บทที่ 4 บทที่4. เช็กของ[ข้อตกลง?]

วันต่อมา

"อะไรนะ? เป็นเด็กพวกคุณ" มิเกล ถามเสียงตกใจ หลังจากสองหนุ่มเรียกพบ เซทตอบกลับ

"ทำไม..ก็เธอมายืมเงินพวกฉัน ดอกเบี้ยก็ไม่จ่าย แล้วชาติไหนจะได้เงินครบ"

"ก็ฉันบอกพวกคุณไปแล้วแค่ความบริสุทธิ์ไม่พอหรือไง"

"ไม่พอ! เงินเป็นล้าน ฉันจะหาผู้หญิงบริสุทธิ์ได้กี่สิบคน คิดว่าตัวเองสวยขนาดนั้นเชียว"

ตัวเล็กกำหมัดไม่อยากโต้เถียง เรย์ที่นั่งฟังมองสถานการณ์รีบพูดแทรก

"เงินแต่ละบาทรู้ไหมว่าพวกฉันหามาอย่างลำบาก มือเปื้อนเลือดหนักขนาดไหน"

"ไม่ต้องเดาก็พอจะดูออก พวกคุณคงไม่ได้มีธุรกิจส่วนตัวแค่ผับบาร์ที่นี่หรอก"

"ฉลาดใช้ได้ แต่ตอนนี้พวกฉันยังหาวิธีตัดสินเรื่องเธอไม่ได้ ฉะนั้น รับรู้เอาไว้ว่าเธอเป็นเด็กของฉันกับไอ้เซท"

"แล้วฉันมีทางเลือกด้วยหรือคะ"

จริงอย่างที่พูด ตัวเล็กเดินออกจากห้องหลังจากพูดคุยธุระเสร็จ

หลายวันผ่านไปมีรถเก๋งป้ายแดงพร้อมคนขับ อีกทั้งข้าวของเครื่องใช้ที่ราคาแพงหรูหราจนนักศึกษามหาวิทยาลัยเดียวกันมองตาลุกวาว

"กระเป๋าใบนี้มีขายแต่ช็อปปารีส เธอไปเมืองนอกตอนไหน" เสียงเพื่อนร่วมห้องเดินมาล้อม มิเกล เอาไว้ "หรือไปช่วงเสาร์อาทิตย์ รวยเวอร์"

"มะ ไม่ใช่แบบนั้นหรอก"

"อยากได้บ้าง แต่พ่อบอกภาษีนำเข้ามันแพง เลยอดได้กระเป๋าใบนี้เลยอิจฉาจัง"

"เธออยากได้มากเหรอ"

"แน่นอนสิ! ทั้งดีทั้งแพง"

ผับ V กัสซ่า

"อะไรนะขายต่อ?!!" สองหนุ่มประสานเสียง

"ก็ฉันเห็นว่ามันราคาแพงไม่เหมาะจะถือ ก็เลยขายต่อเพื่อนร่วมห้องไปแล้ว"

"เธอบ้าหรือเปล่าเนี่ย"

"คือว่าฉัน.."

"เด็กบ้าเอ๊ย! รู้ไหมว่าฉันใช้เวลาเท่าไหร่กว่าจะได้กระเป๋าแบรนด์นี้จากปารีส"

เซทเริ่มหงุดหงิดบ่นอุบอิบ เรย์ยกเหล้าวอดก้าสุดโปรดอย่างไม่ยั้ง ก่อนจะจ้องหน้า

"ซนจริงนะสาวน้อย" เรย์พูดพลางกระตุกยิ้ม

"ฉันขอโทษค่ะ หากพวกคุณต้องการกระเป๋าคืน หรือต้องการเงินที่ขายฉันยินดีโอนให้ยังไม่ได้ใช้สักบาทเดียว"

"เรื่องเงินมันไม่ได้เป็นปัญหาสำหรับพวกฉันเธอก็รู้อยู่แล้วนี่"

"แล้วพวกคุณจะโมโหทำไม"

"ความหยิ่งยโสของเธอต่างหากที่มันน่าหงุดหงิด หึ"

มิเกล ยืนนิ่งคาดเดาสถานการณ์ไม่ออก บางทีก็ดูเหมือนพวกเขาจะใจดี บางครั้งก็ดูเหมือนพวกเขามีแผนการอะไรในใจ

"อ๋อออ อีกเรื่อง" เซทพูด "ระหว่างเรา ต้องเก็บไว้เป็นความลับ ฉันขี้เกียจตอบคำถามพ่อ"

"ฉันเองก็ไม่อยากถูกมองไม่ดีเหมือนกัน"

"บทจะว่านอนสอนง่ายก็ง่ายเสียจริง"

"พวกคุณไปหาหมอบ้างนะคะ เหมือนจะเป็นไบโพล่าร์ เดี๋ยวก็ดีเดี๋ยวก็ร้ายอยู่เนี่ยแหละ"

"โอเค ปากแจ๋วไม่เปลี่ยน"

เรย์วางแก้วเหล้าลง เขาถอดสูทสีดำวางพาดที่พิงโซฟาขนมิ้งสีน้ำตาล ใบหน้าหล่อเหลาร้ายกาจลุกจากที่นั่งเดินไปยังเบื้องหน้าของตัวเล็ก

"เรามาพูดถึงเรื่องที่เธอต้องชดใช้กันดีกว่า" มิเกลทำท่าทางตกใจเล็กน้อย

"ไหนบอกว่าพวกคุณยังตัดสินใจกันไม่ได้..ละ แล้วจะทำยังไงคะ"

"นั่นสิ..ทำยังไงดี"

"เราเลื่อนเวลาออกไปจนกว่าพวกคุณจะหาผู้ชนะในเดิมพันนี้เจอดีไหมคะ"

เป็นคำพูดที่โน้มน้าวเพื่อเอาตัวรอดเท่านั้น เซทมองเห็นความเฉลียวฉลาดจนทำให้เขาอดอมยิ้มไม่ได้

ทั้งคู่กำลังตื่นเต้นเหมือนเจอเหยื่อรายใหม่

"ถ้ามันตัดสินกันยากงั้นก็..พร้อมกันไปเลยเป็นไง หึ"

คำพูดของเซทยิ่งตอกย้ำความกลัวภายในใจ มิเกลถอยห่างมือจับประสานกันไว้

"มะ หมายความว่ายังไงคะ" เสียงสะอึกของตัวเล็กถามไถ่ "พวกคุณคงไม่..."

รอยยิ้มแสดงเจตจำนง แค่คนเดียวก็ทำให้ตื่นเต้นพะวง แต่ครั้งแรกของเธอ ใครจะไปคิดว่าต้องถูกล่วงเกินแบบดับเบิ้ล

"เราไม่ได้ตกลงกันไว้แบบนี้นะคะ!" ตัวเล็กโต้เถียง เรย์ที่ยืนใกล้เอื้อมมือสัมผัสปอยผมยาวพร้อมคำพูดเยือกเย็น

"ยังไม่ทันได้ลองเธอรู้ได้ไงว่าจะไม่มันส์"

"พวกคุณบ้าไปแล้ว ฉันไม่เอาด้วยหรอก"

"ถ้างั้นก็คืนเงินมาสิให้ครบทุกบาท แต่ถ้าเธอบอกว่านำไปใช้ผ่าตัดสมองของพ่อ ถ้าอย่างนั้น..พวกฉันไปตามทวงคืนดีไหม"

"ยังไงคะ"

เรย์หันกลับมามองหน้าเพื่อน พวกเขาสบตากันราวกับรู้งาน "ก็แค่ให้หมอควักสมองพ่อเธอออก เท่านี้ก็ถือว่าชดใช้แล้ว"

"บ้าไปแล้วหรือไง ฮึกกก"

มิเกลยังคงไม่ยอมแพ้ เธอน้ำตาคลอเมื่อนึกถึงผู้เป็นพ่อที่มีอาการเป็นตายเท่ากันนอนเป็นผักแช่อยู่โรงพยาบาล

สองมาเฟียหนุ่มเริ่มปลดเปลื้องเสื้อผ้า ซิกซ์แพกเป็นลอนพรีเมียมสะท้อนแสงไฟสะดุดตา

เซทถอนหายใจออกคำสั่ง

"แก้ผ้าสิ..ขอเช็กของเธอหน่อยว่าคุ้มกับเงินที่เสียไปหรือเปล่า"

บทก่อนหน้า
บทถัดไป