บทที่ 5 พ่อตาย! ไปแล้ว
"ถ้าฉันโทรหาแม่นาย นายแน่ใจนะว่าแม่นายจะไม่เดือดร้อนเพราะความเกเรของนาย"
"ไม่ต้องห่วงครับ แม่ผมมีความคิดพอ แม่รู้ดีว่าอะไรถูก! อะไรผิด!" เจ้าขุนเน้นคำว่า ผิด ชัดถ้อยชัดคำ จงใจให้มันกระแทกเข้ากลางอกคนตรงหน้า แววตาที่มองมานั้นเต็มไปด้วยความกวนตีนขั้นสุด
"อ๋อหรอ…" เจ้าสมุทรหัวเราะในลำคอเบา ๆ แต่แฝงความหมั่นไส้เต็มพิกัด ก่อนจะเลื่อนสายตากลับไปที่ชื่อบนหน้าจออีกครั้ง และกดเบอร์และโทรออกโดยไม่เสียเวลาคิด
ตู๊ด… ตู๊ด…
สัญญาณรอสายดังเพียงสองครั้ง เสียงปลายสายก็ตอบรับทันที เสียงผู้หญิงเสียงที่เขาไม่ได้ยินมานานกว่าทศวรรษ และเป็นเสียงที่เขาไม่คิดว่าจะได้ยินอีกในชีวิต
"ฮัลโหล… ใครคะ คุณครูฝ่ายปกครองที่โรงเรียนใช่ไหมคะ" เสียงน่านฝันดังขึ้นจากปลายสาย ดังชัดเจนว่ามีความเร่งรีบปนความระแวดระวัง ราวกับทำใจไว้แล้วว่าลูกชายต้องก่อเรื่องอีกครั้งแน่
‘ยัยนั่นหรอ เป็นไปไม่ได้ ไม่มีทาง ให้ตายเถอะเวลานี้ยังจะนึกถึงยัยบ้านั่นอีก’
ทันทีที่เจ้าสมุทรได้ยิน เสี้ยววินาทีแรกหัวใจเขากระตุกแรงอย่างควบคุมไม่อยู่ แววตาคมกริบเมื่อครู่พลันมีประกายแดงวาวคล้ายกำลังฝืนกดบางสิ่งเอาไว้ในใจ
‘แม่ง! ทำไม…เสียงของคนแปลกหน้าถึงทำให้กูปวดใจขนาดนี้วะ’ ความรู้สึกหนักหน่วงถาโถมเข้ามาโดยไม่ทันตั้งตัว จนหายใจติดขัด
"ฮัลโหลค่ะ ได้ยินไหมคะ" เสียงนั้นเอ่ยซ้ำ จนดึงเขากลับมาจากภวังค์
"ได้ยินแล้ว จะตะโกนทำไมวะ เสียงน่ารำคาญฉิบหาย… หุบปากดิ!" น้ำเสียงห้วนตัดบททันที เย็นชาจนบรรยากาศรอบตัวเหมือนหยุดนิ่ง
ฝั่งปลายสายเงียบไปชั่วครู่ ก่อนจะโต้กลับอย่างดุเดือดโดยไม่ลดน้ำเสียงแม้แต่น้อย
"อ้าว แล้วคุณโทรมาทำเหี้ยอะไรคะ โทรมาแล้วก็เงียบ ไอ้มิจฉาชีพ! ชีวิตมึงมันสมควรพังพินาศ ไม่มีอะไรทำหรือไงถึงได้โทรมาหลอกคนอื่นแบบนี้ ว่างมากก็ไปหาอาชีพสุจริตทำโน่น!" น้ำเสียงของน่านฝันพุ่งรัวไม่เว้นจังหวะหายใจ คำต่อคำเต็มไปด้วยความกร้าวร้าวและความโกรธที่ไม่คิดเก็บงำ
เจ้าสมุทรหัวเราะเย็นในลำคอ พลางเหลือบตามองเด็กชายบนเตียงคนไข้
"ไอ้เด็กเวร พูดกับแม่นายสิ… ไม่แปลกใจเลยที่นายโตมาเป็นตัวปัญหาแบบนี้ เพราะแม่นายเองก็ใช่ย่อย… พ่อนายคงจะปวดใจน่าดู"
"พ่อผม ตาย! ไปแล้วครับ" เจ้าขุนเน้นคำว่า ตาย หนักแน่นชัดถ้อย ราวกับใช้มันฟาดใส่หน้าอีกฝ่ายโดยตรง จากนั้นก็พุ่งมือมาคว้าโทรศัพท์กลับไปจากมือเขาอย่างไม่ใยดี
"ฮัลโหล แม่ครับ" น้ำเสียงเด็กหนุ่มเปลี่ยนไปทันทีจากแข็งกระด้างเป็นอ่อนโยน อ้อนออเซาะราวกับคนละคน เมื่อปลายสายรู้ว่าเป็นเขา
"ขุน… ขุนเหรอลูก เกิดอะไรขึ้นลูก" เสียงน่านฝันยังคงเต็มไปด้วยความร้อนรนและความห่วงใยที่ชัดเจน จนแม้แต่คนฟังที่ไม่ใช่เจ้าของสายก็รับรู้ได้ถึงความเป็นห่วง
เจ้าสมุทรยืนนิ่งอยู่ข้างเตียง ดวงตาคมกริบไม่ละไปจากเด็กหนุ่มที่กำโทรศัพท์ไว้แน่นในมือ ราวกับคอยจับผิดทุกคำที่อีกฝ่ายพูด
"แม่ครับ ขุนโดนคนแก่สมองกลับขับรถชน ตอนนี้ขุนอยู่โรงพยาบาล แม่ลางานมาหาขุนหน่อยได้ไหม… ขุนกลัว ลุงคนนี้น่ากลัวมากครับแม่" น้ำเสียงเจ้าขุนแม้จะออดอ้อน แต่กลับสอดไส้ความยียวนอย่างจงใจ เห็นได้ชัดว่าต้องการยั่วยุให้คนที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ให้เดือดพล่าน
"เขาทำอะไรลูก? เขาขับรถชนลูกแล้วข่มขู่ลูกเหรอ" น่านฝันถามด้วยน้ำเสียงร้อนรนทันที
"พูดให้ดีนะ ไอ้เด็กบ้า! นายมาเบรกกะทันหันกลางทางด่วน ใครมันจะไปหยุดรถทัน" เจ้าสมุทรสวนกลับทันควัน แต่เสียงนั้นไม่ลอดเข้าไปในสายแม้แต่นิด เพราะเจ้าขุนใช้ฝ่ามืออีกข้างปิดไมค์โทรศัพท์เอาไว้แน่น ‘คนแก่บ้าน้ำลายพูดให้ตายแม่ก็ไม่ได้ยิน’
"เอามานี่ดิ"
“ไม่”
“นี่มันมือถือฉันนะ บอกให้เอามานี่ไงไอ้เด็กไร้มารยาท”
ร่างสูงใหญ่กับร่างสูงโปร่งยื้อแย่งโทรศัพท์กันอย่างเอาเป็นเอาตาย แรงดึงและแรงต้านไม่มีใครยอมลดละ ท่ามกลางสายตาหนักใจของมังกรและหมอเวรที่ยืนรอทำแผลอยู่ แต่ไม่มีใครกล้าเอ่ยปากห้าม เพราะทุกคนรู้ดีว่าผู้ชายที่ยืนอยู่ตรงหน้านี้คือเจ้าของโรงพยาบาล ถ้าเผลอทำให้ไม่พอใจขึ้นมา อาจโดนไล่ออกกันยกแผง
ท้ายที่สุด เจ้าสมุทรใช้แรงเหนือกว่าดึงโทรศัพท์ออกมาจากมือเด็กหนุ่มได้สำเร็จ
"นี่เธอ… มาเอาลูกเธอไปเก็บที ก่อนฉันจะสั่งเก็บมัน" เสียงห้วนเย็นเอ่ยใส่ปลายสายชัดถ้อยชัดคำ ก่อนจะกดวางทันที จากนั้นปลายนิ้วก็กดส่งพิกัดโรงพยาบาลไปให้โดยไม่รอคำตอบ
"นี่ลุง!" เสียงเจ้าขุนดังขึ้นทันควัน
"เรียกหาพ่อมึงเหรอ" เจ้าสมุทรปรายตามองตอบกลับด้วยแววตาเอือมระอา
"เรียกหาพ่อลุงมั้ง!" เด็กหนุ่มสวนกลับทันที ริมฝีปากกระตุกยิ้มกวนเต็มแรง
“ปากดีนะไอ้เด็กเวรนี่” เจ้าสมุทรพูดเย้ยหยัน ขณะคิ้วเข้มกระตุกเล็กน้อยเพราะความหงุดหงิด
"ก็คงปากดีพอ ๆ กับลุงนั่นแหละ!" เจ้าขุนแหวกลับทันควัน น้ำเสียงยังคงแข็งกร้าวไม่ลดราวาศอกแม้แต่นิดเดียว
"แม่มึงสอนมาสินะ ไอ้นิสัยก้าวร้าวกับผู้ใหญ่แบบนี้"
"แล้วพ่อลุงสอนมาหรอ ไอ้นิสัยกร่างไปทั่วแบบนี้"
คำพูดนั้นเหมือนเหล็กร้อนจี้เข้ากลางใจ เจ้าสมุทรโทสะพุ่งสูงจนเส้นเลือดข้างขมับปูดขึ้นชัด เขายกมือขวากำแน่น ก่อนจะพุ่งไปบีบใบหน้าของเจ้าขุนเต็มแรง ขณะที่ฝ่ามือกดกรามบังคับให้เด็กหนุ่มเงยหน้าขึ้นสบตาอย่างเลี่ยงไม่ได้
"พูดอีกทีดิ! พูด!" น้ำเสียงต่ำชิดฟัน บีบทุกพยางค์ให้กระแทกลงกลางอกคู่กรณี
เจ้าขุนมองตอบด้วยสายตาแน่วแน่ไร้ความหวาดหวั่น แม้ริมฝีปากจะถูกบีบจนขยับยาก เขาก็ยังพ่นคำออกมาอย่างยากลำบาก เสียงอู้อี้แต่ชัดพอให้ได้ยิน
"เคยอยากมีพ่อมาตลอด 15 ปี พอได้เจอพ่อวันนี้… ไม่มีจะดีกว่า"
