บทที่ 4 เป็นพ่อผมหรอ

"27 มีนาคม 2554"

เขาอ่านออกเสียงอย่างตั้งใจ ราวกับต้องการสลักข้อมูลนี้ลงไปในความทรงจำ ขณะเดียวกัน ภายในสมองก็เริ่มประมวลผลอย่างเงียบงัน จิ๊กซอว์บางชิ้นที่ไม่เคยคิดจะต่อกลับเริ่มเข้ามาเรียงร้อยกันทีละน้อย ๆ…

‘เกิดปี 54 หรอวะ’

ความรู้สึกคุกรุ่นไหลบ่าเข้ามาไม่หยุด 

‘แต่มันจะมากเกินไปแล้ว’ ความโมโหพุ่งขึ้นสูงจนปลายนิ้วสั่นด้วยแรงกดดันที่แทบจะปะทุออกมา เจ้าสมุทรโน้มตัวลง ตั้งใจจะหยิบบัตรประชาชนขึ้นมาดูให้ชัด แต่ทันใดนั้น เจ้าขุนกลับใช้แรงเฮือกสุดท้ายล้มตัวลงทับบัตรเอาไว้ พร้อมแนบลำตัวกับพื้น

‘อย่านะ…’ เด็กหนุ่มกัดฟันแน่นเพื่อกลั้นความเจ็บปวดที่แล่นแปลบจากข้อเท้าซึ่งแทบขยับไม่ได้แล้ว แต่เขายังเลือกจะป้องกันบัตรนั้นไว้ราวกับเป็นสมบัติล้ำค่า ไม่ยอมให้ใครแตะต้องแม้เพียงปลายเล็บ

"อยากเข้าตารางหรอ อายุแค่ 14 ริอาจมาขับมอไซค์ ใบขับขี่ยังไม่ทันจะมี ซ่าขนาดนี้เลย อยากตายก่อนแก่หรือไง"

"แล้วลุงเสือกอะไร เป็นพ่อผมหรอ แม่ผมยังไม่เคยจุ้นจ้านเรื่องของผมขนาดนี้" เสียงตอบกลับกระแทกใส่เต็มไปด้วยความยียวนผสมความท้าทาย แววตาเด็กนั่นมองตรงมาโดยไม่หลบเลี่ยง จงใจทิ่มแทงศักดิ์ศรีของเขาอย่างชัดเจน

“ไม่ได้เป็นใบ้หรอกหรอ หึ” เลือดในกายเจ้าสมุทรเดือดพล่านทันที ‘ไอ้เด็กปากหมา… กล้ามาหืออือกับกูงั้นเหรอ’ เขาหันขวับไป พร้อมตะโกนเรียกลูกน้องเสียงดังลั่นจนกลบเสียงรถที่วิ่งผ่าน

"มังกรมึงมานี่ดิ มึงเป็นบอดี้การ์ดกูหรือเป็นนายกู!"

"ขอโทษครับนาย ก็นายไม่ได้สั่ง" มังกรรีบตอบเสียงสุภาพ แม้จะรู้ดีว่าบรรยากาศตอนนี้กำลังตึงเครียดจนแทบระเบิด

"มึงมาแบกไอ้เด็กนี่ไปไว้หลังรถ"

"จะยัดเข้าไปท้ายรถยังไงครับนาย เด็กตัวสูงใหญ่ขนาดนี้" 

"กูหมายถึงเบาะหลัง! พามันไปโรงพยาบาลแล้วโทรตามตำรวจมาจับมันเดี๋ยวนี้"

"อย่ามาแตะต้องตัวผมนะ!" เจ้าขุนโพล่งขึ้นทันที น้ำเสียงแข็งกร้าวไม่แพ้กัน ดวงตาที่จ้องมากลับเต็มไปด้วยแรงดื้อดึงและการปฏิเสธอย่างชัดเจน ‘แบบนี้ต้องเรียกค่าเสียหายหนักๆ’

"เร็ว ๆ ไอ้มังกร!"

มังกรไม่เสียเวลา รีบก้าวเข้ามาคว้าจับแขนเด็กหนุ่มที่ยังดิ้นขลุกขลักอย่างต่อเนื่อง แม้จะระวังไม่ให้เพิ่มบาดเจ็บแต่แรงจับก็แน่นพอที่จะบังคับให้ลุกขึ้นจากพื้นได้ พร้อมลากไปนั่งเบาะหลังรถตามคำสั่งผู้เป็นนาย ‘เกือบสิ้นอายุขัยแล้วไอ้หนู’

ปัง! 

เสียงปิดประตูดังสะท้อนก้องในบรรยากาศตึงเครียด ก่อนเครื่องยนต์จะคำรามอย่างหนักแน่น พารถแล่นออกจากจุดเกิดเหตุด้วยความเร็ว

ณ โรงพยาบาล

"เด็กบาดเจ็บ เอาไปเอ็กซเรย์และทำแผล พร้อมติดต่อผู้ปกครองให้ด้วย" เจ้าสมุทรหันไปสั่งหมอประจำเวรด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดที่ไม่เปิดช่องให้ปฏิเสธ

"ครับคุณเจ้า" หมอประจำเวรรับคำทันที ก่อนจะขยับเตรียมพาเจ้าขุนไปยังห้องตรวจ

"นี่ครับเบอร์แม่ผม" เจ้าขุนยื่นโทรศัพท์ในมือให้เจ้าสมุทร แววตานั้นเหมือนกำลังท้าทายให้รับไว้ ‘รับไปเร็วๆดิลุง ลีลาอยู่ได้’

"เอามาให้ฉันทำไม นู่น เอาให้หมอคนนั้นสิโง่รึไงเนี่ย"

"ไม่ให้! ถ้าลุงไม่เอา คนอื่นผมก็ไม่ให้" เด็กหนุ่มรีบดึงมือกลับฉับพลัน พร้อมเก็บโทรศัพท์แนบอกเหมือนปกป้องของสำคัญ ไม่ยอมให้ใครแตะต้องอีก

"ทำไม? นี่นายคิดว่าแม่นายมีอำนาจมากพอจะมาจัดการเอาผิดฉันรึไง แล้วนี่ไม่รู้กฎหมายใช่ไหม ถึงไม่รู้ว่าตัวเองผิด" เจ้าสมุทรก้าวเข้าใกล้เพียงครึ่งก้าว จ้องตาตรง น้ำเสียงเข้มกดต่ำ

"นายครับ อย่าตะคอกสิ เด็กมันกลัวจนหัวหดแล้ว" มังกร บอดี้การ์ดคนสนิทเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสุภาพ เพื่อพยายามลดแรงปะทะระหว่างทั้งสอง

"มึงดูยังไงว่าไอ้เด็กนี่มันกลัว มันกร่างนะสิไม่ว่า" เจ้าสมุทรตอกกลับทันควัน ดวงตาคมยังจับจ้องไม่วาง เพราะในสายตาของเจ้าขุนไม่มีแม้แต่เงาความหวาดหวั่น มีเพียงประกายท้าทายที่เขาคุ้นตาเกินไป… ‘ทำไมแววตานี่มันถึงทำให้กูนึกถึงยัยนั่นอีกวะ’

"ลุงจะโทรหาแม่ผมหรือไม่โทร จะเอายังไง ยังไงผมก็เป็นผู้เยาว์ และตัวผมเองก็บาดเจ็บ ลุงต้องรับผิดชอบ!" เจ้าขุนโต้กลับด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ไม่ยอมถอยแม้เพียงก้าวเดียว

"ไอ้เด็กเวร เก่งจริง มึงก็โทรเรียกแม่มึงมาเองดิ จะให้กูโทรทำไมวะ"

"อย่ามาหยาบคายกับผมนะลุง มาขึ้นกูขึ้นมึง สนิทกับผมหรอ" น้ำเสียงของเจ้าขุนเจือทั้งความเย้ยหยันและแรงท้าทาย กลิ่นอายการยั่วยุแผ่ชัดราวกับตั้งใจจี้เส้นประสาทให้เขาเดือดขึ้นทีละวินาที

‘กวนส้นตีนจังวะไอ้เด็กนี่ น่ารำคาญ’

เจ้าสมุทรหรี่ตาลงเล็กน้อย แววตาวาวโรจน์ด้วยโทสะ เส้นเลือดข้างขมับเต้นตุบ ๆ ก่อนจะพุ่งมือเข้าไปกระชากโทรศัพท์จากมือเด็กหนุ่มอย่างฉับพลัน การเคลื่อนไหวเร็วและแม่นยำจนอีกฝ่ายตั้งตัวไม่ทัน ปลายนิ้วใหญ่หมุนเครื่องเข้าหาตัวทันที และชื่อที่โชว์เด่นบนหน้าจอก็ปรากฏชัดแก่สายตา

‘คุณแม่คนสวยของเจ้า’

ริมฝีปากหยักกระตุกยิ้มเย็นดั่งคนกำลังขบขันในความน่าขันของอีกฝ่าย ‘คุณแม่คนสวย… ไอ้ลูกแหง่ สวยแค่ไหนกัน กูล่ะอยากรู้จริง ๆ สวยแต่ไร้สมอง ไม่อบรมสั่งสอนลูก ปล่อยให้โตมาเป็นภาระสังคม… ฮึ! น่าขำฉิบหาย’

แต่สิ่งที่เอ่ยออกไปกลับเป็นน้ำเสียงต่ำเข้ม แฝงแรงกดดันจนบรรยากาศในห้องตรวจเหมือนถูกบีบให้หนักอึ้งลงเรื่อย ๆ

"ถ้าฉันโทรหาแม่นาย นายแน่ใจนะว่าแม่นายจะไม่เดือดร้อนเพราะความเกเรของนาย"

บทก่อนหน้า
บทถัดไป