บทที่ 10 ความรู้สึกก่อตัว
ตอนที่ 10 ความรู้สึกก่อตัว
แก้วเจ้าจอมรอเรือมารับมองภพธรที่ยิ้มอย่างจริงใจขึ้นมา ทำเอาเธอหยุดมองเขานานมาก จนเขาหันกลับมามองเธอ ทำเอาแก้วเจ้าจอมรีบหลบตาของเขาในทันที แก้วเจ้าจอมหลบตาหันไปมองทางอื่นพอดีกับภพธรนั้นเผลอมองเธออย่างพิจารณา ผิวขาวอมชมพู ใบหน้าสวยได้รูป ผมยาวดำขลับ มองมุมไหนแก้วเจ้าจอมก้ยังคงงดงามไม่มีที่ติ
"เรือมาแล้ว"เขาบอกกับแก้วเจ้าจอม จึงทำให้เธอหันไปมองตามที่เขาพูด
แก้วเจ้าจอมมองเห็นเรือแล่นเข้ามาเทียบท่าเรือ เธอเตรียมจะยกกระเป๋าของตัวเองเพื่อไปขึ้นเรือ แต่ภพธรกลับถือกระเป๋าของเธอไปขึ้นเรือแทน แก้วเจ้าจอมเดินตามไปขึ้นเรือ วันนี้แก้วเจ้าจอมอยากจะไปเที่ยวให้เต็มที่
นั่งเรือมาเกาะใช้เวลาไม่นานมาก ก็มาถึงเกาะแล้วแก้วเจ้าจอมเดินตามภพธรไปที่โรงแรมที่ภพธรจองเอาไว้ แก้วเจ้าจอมรู้สึกเวียนหัวเหมือนจะอาเจียนอยู่ตลอดเวลาเธอคาดการณ์เอาเองว่าตนเองนั้นอาจจะเมาเรือก็เป็นได้ เธอจึงรีบเข้าไปในห้องน้ำเพื่อทำธุระของตัวเองทันที โดยที่ไม่ได้สนใจว่าจะมีใครตามมาหรือเปล่า เธอคิดว่าภพธรคงจะรอเธออยู่ด้านนอกเธอจึงรีบวิ่งเข้าไปในห้องน้ำอาเจียนออกมาจนหมดไส้หมดพุง
"อ้วกกก!"
"คุณเป็นอะไรหรือเปล่าคะ เอาทิชชูไหมเดี๋ยวฉันเอาทิชชูให้นะคะ"เสียงผู้หญิงด้านนอกเอ่ยถามเธอที่อยู่ด้านใน เธอจึงรีบตอบรับผู้หญิงคนนั้นให้ทันทีเพราะเธอก็อยากได้อะไรมาเช็ดปากตัวเองเหมือนกัน
"ขอบคุณนะคะตอนนี้ฉันต้องการทิชชู่มากเลยค่ะ"แก้วเจ้าจอมรีบบอกคนข้างนอกในทันที
"ฉันมีแบบเปียกกับแบบแห้งเดี๋ยวฉันจะให้ทั้งสองอย่างนะคะ ฉันสอดไปใต้ประตูนะคะ"
หญิงสาวนิรนามคนนั้นพูดก่อนที่จะสอดทิชชู่ทั้ง 2 แบบเข้ามาใต้ประตูห้องน้ำ แก้วเจ้าจอมจึงเอ่ยขอบคุณและรับทิชชู่ทั้งสองอย่างนั้นมา เมื่อเธออาเจียนเสร็จเรียบร้อย เธอก็ออกมาบ้วนปากอยู่ด้านนอกผู้หญิงคนนั้นทำธุระเสร็จก็ออกมาพอดี เธอจึงกล่าวขอบคุณผู้หญิงที่ช่วยเธอเมื่อครู่นี้
"อาการเป็นยังไงบ้างคะ เวียนหัวหรือเปล่าถ้าเกิดไม่สบายบอกฉันได้นะคะเดี๋ยวฉันจะพาไปห้องพยาบาลที่ใต้โรงแรมค่ะ"
"ไม่เป็นอะไรมากแล้วค่ะขอบคุณมากนะคะทำไม่ได้คนก็คงจะแย่เลย"
"ไม่เป็นไรค่ะคือพอดีคุณผู้ชายที่นั่งเฝ้ากระเป๋าเดินทาง 2 ใบอยู่ด้านนอกนะคะ เขาฝากให้ฉันเอากระดาษทิชชูมาให้คุณ ไม่ต้องขอบคุณฉันขนาดนั้นก็ได้ค่ะ"
"คนข้างนอก อ๋อ สามีของฉันหรือยังคะขอบคุณมากนะคะ"ถึงแม้ว่าภพธรจะเป็นคนไหว้วานให้เธอเอาทิชชูมาให้ตัวของเธอเอง แต่ยังไงถ้าอีกฝ่ายไม่ยอมช่วยมันก็ไม่มาถึงมือเธอหรอกเธอจึงจำเป็นต้องขอบคุณผู้หญิงคนนั้นอีกครั้ง
"ฉันชื่อแก้วเจ้าจอมนะคะคุณชื่ออะไรคะ"
"ปิ่นมณีค่ะ หรือจะเรียกว่าปิ่นก็ได้ พอดีว่าเราอายุ 23 ค่ะคุณแก้วเจ้าจำอายุเท่าไหร่แล้วคะจะได้เรียกถูก"
"23 เหมือนกันค่ะ งั้นเราเรียกกันด้วยชื่อดีกว่านะคะอย่าเรียกคุณเลยมันดูห่างเหิน พอดีฉันมาฮันนีมูนกับสามีค่ะ ว่าจะอยู่สัก 3-4 วันแล้วคุณมาที่นี่..."
"อ๋อฉันมางานแต่งของพี่สาวค่ะ จัดอยู่ตรงชายหาดพอดีค่ะ ใกล้ๆกับโรงแรมยังไงพรุ่งนี้ก็มาร่วมงานได้นะคะบอกว่าเป็นเพื่อนของปิ่นมณีก็พอ"
"เกรงใจแย่เลยค่ะ ถ้ายังไงฉันก็จะแวะไปนะคะ"
"งั้นเราออกไปกันเถอะค่ะสามีของคุณคงจะรอคุณนานแล้ว"
ปิ่นมณีบอกกับแก้วเจ้าจอมก่อนที่เธอจะเดินออกไปโดยเช่นเดียวกัน เมื่อทั้งสองเดินออกมาภพธรก็รีบเอาน้ำเปล่ามาให้เธอแถมยังเอายาดมมาให้เธออีกด้วย เขาเองก็ไม่รู้ว่าจะปฏิบัติกับแก้วเจ้าจอมอย่างไร
เขาเองก็ดูแลคนอื่นไม่เป็นแต่เท่าที่ดูใน google มาก็คงจะมีแค่วิธีนี้แหละ ความจริงก็ต้องกินยาด้วยแต่เขาคิดว่ามันคงไม่เหมาะถ้าจะให้แก้วเจ้าจอมกินยาสุ่มสี่สุ่มห้าโดยที่มองไม่ได้เป็นคนจัดยาอะไรเลย
"คุณรอจะนานไหมคุณจะเข้าห้องน้ำไหมคะเดี๋ยวฉันจะเฝ้ากระเป๋าให้"
"ไม่เป็นไรครับ งั้นเราขึ้นไปบนห้องกันเถอะ ขอบคุณนะครับที่ช่วยเอาทิชชูไปให้ภรรยาผมพอดีเธอเมาเรือผมเองก็ไม่ได้เตรียมทิชชู่มาด้วย ต้องขอโทษนะครับที่รบกวน"
ภพธรหันไปขอบคุณปิ่นมณีอีกครั้ง เจ้าตัวก็ยิ้มออกมาโบกมือให้บอกว่าไม่เป็นไรก่อนที่เธอจะขอตัวไปหาแฟนหนุ่มที่รอเธออยู่อีกฝั่ง แก้วเจ้าจอมกับภพธรจึงได้เข้ามายังโรงแรมที่จองเอาไว้แล้ว เมื่อลากกระเป๋าเข้าห้องพักเธอก็ล้มตัวลงบนเตียงด้วยความเหนื่อยอ่อน
วันนี้เธอเหนื่อยมากจริงๆ อาหารเที่ยงที่เธอกินไปก็อาเจียนออกมาหมดเลย แถมตอนนี้เธอเองก็ไม่มีแรงจะทำอะไรอีกด้วน แก้วเจ้าจอมนอนหลับไปทันที มีเพียงแค่ภดธรที่เอาเสื้อผ้าของเขาและของแล้วเจ้าจอมเอาเข้าตู้เสื้อผ้าอย่างเรียบร้อย แถมยังเอาของใช้ออกมาจากกระเป๋าเตรียมไว้ให้แก้วเจ้าจอมใช้ได้สะดวกขึ้น
แก้วเจ้าจอมนอนหลับไปนานแค่ไหนไม่รู้ แต่เมื่อรู้ตัวก็เย็นมากแล้ว ข้างตัวเองมีภพธรนอนข้าง ๆ แถมภพธรยังอาบน้ำเรียบร้อยแล้วด้วย แก้วเจ้าจอมจึงลุกขึ้นไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเตรียมตัวที่ชวนภพธรออกไปหาอะไรกิน
"นี้คุณตื่นได้แล้ว คุณภพธร"
"อื้อ กี่โมงแล้ว"
"หกโมงเย็นค่ะ ไปล้างหน้าก่อนนะคะ เดี๋ยวเราไปทานอาหารเย็นกัน"
"ครับ รอผมก่อนนะ"
แก้วเจ้าจอมรอภพธรไม่นาน เขาก็เตรียมความพร้อมเรียบร้อยแล้ว แก้วเจ้าจอมเดินนำภพธรมาที่รีเซฟชั่น เพื่อจะเดินไปที่ร้านอาหารที่ทางโรงแรมจัดการให้ ภพธรชอบบรรยากาศของที่นี้มาก ตั้งแต่เล็กจนโตเขาไม่เคยที่จะได้ออกไปเที่ยวเล่นเหมือนคนอื่นเขาเอาแต่นั่งอ่านหนังสือเรียนหนังสืออยู่ในกรอบคำสอนของพ่อแม่ ไม่เคยกล้าที่จะขัดใจใครเลย
ในครั้งนี้เขาได้ออกมาเที่ยวกับแก้วเจ้าจอมนับว่าเป็นครั้งแรกที่เขาได้ปลดปล่อยความรู้สึกของตัวเองได้มากขนาดนี้ เป็นครั้งแรกของชีวิตเขาเลยที่ได้มาเที่ยวทะเล มาเที่ยวโดยที่ไม่ต้องคิดอะไรมากมายใช้ชีวิตอย่างมีความสุขเป็นของตัวเองครั้งแรก โดยที่ไม่ต้องมีใครมาคอยจับตามองไม่ต้องคอยระวังว่าตัวเองจะทำอะไรผิดพลาดไปหรือเปล่า
ภพธรยิ้มด้วยความสุขจริง ๆ อาหารตรงหน้าก็ทำให้เขารู้สึกเจริญอาหารมากขึ้นกินอะไรก็อร่อยไปหมด ถ้าขืนเป็นแบบนี้ก็คงจะอ้วนขึ้นแน่ๆ แต่พอมองแก้วเจ้าจอมที่กำลังกินอาหารอยู่เขาก็รู้สึกมีความสุขแปลกๆไม่รู้สิเขาเห็นแก้วเจ้าจอมกินอะไรเขาก็อยากจะกินตามไปด้วยเสียอย่างนั้น
"คุณกินสิ เดี๋ยวกินเสร็จเราไปเดินดูพระอาทิตย์ตกกัน จะได้ถ่ายรูปไปให้คุณพ่อด้วย"
"เจ้าจอมเธอมีความสุขหรือเปล่า"
"ตอนนี้หรอคะ ก็มีความสุขมากเลยไม่ต้องอยู่ภายใต้สายตาของใครไม่ต้องรู้สึกกดดันอยู่ตลอดเวลา ฉันอยู่แบบนี้โคตรจะมีความสุขเลยค่ะ"
"ผมก็รู้สึกแบบนั้นเหมือนกัน ผมรู้สึกว่าการที่ผมได้มาที่นี่เหมือนได้มาปลดปล่อยตัวเอง งั้น 3 วันนี้เรามาเที่ยวให้เต็มที่กันเถอะ"
"ค่ะ เรามาเที่ยวด้วยกันโดยที่ไม่ต้องคิดถึงอะไร ไม่ต้องคิดถึงข้อตกลงหรือสัญญาอะไร เรามาเที่ยวด้วยกันในฐานะเพื่อนนะคะ"
"ได้"
พวกเขาจับมือกันก่อนที่จะลงมากินข้าวจนเสร็จ ตอนนี้ก็เริ่มเย็นมากแล้วพระอาทิตย์กำลังจะตกดินแกจะเอาจอมยกโทรศัพท์มือถือของตัวเองขึ้นมาถ่ายรูป บรรยากาศแบบนี้โคตรจะมีความสุข เธอเองก็กดดันจากครอบครัวแม้จะออกมาใช้ชีวิตด้วยตัวเอง แต่ก็มีภาระหน้าที่จะต้องทำ ตอนนี้ไม่ต้องมีใครมาคอยหาเรื่องหรือทำร้ายเธออีกไม่ต้องโดนกดดันไม่ใช่ชีวิตแบบนี้สัก 3 วันให้ผ่อนคลายสักหน่อยก็ดี
พวกเขาจับมือกันเดินไปแถวริมชายหาดลงทะเลพัดพาร่างของพวกเขาสองคนทำให้ความรู้สึกที่มีต่อกันมันเพิ่มพูนมากขึ้น แก้วเจ้าจอมรู้แล้วว่าตนเองนั้นหลงรักผู้ชายที่มีเจ้าของหัวใจแล้ว แต่เธอก็ยังคงหวังว่าสักวันเธอจะเลิกชอบเขาได้สักที เธอขอให้ทบทวนตัวเองเวลาที่ภพธรไปหาน้ำริน
เธอก็รู้สึกเสียใจในตอนแรกก็คิดว่าจะพยายามอยู่กับอีกฝ่ายให้ได้มากที่สุด โดยที่ไม่ต้องหวังว่าเขาจะมารักตัวเอง เธอก็ขอแค่ให้เขาได้มีความสุขกับชีวิตที่เขาต้องการก็พอ ตอนนี้เธอขอตักตวงความรู้สึกของตัวเองก่อนตักตวงความสุขใส่ตัวเองสักหน่อยก่อนที่เขาจะกลับไปเป็นของคนอื่น...
พวกเขานั่งมองตะวันตกดินอยู่บนโขดหิน สายตาของพวกเขาจับจ้องไปยังดวงตะวันที่กำลังลาลับขอบฟ้า อากาศเริ่มเย็นลงหัวใจของพวกเขากลับเต้นไม่เป็นจังหวะและร้อนรุ่มไปทั่วกาย ภพธรเลื่อนใบหน้าเข้าใกล้แก้วเจ้าจอมมากขึ้นกดริมฝีปากของตัวเองแนบชิดกับริมฝีปากของเธอ
แม้ว่าจะไม่ได้สอดใส่ลิ้นเข้าไปแบบก็เป็นจุดที่อ่อนโยนและบ่งบอกว่าความรู้สึกของพวกเขาต่างก็พากันเออล้นขึ้นมาจนไม่สามารถที่จะหยุดยั้งความรู้สึกและการกระทำของตัวเองได้ ภพธรจูบเธออยู่นานจนกระทั่งเขาผละออกเหมือนตื่นรู้ความรู้สึกของตัวเอง
"ผมขอโทษนะ บรรยากาศมันพาไปขอโทษที่ล่วงเกินคุณ"เขาเอ่ยขึ้นมาทำให้แก้วเจ้าจอมยิ้มออกมาและบอกปัดเรื่องที่พวกเขาทั้งคู่ต่างก็พากันจบกันเมื่อครู่นี้
"ไม่เป็นไรหรอกเมื่อกี้ก็บรรยากาศพาไปเหมือนกัน คุณไม่ผิดหรอกงั้นเรากลับไปนอนพักได้แล้วพรุ่งนี้เช้าฉันจะพาคุณไปร่วมงานแต่งงานของพี่สาวคุณปิ่นมณี เมื่อวานเธอชวนฉันไปฉันก็เลยจะชวนคุณไปด้วย"
"ได้สิงั้นเราไปเดินเลือกของขวัญให้กับเจ้าบ่าวเจ้าสาวกันดีไหมอย่างน้อยก็มีอะไรติดมือไปด้วย"
"ค่ะ"
พวกเขาจึงไปซื้อของขวัญวันแต่งงานให้กับเจ้าบ่าวเจ้าสาวเลือกกันอยู่นานกว่าจะได้ของที่ถูกใจเมื่อเลือกเสร็จแล้วพวกเขาก็กลับมาพักที่โรงแรมของตัวเอง พรุ่งนี้เขาจะได้ไปร่วมงานแต่งงานของเจ้าบ่าวเจ้าสาวยังดีที่มีชุดสุภาพไปร่วมงานแต่งงานด้วย ไม่อย่างนั้นคงจะต้องหาชุดใหม่ไปร่วมฃานแน่ ๆ
