บทที่ 7 7
[ นี่สนุกมากปะ เลิกยั่วโมโหได้ไหมวะ! ]
"อย่ามาตะคอกนะภู อย่ามาขึ้นเสียง นายไม่มีสิทธิ์มาใช้น้ำเสียงแบบนี้กับฉันด้วยซ้ำ ฉันเป็นผู้หญิงปะ คิดว่าควรรับได้กับคำพูดที่มันเฮงซวยแบบนั้นรึไง"
[ กลับมาคุยกันดิ หรือไม่ก็บอกมาว่าอยู่ไหนแล้วฉันจะเป็นคนไปหาเธอเอง ]
"จะคุยทั้งที่อารมณ์แบบนี้นี่นะ เอาไว้ก่อนดีว่าปะ"
[ แล้วแต่นะไอ ถ้าไม่อยากคุยก็ไม่ต้องคุย ] ไอติมกระชากโทรศัพท์ออกจากหูทันที
ที่ผ่านมาภูพิงค์ไม่เคยเป็นแบบนี้ ไม่เคยหัวรุนแรง ไม่เคยโมโหหรือเกรี้ยวกราดเท่านี้มาก่อนเลย!
"เป็นไรปะ" ของขวัญรีบถามทันทีที่เพื่อนรักเดินกลับมาที่โต๊ะอีกครั้ง ไอติมยิ้มบางก่อนจะหย่อนสะโพกลงนั่งที่เดิม
"ช่างเถอะ ไม่มีอะไรหรอก เรื่องไร้สาระ"
"คนนั้นปะ?"
"อืม หมอนั่นชื่อภูพิงค์ ระหว่างฉันกับหมอนั่นไม่มีความสัมพันธ์อื่นหรอก เราเป็นแค่เพื่อนกัน"
"เพื่อนเขาหวงกันแบบนั้นด้วยเหรอไอ"
"คงเป็นนิสัยของพวกผู้ชายแหละ" แค่หวงของที่เคยได้ก็เท่านั้นเอง ไอติมต่อประโยคหลังในใจ สุดท้ายก็เลือกที่จะฝืนยิ้มออกมา
"เราควรกินข้าวปะ เท่านี้ชีวิตฉันมันก็เหนื่อยแล้วอ่ะ ขอสู้เพื่อพ่อก่อนนะ เรื่องอื่นค่อยว่ากัน"
"เคๆ กินเยอะๆ ล่ะ กินให้หมด หมดแล้วสั่งใหม่ ข้าวเนี่ยฉันเลี้ยงแกเองก็ได้"
"ใจดีจัง"
"ก็รู้แหละว่าพักนี้เพื่อนฉันอาจจะประหยัดหน่อย เก็บเงินไว้รักษาพ่อ เอาเถอะ ฉันเข้าใจ"
"เพื่อนก็ดีขนาดนี้ ฉันไม่จำเป็นต้องมีผัวเลยว่าไหม"
"จ้ะ อย่ามีให้เห็นก็แล้วกันนะจ๊ะ" ไอติมระบายรอยยิ้มกว้าง ช่างเถอะ แม้เรื่องบางเรื่องมันจะเฮงซวยไปบ้าง แต่อย่างน้อยคนอย่างไอติมก็มีเพื่อนดีก็แล้วกัน
อีกด้าน
"อันดา มองหน้าอา อยากให้อาอุ้มล่ะสิ" ภูพิงค์หยอกล้อหลานสาวอย่างอันดา ขณะที่อุ้มองศา หลานชายอีกคนที่เป็นฝาแฝดกันไว้แนบอก
เวลาบ่ายสามที่หนุ่มหล่อกลับเข้าบ้านสร้างความแปลกใจให้คนในบ้านอยู่ไม่น้อย
เฮียภูมิ ภูมิรพี พี่ชายคนโตของบ้านกำลังนั่งเคลียร์เอกสารอยู่บนโซฟากลางบ้าน ช่วงนี้เขาเห่อลูกหนักบริษัทแทบไม่ไปเหยียบ ขณะที่ข้างกายของภูมิรพีตอนนี้มีเจ้รัก หรือเปี่ยมรัก ผู้เป็นภรรยาที่คอยตรวจสอบงานให้อีกรอบเพื่อความถูกต้องแบบที่หาที่ติไม่ได้
คู่นี้เขาช่างเข้ากันได้ดีเหลือเกิน!
ในอีกมุมของบ้านมีเฮียภพ ภพนิพิฐ พี่ชายอีกคนของเขาที่นั่งเขี่ยไอแพดอย่างสบายใจ
คนรอบตัวของเขามีสีหน้าที่สดใส แล้วทำไมเขาต้องมานั่งหน้านิ่วคิ้วขมวดแบบนี้วะ!
"แซะหลานเหรอภู อะไรเนี่ยเรา" เบญญา ผู้เป็นมารดาของเขาร้องถาม อันดาเลยเลิกสนใจใบหน้าบึ้งตึงของอาภู จากนั้นก็หันมายิ้มให้คุณย่าแทน
"อารมณ์เสียจากอะไรมาวะ มิน่าล่ะวันนี้โผล่หัวเข้าบ้านตั้งแต่หัววัน"
"ควรทำงานตัวเองไปปะ ภูอยากคุยกับหลานมากกว่าคุยกับเฮียนะ"
"อ้าว อะไรของมันวะ พาลเฉย"
"เฮียภพน่ะอยู่เฉยๆ หลานรำคาญ"
"แอะ~"
"นั่นไงเห็นปะ บอกแล้วว่าหลานรำคาญ อื้ออ!" ภูพิงค์ตีหน้ายุ่ง เมื่อกำปั้นเล็กๆ ดุนดันเข้ากับปากของผู้เป็นอาทันทีที่เขาว่าจบ องศาทำหน้าบึ้ง แก้มป่อง เสมือนว่าเด็กน้อยกำลังปิดปากผู้เป็นอาที่พูดจาไม่เพราะออกมา
"เหอะ ขนาดหลานยังรู้ปะว่าอาภูน่ารำคาญ"
"ไรอ่ะ องศารำคาญอาด้วยเหรอครับ" คนถูกถามกระพริบตาปริบๆ ใบหน้าของอาภูละม้ายคล้ายคลึงกับผู้เป็นแด๊ดดี้มากๆ ทุกวันคนตัวเล็กก็เล่นด้วยอยู่หรอก
แต่เหมือนว่าวันนี้อาภูจะเอาความอารมณ์เสียมาติดหลาน
"อันดาครับ องศาหน้าบึ้งใส่อาแหนะ" คนตัวโตหันไปฟ้องหลานสาวบ้าง อันดาขมวดคิ้วยุ่ง แต่ถึงอย่างนั้นก็ยกมือเล็กขึ้นมาลูบใบหน้าหล่อเหลาอย่างอ่อนโยน
ภูพิงค์กดจมูกโด่ง สูดดมกลิ่นหอมของเสื้อผ้าและแป้งเด็กจากหลานสาวคนสวย ในยามที่ผู้เป็นอาซุกใบหน้าเข้ากับท้องเล็กๆ เสียงหัวเราะเอิ๊กอ๊ากก็ดังเล็ดลอดออกมา
"เอิ๊ก~"
"ได้ยินเสียงหัวเราะแล้ว สำหรับอาไม่มีใครสวยสู้อันดาได้หรอก สักคนก็ไม่มี"
"คิก~" อันดาหัวเราะคิกคักอย่างชอบใจ เสมือนเด็กน้อยกำลังฟังออกว่าผู้เป็นอากำลังสื่อสารถึงเรื่องอะไร องศาไม่ยอมน้อยหน้า รีบโน้มตัวเข้ามายีหน้าหล่อๆ ของอา จิ้มรูจมูกบ้าง จิ้มตาบ้าง ปากบ้าง ยิ่งอาภูเปล่งเสียงร้องมากเท่าไหร่เด็กน้อยทั้งสองก็ยิ่งจู่โจม
"คุณย่าช่วยด้วย นิ้วอันดาแหย่ตาอาภู" เสียงหยอกหลานของภูพิงค์เรียกสายตาของใครต่อใครให้หันมอง
หยอกหลานก็ได้ เล่นกับหลานก็ได้ เลี้ยงทั้งวันก็คงได้ แต่สิ่งที่ในตอนนี้ภูพิงค์ทำไม่ได้ เห็นจะเป็นการสลัดภาพใครบางคนออกจากหัว
มันเป็นสิ่งที่ทำโคตรยากเลย!
"...เหม็นว่ะ ไปไกลๆ ดิ" ควันขาวคลุ้งจากปากน้องเล็กทำภพนิพิฐตีหน้ายุ่ง แม้แต่ภูมิรพีเองก็จับจ้องด้วยความไม่พอใจเช่นกัน
"เหม็นฉิบ ถ้าเสื้อกูมีกลิ่นบุหรี่เดี๋ยวเมียกูก็ด่า"
"เหอะ อ่อนว่ะ เดี๋ยวนี้กลัวเมียตลอด"
ผัวะ!
"เขาเรียกว่าเกรงใจ ลูกกูก็ยังเด็กอยู่ไหม" ฝ่ามือของเฮียผู้มีทายาทเป็นแฝดสองฟาดลงที่หน้าผาก ครั้นพอนึกถึงใบหน้าจิ้มลิ้มของหลาน ภูพิงค์รีบดับบุหรี่ทันทีเช่นกัน
"โทษครับ เฮียค่อยเปลี่ยนเสื้อเอาละกัน เดี๋ยวเจ้รักกับหลานๆ โกรธภู"
"เออ" ภูมิรพีขานรับในลำคอเบาๆ ตั้งแต่วินาทีที่น้องคนสุดท้องก้าวขาเข้ามาในบ้านแม้กระทั่งมื้ออาหารตอนเย็นผ่านพ้นไป ภูมิรพีสรุปได้ว่าวันนี้ไอ้แสบของบ้านแปลกไป
"เป็นอะไรของมึง วันนี้ก็ทิ้งงานแล้วหายหัวไปทั้งวัน" ภูมิรพีปรายตามองน้องชายคนกลางบ้าง
หากเรื่องที่ภพนิพิฐพูดเป็นจริง ท่าทีแปลกๆ ของไอ้แสบมันก็คงมีเหตุผลและที่มาที่ไปจริงๆ
"หงุดหงิด"
"เรื่อง?"
"ทุกเรื่องแหละ ขวางหูขวางตา อะไรมันก็ดูน่าเบื่อไปซะหมด"
"มันก็ต้องมีเหตุผลหลักๆ ปะ อยู่ดีๆ คนเรามันจะมารู้สึกขวางหูขวางตาเอาเลยแบบนั้นมันไม่ได้ปะ"
"ขี้เกียจหาเหตุผลอ่ะ เฮียๆ ปล่อยผ่านได้ปะ"
สองหนุ่มผู้ที่ศักดิ์เป็นพี่มองหน้ากัน ชักอยากรู้แล้วสิว่าเหตุผลที่ทำให้ไอ้แสบหงุดหงิดมันคืออะไร
"กินเหล้าไหม เดี๋ยวกูเปย์ ผับเดิมที่มึงเคยพากูไปก็ได้"
"เอาเวลาไปนอนกอดเมียดีกว่าไหม ภูไม่มีอารมณ์กินเหล้าอ่ะ"
"อกหัก?"
"จิ๊ ภูเพิ่งรู้ว่าเฮียภพที่ขยันทำงานก็ไร้สาระเป็นเหมือนกัน ไปหยอกหลานเถอะไป๊ อย่ามาสนใจอะไรภู"
"หึ รู้ปะ ท่าทางของมึงมันเหมือนอะไร" ภูพิงค์กดปลายลิ้นกับกระพุ้งแก้มพลางเหลือบตามองพี่ชายคนโตอีกครั้ง
"เหมือนคนอกหัก เหมือนถูกผู้หญิงทิ้ง เหมือนมึงผิดหวัง ไม่สมหวัง เหมือนมึงกำลังรักเขา"
"ไม่รักเว้ย ทำไมต้องรู้สึกแบบนั้นในเมื่อไม่ได้เป็นอะไรกัน!"
"มึงหมายถึงใคร!" ภูมิรพีและภพนิพิฐประสานเสียงถาม ทำคนที่เผลอหลุดปากรีบหยัดตัวลุกทันที
"ขึ้นบ้านดีกว่า วันนี้ภูนอนบ้านนะ ขี้เกียจขับรถ" ว่าจบ ภูพิงค์ก็เดินหนีทันที
"เห้ย เดินหนีหน้าด้านๆ แบบนี้ก็ได้เหรอวะ"
"หึ..." พี่ชายคนกลางกดยิ้มที่มุมปาก หัวเสียและอาการออกเบอร์นั้น คงต้องสืบกันหน่อยละมั้งว่าใครกันที่ทำให้ไอ้แสบเสียอาการ
เครื่องปรับอากาศภายในห้องนอนขนาดใหญ่เริ่มทำงานพร้อมกับร่างสูงโปร่งที่ทิ้งตัวลงบนเตียงกว้าง ไฟไม่เปิด แต่ก็ยังพยายามนอนมองฝ้าเพดานอยู่แบบนั้น
เอาตรงๆ เถอะ มองเห็นฝ้าที่ไหน มองเห็นเป็นหน้าตาของใครบางคนเฉยเลย!
ยอมรับว่าเขาหงุดหงิดที่เห็นภาพแบบนั้นบนหน้าจอเฟซบุ๊ก แม้เขาจะไม่เคยอัปโหลดรูปภาพ ไม่เคยโพสต์สถานะหรืออัปเดตสเตตัสใดๆ ทั้งสิ้น ก็ใช่ว่าเขาจะไม่เข้าไปดูนั่นดูนี่
ของที่เขาเคยเห็นแค่คนเดียว ใครจะไปคิด ว่าเธอจะกล้าแบ่งให้คนอื่นให้ดูเหมือนกัน
ที่เขามีความรู้สึกเหล่านั้น เหตุผลมันก็เป็นเพราะว่า เขามองและตัดสินเธอไปแล้วว่าเธอไม่เหมือนผู้หญิงคนอื่น ใครบ้างจะไม่ผิดหวังเมื่อรู้ว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาคิด แท้จริงแล้วมันผิดไป
"คนอย่างไอ้ภูคิดว่าเคยง้อใครเหรอ ไม่คุยก็ไม่คุยสิวะ ทำไมต้องง้อ ผู้หญิงรอสานสัมพันธ์กับคนอย่างไอ้ภูก็เยอะแยะปะวะ"
เด็ดขาดสิวะ! ทำให้เห็นว่าคนอย่างไอ้ภูไม่แคร์ใคร!
ครืด~ ครืด~
โทรศัพท์ที่อยู่ภายในกระเป๋ากางเกงยีนส์ส่งเสียงเรียกเข้าแทรกเข้ามา ส่งผลให้คนที่พยายามบอกตัวเองว่าต้องเด็ดขาดกระแทกลมหายใจออกมาหนักๆ
มือหนาล้วงเครื่องมือสื่อสารออกมาจากกระเป๋า หัวใจแกร่งกระตุกวูบเมื่อพบเบอร์โทรของใครบางคนปรากฏอยู่บนหน้าจอ
ไอติม!
"เหอะ!" คนตัวโตเค้นเสียงหัวเราะออกมาอย่างเย้ยหยัน ความคิดบางอย่างผุดขึ้นในหัว หนุ่มหล่อกดรับสายอย่างรวดเร็ว
"เธอเป็นคนปฏิเสธที่จะคุยกับฉันเอง เธอก็ไม่ควรโทรหาฉันในตอนที่ฉันไม่อยากคุยกับเธอแล้วนะ"
[ ภู... ]
"มันก็แล้วแต่นะ ตัวเธอนี่ เธอจะหวงหรือไม่หวงร่างกายตัวเองนั่นมันก็เป็นสิทธิ์ของเธอ"
[ อืม แค่จะมาเก็บของที่ห้องก็เลยโทรหา ถ้านายไม่สะดวกมาเปิดประตูให้ฉัน เสื้อผ้าพวกนั้นฉันฝากทิ้งด้วยละกัน ]
------
เอ๋า จะเด็ดขาดแต่ตัดพ้อเขาอย่างหนัก อิหยังว๊ะเสือภู!
