บทที่ 6 เลขาหน้าห้อง

"เคยอยากมีพ่อมาตลอด 15 ปี พอได้เจอพ่อวันนี้… ไม่มีจะดีกว่า"

"มึงพูดว่าไงนะ ปากพูดดี ๆ ไม่ได้รึไง" เจ้าสมุทรสบถ เสียงเต็มไปด้วยโทสะ แต่กลับไม่ยอมลดแรงบีบแม้แต่น้อย

มังกรที่ยืนมองอยู่ทนไม่ไหว ก้าวเข้ามาหนึ่งก้าวพร้อมเอ่ยเสียงหนักแน่น "นายครับ… นั่นเด็กนะครับ ปล่อยเด็กมันไปเถอะ"

"มึงอยากโดนไล่ออกหรอไอ้มังกร!" เจ้าสมุทรตวาดลั่น เสียงดุดันก้องไปทั่วห้อง จนหมอเวรที่กำลังจัดอุปกรณ์ต้องชะงักมือกลางอากาศ

เจ้าขุนฉวยจังหวะนั้นพูดเสียงอู้อี้ แต่หนักแน่นในทุกคำ "คนแบบนี้… อย่าว่าแต่เป็นพ่อเลย ต่อให้อยากกลับมาเป็นผัวแม่ ผมก็จะขัดขวางให้ถึงที่สุด!"

คำพูดนั้นเหมือนตบหน้ากลับด้วยฝ่ามือเปล่า ๆ

"มึงพูดเหี้ยไรไอ้เด็กเวร! มึงพูดว่ากูอยากเป็นผัวแม่มึงหรอ!" เจ้าสมุทรกัดฟันกรอด ดวงตาลุกโชนด้วยโทสะ 

"แม่มึงคงสวยมากมั้ง" เสียงเย้ยหยันเล็ดลอดออกมาอย่างจงใจ

"สวย! สวยมาก ต่อให้ลุงเกิดอีกสิบชาติก็หาเมียสวยเท่าแม่ผมไม่ได้หรอก!" เจ้าขุนตอกกลับอย่างไม่เกรงกลัว ดวงตายังคงจ้องตรงไม่หลบเลี่ยง

เจ้าสมุทรหัวเราะในลำคอ "จิ๊… กูล่ะอยากเห็นหน้าแม่มึงซะจริง สาบานให้ตายกูก็ไม่มีทางอยากได้ผู้หญิงอย่างแม่มึงมาทำเมีย"

"สาธุ! ขอให้สมพรปากนะลุง" เด็กหนุ่มยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย แววตาวาววับเต็มไปด้วยการท้าทาย 

บรรยากาศในห้องหนาแน่นด้วยความตึงเครียดจนไม่มีใครกล้าขยับหรือหายใจแรง แม้เพียงวินาทีเดียวก็เหมือนทั้งสองพร้อมจะปะทุใส่กันได้ทุกเมื่อ

ติ่ง!

ข้อความแจ้งเตือนปรากฏขึ้นบนหน้าจอโทรศัพท์ของน่านฝัน

ตึกอุบัติเหตุและฉุกเฉิน โรงพยาบาลเจ้าสมุทร

พร้อมพิกัดที่คนปริศนาปากเสียส่งมาให้น่านฝัน

เพียงแค่สายตาไล่ผ่านชื่อโรงพยาบาล หัวใจของเธอก็เหมือนถูกบีบแน่น จังหวะหายใจติดขัดทันที ความรู้สึกตึงเครียดแล่นวาบขึ้นทั่วร่าง เพราะนั่นคือสถานที่ที่เธอหลีกเลี่ยงมาตลอดสองเดือนนับตั้งแต่กลับมาเหยียบแผ่นดินไทย เธอไม่เคยเฉียดเข้าไป ไม่แม้แต่จะเหลือบมองจากอีกฝั่งของถนน เพราะเธอรู้ดีว่า ‘เขา’ คนคนนั้นยังอยู่ที่นั่น

เพียงแค่คิดว่าอาจต้องเผชิญหน้า ภาพจากวันเก่าก็ผุดขึ้นในหัวอย่างฉับพลัน ความทรงจำที่เธอพยายามกดทับไว้กำลังจะปะทุขึ้นมาอีกครั้ง

แต่ครั้งนี้… ไม่ไปไม่ได้ เพราะลูกชายเธออยู่ที่นั่น!

‘ช่างมันเถอะ เราคงไม่โชคร้ายขนาดนั้น’

น่านฝันเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋า หยิบกระเป๋าสะพายขึ้นมาคล้องไหล่ แล้วก้าวฉับออกจากห้องทำงานโดยไม่สนใจสายตาของพนักงานคนอื่นที่หันมามอง การก้าวเดินของเธอเร็วขึ้นเรื่อย ๆ จนเกือบจะกลายเป็นวิ่ง และทันทีที่เท้าก้าวพ้นประตูด้านหน้า เสียงคุ้นเคยก็ดังขึ้นจากด้านหลัง

"คุณฝันจะไปไหนครับ"

เสียงของมานบ ประธานบริษัทนำเข้าเครื่องมือทางการแพทย์รายใหญ่ ผู้เป็นถึงเจ้านายหนุ่มรูปหล่อเอ่ยถาม น้ำเสียงแฝงความห่วงใยอย่างชัดเจน

‘มีเลขาสวย ๆ แบบนี้มันต้องได้อยู่ด้วยกันทั้งวันทั้งคืนสิ’ มานบคิดในใจอย่างหื่นกระหาย

มานบเป็นชายหนุ่มบุคลิกสุขุม ใบหน้าคมเฉียบในชุดสูทเนี๊ยบสมฐานะ มีภรรยาสวยระดับนางแบบ และชีวิตแต่งงานที่คนภายนอกมองว่าสมบูรณ์แบบไร้รอยด่างพร้อย 

ส่วนเธอ… เป็นเพียงเลขาหน้าห้องที่จบเพียง ม.6 แต่ด้วยความสามารถด้านภาษาและประสบการณ์การประสานงานจากการใช้ชีวิตในต่างประเทศ ทำให้เธอได้รับโอกาสเข้ามาทำงานใกล้ชิดกับเขา

"เอ่อ…คือลูกชายดิฉันโดนรถชนค่ะ ฉันแจ้งลากิจกับหัวหน้าฝ่ายแล้วค่ะ" น่านฝันตอบเสียงสั้น ฝีเท้าชะลอลงเพียงพอให้เอ่ยคำตอบ แต่สายตายังหันไปทางลานจอดรถ

"เดี๋ยวผมไปส่ง" มานบเอ่ยทันที น้ำเสียงและสีหน้าของเขาเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เขาก้าวเข้ามาใกล้เพื่อไม่ให้เธอปฏิเสธได้ง่าย ๆ

"ไม่รบกวนดีกว่าค่ะ" น่านฝันรีบปฏิเสธ น้ำเสียงยังสุภาพแต่ชัดเจนว่าเธออยากไปด้วยตัวเอง

"รีบขึ้นรถมาเถอะ" น้ำเสียงของเขาเข้มขึ้นกลายเป็นกึ่งคำสั่ง ขณะร่างสูงเอี้ยวไปกดรีโมทเปิดประตูรถที่จอดอยู่ใกล้

"ไม่เป็นไรค่ะ"

น่านฝันเอ่ยจบก็โค้งเล็กน้อยตามมารยาท ก่อนหมุนตัวออกวิ่งจากลานจอดรถโดยไม่หันกลับไปมอง 

เธอมุ่งตรงไปยืนริมถนน สายตากวาดมองซ้ายขวาเพื่อมองหาแท็กซี่ ใจร้อนรุ่มราวกับไฟลุก ความคิดวนเวียนซ้ำไปมาลูกชายโดนรถชน และจากน้ำเสียงในสาย คนที่ชนดูท่าพร้อมจะใช้ความรุนแรงอีก… ใครกันจะไม่เป็นห่วงได้ลงคอ

‘บริษัทก็หรู แต่ทำไมวันร้อนใจแบบนี้ไม่มีแท็กซี่ผ่านมาเลยนะ เรียกรถก็ไม่มีคนรับ’

แม้เวลาจะผ่านไปเพียงสองนาที แต่กลับรู้สึกเหมือนยืดยาวเป็นชั่วโมง มือข้างหนึ่งกำโทรศัพท์ไว้แน่น ขณะพยายามเพ่งมองหารถว่างบนถนนที่จราจรหนาแน่น

 ปี๊ด! ปี๊ด!

เสียงแตรรถดังขึ้นแทรกความคิด

"ขึ้นมาเถอะ ผมไปส่ง" เสียงทุ้มของมานบดังลอดออกมาจากรถหรูที่ขับมาจอดเทียบข้างเธอ

"เดี๋ยวแท็กซี่ก็มาแล้วค่ะ" น่านฝันยังคงพยายามปฏิเสธ แม้ในใจจะเริ่มลังเล

"คุณแน่ใจนะว่าลูกคุณรอได้?" น้ำเสียงของเขานิ่งเรียบ แต่แฝงแรงกดดันบางอย่างที่ทำให้เธอเผลอเม้มปากแน่น

หัวใจเต้นถี่ด้วยความร้อนรน… สุดท้ายเธอก็เปิดประตูเข้าไปนั่งในรถ 

ความร้อนใจมีมากกว่าความเกรงใจในสถานการณ์นี้

"ก็แค่นี้… ลูกคุณอยู่ที่ไหน" มานบเอ่ยพลางเหยียบคันเร่ง พารถแล่นออกทันที

"โรงพยาบาลเจ้าสมุทรค่ะ"

บทก่อนหน้า
บทถัดไป