บทที่ 1 คำขอ

มือเรียวสวยกำลังงวนอยู่กับการเคาะแป้นพิมพ์อย่างตั้งอกตั้งใจ ความคิดของเธอกำลังจมดิ่งสู่ห้วงจิตนาการที่เธอกำลังรังสรรเนื้อหาของนวนิยายเรื่องล่าสุดที่พึ่งทำสัญญากับทางสำนักพิมพ์ไปเมื่อเดืนที่แล้ว อีกสามวันคือช่วงสุดท้ายของการส่งนวนิยายต้นฉบับแล้ว เธอจึงเร่งทำงานอย่างหนักเพื่อปิดจบเรื่องนี้ และจะเข้าสู่กระบวนการตรวจเนื้อหา และขั้นตอนอื่น ๆ ที่ทางบรรณธิการจัดการต่อ แก้วเจ้าจอมหรือเจ้าจอม เคาะแป้นพิมพ์เป็นครั้งสุดท้ายเมื่อเธอนั้นเขียนว่าจบบริบูรณ์ 

เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้นมาเสียงดังทำให้แก้วเจ้าจอมเงยหน้าขึ้น เธอตั้งใจจะพักสายตาชั่วครู่ก่อนจะปลีกตัวไปอาบน้ำชำระร่างกาย ให้หายเนื้อเสียหน่อย แต่ตอนนี้เธอกลับต้องรับสายของคนที่โทรมาหาเธอในตอนนี้แทน แก้วเจ้าจอมถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยอ่อน เธอมองเพียงแค่นิดเดียวก่อนที่จะกดรับสายอย่างเสียไม่ได้

“ค่ะ มีอะไรคะ” เธอพูดเสียงเรียบก่อนที่ปลายสายนั้นจะพูดเสียงดังใส่เธอทันทีเมื่อเธอรับสาย

“เจ้าจอมแกเป็นบ้าหรือไงถึงรับช้าแบบนี้ นังเด็กไม่ได้เรื่องเอ้ย!”

เสียงของหญิงวัยกลางคนดังลอดเข้ามาในสาย แก้วเจ้าจอมถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยใจ เสียงตะโกนด่ายังไม่สิ้นสุด จนแก้วเจ้าจอมต้องตัดบทสนทนาที่ยืดเยื้อนี้เสียก่อน

“แม่คะ โทรหาหนูมีเรื่องอะไรหรือเปล่าคะ”

“ฉันก็ต้องมีเรื่องน่ะสิถึงโทรมา พ่อแกป่วยเข้าโรงพยาบาล ป่วยเป้นมะเร็งระยะที่ 2 พึ่งรู้ตัวได้ไม่นานมานี้เอง ค่าใช้จ่ายในการรักษาล้านกว่า แกเอาเงินเก็บของแกมาช่วยครอบครัวหน่อยสิ”

“แม่คะหนูไม่ได้มีเงินถึงขนาดนั้นหรอกนะคะ แม่ก็รู้ว่าหนูพุ่งเรียนจบได้ไม่นาน งานก็ยังหาไม่ได้เลยนะคะ หนูไม่มีเงินเก็บมากมายขนาดนั้นหรอกค่ะแม่”

“แล้วแกจะเรียนอักษรศาสตร์อะไรนั้นทำไม ในเมื่อมันหางานยาก ฉันไม่ต้องการคำพูดอื่นนอกจากว่าแกจะมีเงินให้ฉันมั้ย”

“กูทำงานพิสูจญ์อักษรให้สำนักพิมพ์มีเงินแสนกว่าบาท หนูจะโอนไปให้นะคะ”

“แสนกว่าบาท? แกจะเอามาซื้ออะไรแค่ค่าโรงพยาบาลและยาชุดแรกก็หมดแล้ว แกนี้มันตัวผลาญเงินอย่างเดียวจริง ๆ”

เสียงดูถูกและเย้ยหยันของผู้เป็นแม่ ทำให้แก้วเจ้าจอมรู้สึกน้อยใจแม่ของตัวเองขึ้นมาทันที เธอก็ไม่คิดว่าแม่ของฌะอจะดูถูกเงินแสนว่าบาทที่เธอมีได้ลงคอ แม่ก็ไม่เคยชอบเธออยู่แล้ว ในสายตาของแม่เธอแพ้แก้วกานดาน้องสาวฝาแฝดของเธอทุกครั้งไป 

แก้วเจ้าจอมหรือเจ้าจอม เธอเป็นนักเขียนนิยายที่มีชื่อเสียงโด่งดังพอสมควร มีผลงานออกมามากมายและเคยสร้างเป็นบทซีรี่ย์และภาพยนต์ไปหลายเรื่อง ที่เธอตัดสินใจปกปิดตัวตนไม่ให้ครอบครัวได้รับรู้ถึงตัวตนอีกมุมหนึ่งของเธอเพียงเพราะ ภายใต้การควบคุมของพ่อแม่ และการเปรียบเทียบกับน้องสาวฝาแฝดมาตลอด 23 ปี ทำให้เธอต้องประพฤติตัวเป็นผู้หญิงที่เรียบร้อยและท่าทางที่ดูอ่อนหวานภายใต้สายตาของพ่อแม่ของเธอ เพื่อให้ท่านสบายใจแม้มันจะไม่เคยมีค่าในสายตาของพ่อแม่เธอเลยสักนิด

เธอเลือกที่จะเรียนตามความฝันของเธอเพื่อเอาไปต่อยอดในชีวิตของเธอหรืออาจจะเป็นเพราะความกดดันในครอบครัวที่มีมากเกินไปทำให้เธอสร้างสรรคืผลงานนิยายดังไปหลายเรื่อง เธอเรียนจบคณะอักษรศาสตร์ สาขากลุ่มภาษาและวรรณกรรม และเธอยังไปแอบเรียนออนไลน์เกี่ยวกับการเขียนนิยายซึ่งเป็นคอร์สอบรมสั้น ๆ ที่เธอแอบทำในช่วงที่เธอเรียนคณะอักษรศาสตร์ ช่วงที่เรียนเธอก็หาเงินเรียนเองทำงานพิเศษหลายอย่างจนมีเงินมากพอที่จะเรียนและใช้ชีวิตช่วงที่เรียนสี่ปีของเธอได้ 

ช่วงปี 2 มีบรรณาธิการติดต่อซื้อนิยายของเธอไปตีพิมพ์ สิ่งที่เธอทำมีหน้าที่เดียวคือส่งงานให้กับบรรณธิการไปจัดการต่อพวกปกนิยายและการจัดเรียงต่าง ๆ เป็นทางกองบรรณที่การจัดทำ เธอได้เงินปันผลเกือบสองแสนยอดการตีพิมพ์หลายครั้งจนได้โบนัสของสำนักพิมพ์มาเป้นกอบเป็นกำ เธอปิดบังตัวตนได้อย่างดี จนกระทั่งเธอเรียนจบได้เกียรตินิยมอันดับ 1 แม้ว่าเธอจะเป็นคนที่ฉลาดมากแค่ไหน

แต่ก็ต้องเก็บงำความรู้ของตัวเองเอาไว้ไม่กล้าที่จะบอกใคร เธอถูกเปรียบเทียบกับน้องสาวมาโดยตลอด น้องสาวของเธอเรียนจบคณะแพทย์ แม้ว่าจะไม่ได้เกียรตินิยมเหมือนเธอ แต่ก็ถูกยกย่องจากครอบครัวด้วยความรัก พื้นฐานครอบครัวของเธอเป็นครอบครัวที่ไม่ได้ร่ำรวยอะไรมากมายนักเมื่อก่อนเคยทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ แต่ก็ถูกโกงจนล้มละลาย ตอนนี้ก็กลายเป็นเพียงแค่คนงานก่อสร้างธรรมดาเท่านั้น การจะส่งลูกทั้งสองเรียนนั้นยากมาก เรื่องพวกนี้มันก็เป็นอดีตไปแล้วแก้วเจ้าจอมมองโทรศัพท์ก่อนจะโอนเงินใหแม่ตามที่บอก เธอรุ้หากแม่เธอรู้ว่าเธอมีเงินเยอะมันจะไม่จบแค่แสนกว่าบาทแน่นอน

ตื๊ดดด

“สวัสดีค่ะเจ้าจอมพูดสายค่ะ” เธอกล่าวทักทายปลายสายที่โทรเข้ามา

“พี่นิ่มเองนะ” บก.ของเธอนั้นเอง พี่นิ่มบรรณธิการของเธอโทรมาดึกขนาดนี้น่าจะมีเรื่องเกี่ยวกับนิยายเรื่องใหม่ที่เธอพึ่งเขียนจบเป็นแน่ 

“พี่นิ่มมีเรื่องอะไรด่วนหรอคะ”

“เรื่องนิยายที่น้องจอมเขียนนั้นแหละ น้องจอมเขียนเสร็จหรือยังคะ”

“เสร็จแล้วค่ะพี่ พึ่งเสร็จเลย พอดีที่บ้านเกิดเรื่องนิดหน่อยค่ะ เดี๋ยวหนูส่งให้นะคะพี่นิ่ม”

“ขอบคุณจ้า เรื่องนี้พี่จะลงขายรอบแรก 3,000 เล่มก่อนนะเพราะยอดจองก็มีเกือบครึ่งแล้ว จะได้เอาไปลงบูธนิยายที่เปิดขาย 7 วันติดด้วย เล่มนิยายน่าจะเสร็จประมาณ 15 วันหลังจากนี้จ้า”

“ขอบคุณนะคะพี่ บัญชีเดิมนะคะ”

“ได้จ้า งั้นพักผ่อนเยอะ ๆ นะมีพล็อตนิยายใหม่มาแล้วเดี๋ยวอีก 2-3 วันพี่จะส่งงานให้นะคะ”

“ได้ค่ะพี่ ขอบคุณอีกครั้งนะคะ”

แก้วเจ้าจอมล้มตัวลงนอนและหลับไปในทันทีด้วยความเหนื่อยอ่อน แก้วเจ้าจอมสะดุ้งตื่นมาอีกครั้งก็บ่ายของอีกวันแล้ว ความหิวทำให้เธอรีบทำอาหารกิน แต่น้องสาวของเธอก็โทรมาขัดจังหวะตอนที่เธอทำอาหารอยู่

“มีเรื่องอะไรถึงโทรมา”

“พ่อป่วยขนาดนี้ พี่ไม่คิดจะมาหาพ่อบ้างเลยหรอ พี่นี้มันเห้นแก่ตัวจริง ๆ เลยรู้ตัวบ้างมั้ย”

“ดาอย่าทำตัวรู้ดีไปเลย เมื่อวานฉันโอนเงินไปให้แม่แสนกว่าบาทเพื่อใช้จ่ายในตอนที่เข้าโรงพยาบาล แล้วเธอล่ะช่วยอะไรพ่อแม่บ้าง เธอโทรมาก็ด่าฉันเป็นบ้าหรือไง”

“นี่พี่ด่าฉันหรอ พี่นี้มันไม่ได้เรื่องเลย!”

“ตอนบ่ายจะเข้าไปเยี่ยมพ่อ ส่วนเธอไม่ต้องมาทำตัวเป็นคนดีหรอก อย่าขอแต่เงินพ่อแม่ช่วยพ่อแม่หาเงินบ้าง แค่นี้แหละฉันจะกินข้าวแล้ว

แก้วเจ้าจอมไม่รอให้น้องสาวของตัวเองพูดอะไรอีก เธอรีบวางสายก่อนจะทำอาหารต่อจนเสร็จ ช่วงบ่ายแก้วเจ้าจอมไปโรงพยาบาลเพื่อไปเยี่ยมพ่อ ก่อนที่จะเข้าไปก็เตรียมของไปเยี่ยมไข้พ่อ หากแม่เห็นว่าเธอไม่มีของติดมือไปด้วยก็จะโกรธเธออีก เธอซื้อของเสร็จก็ไปที่ห้องพักของพ่อ พูดคุยกับพ่อนิดหน่อยเตรียมตัวจะกลับบ้านของตัวเอง

“จอม มานี้หน่อยสิ พ่อมีเรื่องจะขอ กลับบ้านไปเอากล่องเหล็กใต้เตียงในห้องพ่อมาให้พ่อหน่อยนะ”

“ทำไมพ่อไม่ให้ดาเอามาให้ล่ะคะ”

“ดาทำงานแม่ของแกก็ไปเป็นแม่ครัวที่โรงเรียน ตอนนี้มีแค่แก”

“ได้ค่ะ เดี๋ยวหนูไปเอาให้นะคะ”

เธอรู้สึกสังหรณ์ใจแปลก ๆ แต่ก็ยอมทำตามที่พ่อบอกแต่โดยดี แก้วเจ้าจอมมาบ้านที่เธอไม่ได้อยูม่ตั้งแต่เข้าเรียนปี 1 เธอไม่กลับบ้านบ่อยหนักเพราะรู้สึกว่าบ้านมันไม่ได้อบอุ่นจนเธออยากจะกลับเลยสักนิด

"อยู่ไหนนะ"

เธอควานหาอยู่นานก็พบว่ามีกล่องเหล็กใบเก่าอยู่จริง ๆ กล่องเหล็กไม่ได้ปิดแน่นขนาดนั้นบ่งบอกว่ามันตั้งใจจะให้เธอเห็นของในนั้น แก้วเจ้าจอมเปิดกล่องเหล็กออกดูก็พบหยกเท่าฝ่ามือ และจดหมายเก่า ๆ เธอเปิดจดหมายอ่านก็พบว่าเป้นจดหมายที่หมั้นหมายกับตระกูลกีรติพัฒน์ 

"ที่พ่อต้องการให้ฉันมาเอากล่องเหล็กก็เพราะเรื่องนี้เองสินะ"

เธอถอนหายใจอย่างผิดหวังแม้เรื่องนี้จะไม่ใช่เรื่องแรกที่โดนทำแบบนี้แต่ก็ต้องยอมรับว่ามันทำให้เธอผิดหวังมากจริง ๆ 

เธออ่านจดหมายพบว่าในอดีตปู่ของเธอและปู่ของตระกูลกีรติพัฒน์ให้กับลูกของพ่อของเธอและเพื่อนพ่อของเธอมาแต่งงานกัน และหากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเกิดความเดือดร้อนหรือต้องการความช่วยเหลือก็ให้นำจดหมายและหยกนี้ไปมอบให้กับอีกฝ่าย พ่อของเธอป่วยใกล้จะตายแล้วและยังมีหนี้อีกหลายสิบล้านที่ต้องจ่ายอีก และเรื่องนี้พ่อของเธอที่รักลูกสาวคนเล็กมากคงตัดสินใจที่จะให้ลูกสาวไปแต่งงานกับครอบครัวฝั่งนั้นแน่ ๆ 

แต่เพราะแก้วกานดาไม่ยอมที่จะแต่งงานจึงได้ให้เธอแบกหน้าไปขอความช่วยเหลือด้วยการแต่งงานและเอาสินสอดมาจ่ายหนี้ทั้งหมด พ่อของเธอก็ลำเอียงเข้าข้างน้องสาวเพราะกลัวว่าครอบครัวของกีรติพัฒน์จะทำร้ายลูกสาวสุดที่รักของตัวเอง จึงให้เธอไปจัดการเรื่องนี้ แก้วเจ้าจอมจึงตัดสินใจที่จะไปทำตามสิ่งที่พ่อขอเป็นครั้งสุดท้ายเมื่อเธอไปถึงบ้านของตระกูลกีรติพัฒน์ เธอก็ได้พบกับคุณท่านธีรพัฒน์ ผู้เคยเป็นเพื่อนพ่อของเธอ

"สวัสดีค่ะพ่อ"

"เจอมั้ยลูก ดูของในนั้นแล้วใช่มั้ย"

"ค่ะพ่อ พ่ออยากให้หนูไปขอเงินจากทางนั้นใช่มั้ยคะ หนูจะทำตามที่พ่อต้องการค่ะ แต่เราต้องมีเขียนสัญญากันนะคะ เงินที่ได้จากทางนั้นหนูจะให้พ่อตามที่พ่อต้องการ"

"ขอบใจลูกมากนะ ขอบใจลูกมากจริง ๆ เด็กดีของพ่อลูกเป็นเด็กดีจริง ๆ"

"ค่ะ แต่ว่าเราจะตัดขาดความสัมพันธ์กันนะคะ หนูจะไม่ช่วยพ่ออีกแล้ว ถือว่าครั้งนี้หนูยอมเพื่อพ่อและครอบครัวของพ่อนะคะ พรุ่งนี้หนูจะเอาสัญญาไปให้และจะไปหาครอบครัวนั้นเพื่อให้เขาช่วยพ่อค่ะ แค่นี้นะคะหนูจะกลับบ้านแล้ว"

แก้วเจ้าจอมกดวางสายเสร็จก็มีหยดน้ำตาไหลออกมาเปื้อนแก้มของเธอ เธออดที่จะเสียใจกับความลำเอียงของพ่อแม่ไม่ไหว ใจของเธอสั่นไปหมดเธอต้องไปแต่งงานกับคนที่ไม่ได้รัก ไม่รู้ว่าเขาจะยอมช่วยเหลือพวกเธอจริง ๆ หรือเปล่าก็ไม่รู้พรุ่งนี้คงต้องลองดูอะไรจะเกิดมันก็ต้องเกิด

บทถัดไป