บทที่ 6 6

"ตลกละ ขึ้นมึงขึ้นกู เพื่อนเล่น?"

"ไม่ใช่ผัวก็แล้วกัน!" ไอติมเอ่ยชัดถ้อยชัดคำ ก่อนจะกระชากผ้าห่มมาคลุมใบหน้า ให้เล็ดลอดเพียงแต่ตาที่ปิดลง

ภูพิงค์จ้องเปลือกตาสวย มองหน้าผากมนก่อนจะเค้นเสียงหัวเราะออกมาเบาๆ

ผู้หญิงที่ชื่อไอติมเป็นผู้หญิงที่แปลกประหลาดสิ้นดี ไม่มีใครเหมือนเธอ เหมือนที่เธอไม่มีวันเหมือนใคร! 

วันต่อมา

ไอติมออกมาจากคอนโดมิเนียมของภูพิงค์ตั้งแต่ตีห้า อันที่จริงเธอตื่นตั้งแต่ตีสี่กว่าๆ ใช้เวลานอนมองหน้าคนข้างๆ เกือบครึ่งชั่วโมง

เธอพยายามหาเหตุผล เพราะอะไรถึงยอมทุกอย่าง เพราะอะไรถึงยังอยู่จุดนี้ทั้งที่ระหว่างเธอและหมอนี่ไม่มีสถานะใดๆ ต่อกันเลย

เธอก็ไม่ใช่คนที่ไม่มีทางไป โดนผู้ชายจีบมาก็ตั้งเท่าไหร่ แต่สุดท้ายเธอก็ไม่เคยไปจากหมอนี่สักที!

นี่ความรู้สึกพิเศษมันทำให้คนตาบอดจริงๆ น่ะเหรอ เหอะ ตลกสิ้นดี! 

Studio S

"ยัยไอ ทางนี้" ของขวัญโบกไม้โบกมือให้เพื่อนรักเมื่อพบไอติมก้าวขาลงมาจากรถแท็กซี่ ผิวที่ขาวออร่า หุ่นที่โดดเด่นสะดุดตาเรียกความสนใจจากใครต่อใครในระแวกนั้นได้เป็นอย่างดี

"ฉันมาช้าไปปะ" ว่าไปพลางเหลือบตาดูเวลาบนนาฬิกาข้อมือ ขณะเดียวกันก็รวบสายกระเป๋าขึ้นมาคล้องบ่า

"ไม่ช้า เอากระเป๋ามาเดี๋ยวฉันช่วยถืิอ" 

"ขอบใจจ้ะ ไม่เป็นไร รีบเข้าไปข้างในเถอะ"

"เคๆ" ของขวัญพยักหน้ารับพลางจูบมือเพื่อนรักเข้าไปด้านใน

"พี่ขิม ไอติมมาแล้วค่ะ" ของขวัญร้องบอกพี่สาวตัวเองขณะที่ไอติมยิ้มกว้าง รีบยกมือไหว้พี่สาวของเพื่อนทันที

"ไอมาช้าไหมคะพี่ขิม" 

"ไม่ช้าจ้ะ น้องไอไปเปลี่ยนเสื้อผ้าได้เลยนะ เอาแค่ชิ้นบนก่อน ถ้างานออกมาสวยหากถ่ายชิ้นล่างเดี๋ยวพี่ขอเรียกค่าตัวเพิ่มให้" 

"จริงเหรอคะ" ไอติมวางมือทาบอกอย่างตกใจ ไม่คิดว่าในวันที่เธอยังไม่พร้อมทั้งร้อยเปอร์เซ็นต์ทุกอย่างจะค่อนข้างเป็นใจ

"จริงสิ ไปเปลี่ยนเสื้อเถอะ พี่รอตรงนี้นะ" 

"เคค่ะ" ไอติมยิ้มกว้างได้มากกว่าเก่า รอยยิ้มของเธอมันชั่งสะดุดตาใครต่อใคร

"อยากมีเงินเยอะๆ ฉิบหาย ไม่อยากให้แกทำในสิ่งที่ไม่ได้อยากทำ" ของขวัญเอ่ยขึ้นอีกครั้งในตอนที่อยู่ในห้องแต่งตัวด้วยกันตามลำพัง

"แค่ท่อนบนก่อนปะ เถอะน่ามันได้ตังค์ ถ่ายแปปเดียวก็เสร็จ" 

"เห้อ เราควรหาแฟนรวยๆ ปะ หาแบบที่พร้อมเปย์อะไรแบบนี้อะ" ไอติมอมยิ้มพลางส่ายหน้า

พูดถึงเรื่องแฟนแล้วรู้สึกห่อเหี่ยวขึ้นมาทันทีเลยเชียว! 

Line~ 

เสียงโทรศัพท์ในกระเป๋าเรียกความสนใจจากไอติมที่จัดการเปลี่ยนชุดชั้นในยี่ห้อดังที่กำลังเป็นกระแสมาแรงอยู่ในขณะนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

เกือบจะดึงสายตากลับทว่าโทรศัพท์กลับดังซ้ำ ไอติมจึงล้วงมันออกมาจากกระเป๋าแล้วเปิดอ่านข้อความ

[ ไอ้หน้าหล่อ : อยู่ไหน? จะออกไปไหนทำไมไม่บอกก่อน ]

[ ไอติม : เห็นนายนอนก็เลยไม่อยากกวน ]

[ ไอ้หน้าหล่อ : เหตุผลฟังไม่ขึ้น หิวข้าว ]

[ ไอติม : ข้าวผัดอยู่ในครัว ]

[ ไอ้หน้าหล่อ : ...มันไม่ร้อน ]

[ ไอติม : เรื่องมากนี่สนุกปะ? ]

[ ไอ้หน้าหล่อ : ใจร้ายว่ะ ]

[ ไอติม : ถ้าจะงอแงขนาดนี้นายควรขอฉันเป็นแฟนนะ เป็นแฟนเมื่อไหร่จะโอ๋ให้ทุกรอบเลย ] 

[ ไอ้หน้าหล่อ : พูดเรื่องนี้บ่อยไปปะ กำลังทำตัวเหมือนผู้หญิงคนอื่นๆ อยู่รู้ตัวไหม... ]

"แกพร้อมใช่ไหม" แรงกระตุกที่ข้อมือเล็กทำคนที่เผลอจ้องหน้าจอโทรศัพท์สะบัดศีรษะแรงๆ เพื่อขับไล่ความคิด

ไอติมขานรับเบาๆ ก่อนจะวางโทรศัพท์ตามด้วยการถอดเสื้อคลุม

"ฉันคิดถูกใช่ปะที่ติดต่องานนี้ให้แก" 

"ถูกสิขวัญ พ่อป่วยอยู่นะ" 

"แต่ถ้าเลือกได้แกก็ไม่รับงานแบบนี้ถูกปะ" 

"ฉันอยากได้ตังค์นี่นา เถอะน่า ฉันไม่ได้ซีเรียส" 

"แล้วแน่ใจเหรอว่าจะไม่มีปัญหา ผู้ชายคนนั้น..." 

"หมอนั่นไม่แคร์หรอก ช่างมันเถอะ ระหว่างฉันและเขา...สถานะมันไม่มีอะไรเลย!" ไอติมกรีดยิ้มให้เพื่อนรัก ร่างบางยืดตัวขึ้น ช่วงล่างสวมกางเกงยีนส์ขายาวสีซีดรัดรูป มีรอยถักตรงขาเป็นเสน่ห์ให้กางเกงธรรมดาดูไม่ธรรมดา ช่วงบนสวมบราสีดำ อวดความขาวผ่องของเนินเนื้อคัดตึง สรีระส่วนอื่นโดดเด่นจนคนพบเห็นต้องเหลียวมอง

เพราะอยู่ในวงการแฟชั่น และเรื่องความสวยความงามมันอยู่ในสายเลือด ไอติมแต่งหน้าในโทนที่สวยเปรี้ยว ผมยาวสลวยดัดลอนในส่วนปลายไขว้ไปกองอยู่ทางด้านหลัง

การบ้านที่ทำมาเป็นอย่างดีส่งผลให้การทำงานในวันนี้ราบรื่น ไอติมเป็นมืออาชีพมากกว่าที่ใครหลายๆ คนคิด การโพสต์ท่า การวางสรีระของแขนและขา สายตาที่จิกกล้อง การเผยอปากให้น่ามอง

สุดท้ายการทำงานจบลงพร้อมทั้งเสียงปรบมือ

"เริศมากค่ะน้องไอ สุดยอด" สายขิม พี่สาวของของขวัญชมเปราะไม่ขาดปาก ทีมงานในห้อง แม้แต่ตัวแทนจากแบรนด์เองก็ชมเปราะไม่ได้ต่างกัน

"นี่นะ ถ้าไม่ติดที่ทีมงานชักช้า เราได้ออกมากินส้มตำแซ่บๆ กันนานแล้ว ไม่ปล่อยให้อุ้มท้องหิวอยู่แบบนี้หรอก" ของขวัญบ่นอุบไม่ขาดปาก ถึงอย่างนั้นก็ยังเรียกรอยยิ้มจากไอติมได้อยู่ดี

"ขอบใจนะที่วันนี้ยอมมาอยู่เป็นเพื่อนฉันทั้งวันเลย ส้มตำมื้อนี้ฉันเลี้ยงก็แล้วกัน" 

"เรื่องนั้นไม่ใช่ปัญหาหรอก อ้อนี่ ตอนที่แกถ่ายแบบฉันแอบคุยกับพี่ขิมอยู่นะ นางบอกว่าหน้าแกหุ่นแก ทุกอย่างที่เป็นแกเนี่ยเอาดีด้านนี้ได้เลยนะ ถ้าแกสนใจรับงานต่อเดี๋ยวพี่สาวฉันจัดการให้" 

"ฝากขอบคุณพี่ขิมด้วยนะขวัญ ที่จริงจากนี้ฉันก็ต้องใช้ตังค์อยู่เหมือนกัน เอาเป็นว่าฉันจะเก็บข้อเสนอของพี่ขิมไปพิจารณา" 

"ดีจ้ะ ถ่ายแบบไม่กี่ครั้งรับเงินเป็นแสนๆ ถ้าฉันเบ้าหน้าเหมือนแก มีอูมๆ เหมือนแก คอยดูเถอะ แม่จะเป็นคนที่สวยและรวยมาก" 

"จ้ะ แม่คนสวย" ไอติมหยอกเย้า พลอยทำให้คนที่กำลังถูกหยอกระบายเสียงหัวเราะออกมาเบาๆ

ส้มตำรสเด็ดและไก่ย่างพร้อมทั้งข้าวเหนียวร้อนๆ ถูกนำมาเสิร์ฟ ความที่บรรยากาศมันได้ อาหารก็ช่างยั่วน้ำลาย

ไอติมล้วงโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋า ความว่างเปล่าบนหน้าจอโทรศัพท์ทำหญิงสาวใจหายเล็กน้อย

แต่จริงๆ แล้วมันก็ไม่ได้แปลกหรอกที่ทุกอย่างมันจะเป็นแบบนี้ แม้เธอจะเผลอคาดหวังอะไร แต่สุดท้ายก็ต้องกลับมาคิดใหม่ สิ่งที่เธอคิดมันไม่มีวันเป็นจริง

"ไอ พี่ขิมไลน์มาบอกว่าจะโปรโมตงานวันนี้หน่อย ขอแท็กเฟซบุ๊กแกได้ปะ" 

"ได้สิ ไม่มีปัญหา" ไอติมตอบกลับมาทันที แน่นอนว่าเธอไม่มีปัญหาอะไรทั้งนั้น ทุกอย่างมันคือการทำงาน อวดเนื้อหนังมังสาบ้าง แต่เบื้องหลังคือเธอทำงานแลกเงินเพื่อนำมาใช้รักษาผู้ชายที่เธอรักจนหมดหัวใจ

i-tim ถูกแท็ก

[อัปโหลด 1 รูปภาพ]

1992 Like  

855 Comment 

119 Share 

'อ๊ายยยยย สวยมาก'

'แซ่บ! ไม่ไหวแล้ว'

'นี่ผิวคนหรือหลอดนีออน จะขาวไปไหนครับ'

'น้ำลายไหล สวยมากครับ'

'โห!! นี่แม่ของลูกชัดๆ'

"...ฉันกินข้าวอยู่ภู" ไอติมจำต้องกดรับสายคนที่พยายามโทร พร้อมทั้งกระแทกลมหายใจออกมาหนักๆ

ภาพลงได้ไม่กี่นาทีเท่านั้น ไลก์เกินคาด คอมเมนต์เพียบ แม้กระทั่งคนแชร์ก็เช่นกัน ไม่แค่นั้น มีใครบางคนพยายามโทรหาเธอ แม้เธอจะเลี่ยงการรับสายมาถึงสามครั้งแล้วก็ตาม

[ ชุดแบบนั้นควรมีคนอื่นเห็นเหรอไอ! ] เสียงทางปลายสายดูเกรี้ยวกราดฉิบหาย

โมโห ไม่พอใจ แล้วทำไมมันต้องรู้สึกแบบนั้น! 

"นั่นมันเป็นแค่ส่วนหนึ่งของการทำงาน และตอนนี้ฉันก็กินข้าวอยู่" 

[ เหอะ! ดูชิวเกินไปปะ ต้องให้แฮ็กรหัสเฟซเพื่อลบปะ? ] เสียงของคนในสายส่งผลให้ไอติมหยัดตัวลุกจากเก้าอี้ก่อนจะเดินออกมาจากร้านอาหารทันที

รู้ว่าในตอนนี้ภูพิงค์กำลังไม่พอใจ แต่เขาไม่มีสิทธิ์มาทำแบบนี้ มันมากเกินไป

"เลิกบ้าได้ไหมภู มีสิทธิ์อะไรมาทำแบบนั้น จำได้ว่าฉันไม่เคยล้ำเส้นอะไรนาย นายเองก็ไม่ควรล้ำเส้นฉันเหมือนกันไม่ใช่เหรอ?"

[ เหอะ! มีความสุขกับการถ่ายชุดชั้นในอวดสายตาคนทั้งโลกงั้นเหรอวะ ไม่หวง ใครจะเห็นก็ได้แบบนั้นใช่ปะ ]

"ฟังนะภู ฉันจำเป็นต้อง..." 

[ ถึงว่า แม้จะคบกันแบบไม่มีสถานะ เธอยังไม่คิดที่จะเรียกร้องอะไรเลย แบบนั้นสินะเลยไม่เคยหวงตัว ] 

"อยากคิดว่าฉันเป็นคนแบบนั้น อยากคิดว่าคนอย่างฉันมันง่าย ก็ได้นะภู นายจะคิดแบบนั้นก็ได้ และรู้เอาไว้ด้วยว่าความคิดของนายมันกำลังทำให้ฉันเปลี่ยนใจ ความสัมพันธ์ที่มันไร้สถานะ พอกันที!" 

-----

เออ เอาสิ ยังจะมีอารมณ์มาหัวร้อนอีกไหม!

บทก่อนหน้า
บทถัดไป