บทที่ 8 ฉันไม่ใช่เมียน้อยใคร!
"อย่ามามีเรื่องกันที่นี่!" น้ำเสียงทุ้มต่ำของเจ้าสมุทรดังขึ้นชัดเจน เย็นเฉียบและกดต่ำพอให้รู้ว่าความหงุดหงิดกำลังซ่อนอยู่ในทุกถ้อยคำ สายตาคมที่ตวัดผ่านพัชชาไปนั้นไม่ได้หยุดอยู่แม้เสี้ยววินาที แต่ตรงเข้าไปยังน่านฝัน หญิงสาวที่เขาเคยรู้จักทุกซอกมุมเมื่อสิบห้าปีก่อน ก่อนที่เธอจะหายไปอย่างไร้ร่องรอย ทิ้งเขาไว้กับความว่างเปล่าโดยไม่เอ่ยคำลา และตอนนี้… เธอกลับมายืนอยู่ตรงหน้าในสภาพที่ทำให้หัวใจเขากระตุก แต่ไม่ใช่เพราะความสงสาร หากเป็นความรู้สึกที่โคตรน่าสมเพช!
"พี่เจ้าสมุทร" พัชชาเอ่ยเสียงอ่อนลงทันที แววตาเป็นประกายเหมือนเด็กสาวที่ได้เจอดาราในฝัน ความทรงจำในวัยเรียนแล่นกลับมาอย่างรวดเร็ว เธอจำได้ชัดว่าผู้ชายคนนี้คือรุ่นพี่แพทย์ปีหกที่หล่อและฮอตที่สุดในมหาวิทยาลัย ตอนเธอเพิ่งเข้าปีหนึ่ง และเขาเป็นที่พูดถึงของผู้หญิงทั้งมหาวิทยาลัย
"เธอเป็นใคร รู้จักฉันหรือไง" น้ำเสียงเรียบเย็นเอ่ยถาม ริมฝีปากแทบไม่ขยับขณะพูด แต่สายตาคมนั้นก็ยังไม่เหลียวมองพัชชาแม้แต่น้อย ดวงตาคมคู่นั้นตรึงอยู่บนใบหน้าของน่านฝันเหมือนตั้งใจอ่านทุกการเปลี่ยนแปลงบนสีหน้าเธอ
"ค่ะ… รู้จักค่ะ" พัชชาพยายามยิ้มตอบ ประคองท่าทีให้ดูมั่นใจแม้หัวใจเต้นแรง
"แต่ฉันไม่รู้จักเธอ" คำพูดสั้นแต่เฉียบคมทิ้งบรรยากาศให้เย็นลงทันที ขณะพูดนั้น สายตาคมของเจ้าสมุทรยังไม่ละไปจากน่านฝัน ริมฝีปากหยักกระตุกยิ้มบางเหมือนคนที่กำลังวางเกมบางอย่างไว้
"พี่เจ้าคะ…" พัชชาเปลี่ยนเสียงให้หวานลง แต่ก็ยังมีความประหม่าแฝงอยู่ในน้ำเสียง มานบที่ยืนอยู่ข้าง ๆ สังเกตได้ทันทีว่าแววตาภรรยาเต็มไปด้วยความหลงใหลที่เคยมีต่อผู้ชายคนนี้ แม้เวลาผ่านมาหลายปีและเธอจะแต่งงานกับเขาเพราะผลประโยชน์ทางธุรกิจ แต่ความรู้สึกเก่า ๆ ก็ยังแทรกขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด
เจ้าสมุทรละสายตาจากน่านฝันเพียงเสี้ยววินาที ก่อนหันไปจ้องมานบตรง ๆ น้ำเสียงกดต่ำและเปี่ยมอำนาจเอ่ยชัด “นี่นาย… นายมันไอ้คนขายของให้โรงพยาบาลฉันนี่ พาเมียนายออกไปซะ แล้วอย่ามาสร้างความวุ่นวายที่นี่อีก”
มานบหน้าเคร่งเครียด รีบคว้ามือภรรยาตัวเองแน่นก่อนจะหันไปเรียกน่านฝัน
“คุณน่านฝัน ไปกันเถอะครับ” น้ำเสียงของเขาฟังดูร้อนรน เห็นชัดว่าไม่อยากให้เกิดปัญหากับหมอใหญ่ที่ถือสัญญาซื้อขายของบริษัทอยู่ในมือ
แต่ทันใดนั้น เสียงห้วนของเจ้าสมุทรก็ตัดบรรยากาศขึ้นทันที
“ยัยเมียน้อย… เธออย่าพึ่งไป”
“ฉันไม่ใช่เมียน้อยใคร!” น่านฝันโต้กลับแทบจะทันที น้ำเสียงเด็ดเดี่ยว แต่แววตาไหววูบ เหมือนถูกกระทบเข้ากลางใจ
เจ้าสมุทรปรายตามองมานบ แววตาคมวาวกดดันอย่างจงใจ “รีบไสหัวออกไป… ถ้ายังชักช้า ฉันจะเลิกซื้ออุปกรณ์การแพทย์กับนายตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป”
เพียงประโยคเดียวก็ทำเอามานบหน้าเสียทันตา เขาไม่กล้าเสี่ยงให้ธุรกิจของตัวเองสะดุด จึงค่อย ๆ ปล่อยแขนภรรยาแล้วถอยออกไปเงียบ ๆ
ไม่รอให้ใครได้ตั้งตัว มือใหญ่ของเจ้าสมุทรคว้าหมับเข้าที่แขนของน่านฝัน พร้อมกระชากแรงพอให้ร่างเธอเซไปข้างหน้า
เสียงฮือฮาเล็ก ๆ ดังขึ้นรอบด้าน แต่เขาไม่แม้แต่จะหันมอง
“ปล่อยฉันนะคุณ! ฉันมีธุระด่วนต้องไปทำ” น่านฝันพยายามสะบัดออกจากการเกาะกุม กล้ามเนื้อทั้งตัวเกร็งแน่นเพื่อใช้แรงต้าน แต่สำหรับชายร่างสูงที่มีกำลังเหนือกว่า เธอแทบไม่ต่างจากคนตัวเล็กที่ดึงเชือกจากกำมือเหล็ก ‘ทำไมต้องมาเจอหมอนี่ด้วยเนี่ย’
คำพูดและท่าทางของเธอสื่อชัดว่าอยากตัดทุกเยื่อใย เหมือนทั้งคู่เป็นเพียงคนแปลกหน้าที่บังเอิญพบกัน แต่เขารู้ดี… ว่าเธอจำทุกเรื่องที่ผ่านมาได้
เจ้าสมุทรลากเธอมาจนถึงประตูห้องพักแพทย์ กดบานประตูให้เปิดออก ก่อนดันเธอเข้าไปโดยไม่สนเสียงประท้วง
ปัง!
บานประตูปิดลงตัดเสียงด้านนอกเหลือเพียงความเงียบอึมครึม
“นี่… อย่าบอกนะว่าเธอจำฉันไม่ได้” เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นชัดเจน แฝงแรงกดดันจนบรรยากาศในห้องเหมือนหนักขึ้น ‘จำได้อยู่แล้วล่ะ ฉันก็เด็ดพอตัวนะตอนนั้น’
“คุณเป็นใครคะ” น่านฝันเชิดหน้าตอบ น้ำเสียงเรียบเหมือนไม่ใส่ใจ แต่ประกายในดวงตากลับขุ่นเคืองราวกับตั้งใจแกล้งลืมเขาสนิท
“ต้องให้รื้อฟื้นความทรงจำให้ไหม” เจ้าสมุทรกดเสียงต่ำกว่าเดิม ก่อนใช้แรงกายบังคับให้อีกฝ่ายถอยจนแผ่นหลังติดผนัง
เขาโน้มตัวเข้ามา มือข้างหนึ่งยันผนังเหนือศีรษะ อีกข้างเลื่อนมาคล้องเอว กระชับแน่นจนเธอแทบขยับไม่ได้
“เธอนี่มันน่าขยะแขยงจริง ๆ ตกต่ำถึงขั้นเร่ขายตัวเป็นเมียน้อยคนอื่นเขาเลยเหรอ” คำพูดหยันแทงลงกลางหัวใจอย่างเลือดเย็น
‘ปากดีจริง ๆ เจ้าสมุทร’ น่านฝันเม้มริมฝีปากแน่น ความโกรธแล่นพล่านไปทั่วร่าง ดวงตากลับมาจ้องเขาด้วยแววท้าทายชัดเจน
“ไม่ได้เร่ขายค่ะ ผู้ชายเขาเสนอตัวมาเอง เป็นเมียน้อยก็คงดีกว่าเป็นเมียคุณ” ถ้อยคำประชดเหมือนราดน้ำมันลงบนกองไฟ เจ้าสมุทรยื่นมือมาคว้าคางเธอไว้แน่น บังคับให้ใบหน้าเงยขึ้นสบตาเขาเต็ม ๆ
