขาคิดเอาไว้
“ขอบใจมาก ส่งบิลไปที่ผู้ช่วยเอกเลยนะ เอาไว้ถ้ามีงานอะไรจะเรียกใช้อีก”
“ขอบคุณคุณอชิมากครับ ถ้าอย่างนั้นผมขอตัว” อชิระยังคงไล่อ่านเอกสารทั้งหมด ที่เพิ่งได้รับจากนักสืบเอกชน เขาเอามาตั้งใจอ่านอย่างละเอียด ตั้งใจจะพักสายตาสักหน่อย ก็ดันมีเรื่องเข้ามาให้ใส่ใจ
สายตาคมไล่อ่านทุกตัวอักษรอย่างรวดเร็ว สลับกับหยิงภาพถ่ายขึ้นมาเทียบ เขาไม่ใช่คนที่ชอบอ่านหนังสือหรือข้อความอะไรนัก แต่เรื่องนี้ทำให้เขาสามารถจดจ่ออ่านทุกคำได้อย่างครบถ้วน เอกสารมากมายที่นักสืบเพิ่งนำมาให้ ถูกอ่านจนหมดในรวดเดียว
“เอาเถอะ อย่างน้อยก็ไม่ใช่หาผู้ชายไปรับผิดชอบที่ลูกสาวท้องไม่มีพ่อ” เขาพูดก่อนจะยัดเอกสารทั้งหมดใส่กลับเข้าไปในซอง แล้วโยนลงไปบนโต๊ะทำงาน เขาหลับตาลงในที่สุดพรุ่งนี้เหมือนว่าจะต้องมีเรื่องให้คิดหนักอีกแล้ว
