บทที่ 2 ข้อตกลง

คฤหาสน์หลังใหญ่ตรงหน้าทำให้ใจของคฤหาสน์นั้นยิ่งสั่น เธอกอดกล่องเหล็กใบเล็กเอาไว้แนบอก รปภ.หน้าประตูทางเข้าจ้องมองหน้าของคฤหาสน์อย่างสงบนิ่ง

"คุณลุงสวัสดีค่ะ หนูมาหาคุณท่านธีรพัฒน์ค่ะ"

"ได้นัดไว้มั้ยแม่หนู"

"ไม่ได้นัดค่ะ แต่ว่าหนูมีเรื่องที่จะคุยกับคุณท่านธีรพัฒน์ค่ะ"

"รอสักครู่นะครับ ผมจะโทรติดต่อคุณท่านธีรพัฒน์ให้ครับ แต่ว่าให้บอกว่าใครติดต่อมา"

"ลูกสาวของธนูเพื่อนเก่าคุณท่านธีรพัฒน์ค่ะ"

"ครับ เดี๋ยวผมจะบอกให้นั่งรอก่อนะครับ"

"ขอบคุณค่ะคุณลุง"

แก้วเจ้าจอมรอไม่นานแม่บ้านอาวุโสเดินออกมาพร้อมกับช่วยถือของแต่แก้วเจ้าจอมปฏิเสธอย่างสุภาพ เธอเดินตามแม่บ้านอาวุโสเข้ามาในบ้าน คุณท่านธีรพัฒน์นั่งรอเธออยู่ก่อนแล้ว แก้วเจ้าจอมนำจดหมายของพ่อมามอบให้คุณท่านธีรพัฒน์พร้อมกับหนังสือหมั้นหมายที่ให้ไว้ก่อนหน้านี้ 

"สวัสดีค่ะคุณท่านธีรพัฒน์"

"เธอชื่ออะไรล่ะ แนะนำตัวหน่อยสิ"

"หนูชื่อแก้วเจ้าจอม อายุ 23 ปี พึ่งเรียนจบได้เพียงหนึ่งปีค่ะ และก็รับทำงานของสำนักพิมพ์เป็นฟรีแลนค่ะ"

"เธอคือลูกสาวของธนูกับปานเดือนใช่มั้ย"

"ค่ะ พ่อหนูป่วยเป็นมะเร็งระยะที่ 2 และพ่อติดหนี้นอกระบบเพื่อมาจ่ายหนี้ที่โดนโกงเมื่อหลายปีก่อน ตอนนี้กำลัโดนทวงหนี้ค่ะ และนี้คือจดหมายและหยกหมั้นค่ะ"

แกเวเจ้าจอมมอบหยกหมั้นให้คุณท่านธีรพัฒน์ ชายวัยกลางคนอย่างเขานั้นผ่านโลกผ่านหนาวมาพอสมควร เขามองออกว่าแก้วเจ้าจอมนั้นต้องการขอความช่วยเหลือจริง ๆ 

"ฉันมีลูกชายคนหนึ่ง ชื่อภพธร อะไรมันก็ดีไปหมดยกเว้นก็แต่มันโง่เรื่องความรัก ฉันจะช่วยเธอเรื่องเงินไม่ใช่ปัญหา ฉันขอแค่ 3 ปีช่วยทำให้ลูกชายของฉันนั้นหลุดพ้นจากผู้หญิงคนนั้น"

"ค่ะคุณท่านหนูสัญญาว่าหนูจะทำให้ดีที่สุด ช่วง 3 ปีนี้หนูจะดูแลคุณภพธรให้ดีที่สุดจะไม่ทำให้คุณท่านผิดหวังเด็ดขาดค่ะ" 

คุณท่านธีรพัฒน์ดีใจที่แก้วเจ้าจอมยอมตอบตกลง ท่าทางที่แก้วเจ้าจอมนั้นแสดงออกมาทำให้คุณท่านธีรพัฒน์นั้นนั้นวางใจ คุณท่านธีรพัฒน์จึงได้กำหนดการแต่งงานโดยที่ไม่ได้บอกกับภพธรเลยสักนิด เขาต้องการให้ลูกของเขานั้นหลุดพ้นจากผู้หญิงหน้าเงินคนนั้น แม้จะไม่รู้จักแก้วเจ้าจอมดีแต่ท่าทางที่เธอแสดงออกนั้นยอมรับเลยว่าแก้วเจ้าจอมนั้นเป้นเด็กที่ดี คุณท่านธีรพัฒน์จึงยอมรับเธอด้วยใจจริง

คุณท่านธีรพัฒน์มอบเงินให้เธอไปสามสิบล้านบาท เพื่อใช่หนี้และต่อชีวิตของเพื่อนในวัยเด็กของเขา เขาให้เงินสดเธอเพียงเพราะกลัวว่าเธอจะโดนภาษีและกลัวเธอจะไม่มีเงินพอจะใช้หนี้ จึงมอบเงิดสดให้แทน แก้วเจ้าจอมรับเงินใส่กระเป๋าเป้ของตัวเองแล้วเตรียมตั้งท่าจะกลับบ้านเพื่อเอาเงินไปจ่ายหนี้ให้ครอบครัว ในช่วงค่ำก่อนที่เธอจะกลับเธอถูกรั้งให้อยู่ที่บ้านของคุณท่าน

"เธออยู่กินข้าวก่อนสิ"

"เอ่อ..."

"ฉันจะแนะนำเธอให้กับครอบครัวได้รู้จัก"

"ได้ค่ะ ขอบคุณค่ะ"

คุณหญิงสิรินภรรยาของคุณท่านธีรพัฒน์ปรากฏตัวด้วยชุดราตรีสีแดงเลือดหมูพร้อมเครื่องเพชร Fancy Red Diamond เพื่อที่เตรียมจะไปออกงานเลี้ยงในคืนนี้ คุณหญิงสิรินเห็นหน้าแก้วเจ้าจอมก็อดสงสัยไม่ได้ว่าเธอคือใคร 

"ผู้หญิงคนนี้คือใครคะคุณธีรพัฒน์"

"คู่หมั้นของเจ้าธร ที่หมั้นกันมาตั้งแต่สมัยก่อน คุณพ่อของผมเป็นคนหมั้นหมายเอาไว้เอง ตอนนี้เธออายุ 23 ปีแล้วสมควรที่จะได้แต่งงานกับเจ้าธรแล้ว"

"แต่ลูกชายของเรามีคนรักอยู่แล้ว นี้คุณจะทำร้ายลูกชายของตัวเองได้ลงคอเลยหรอ"

"ผมไม่แต่ง!"

เสียงทุ่มต่ำของชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ที่สวมสูทที่ตัดเย็บด้วยช่างฝีมือระดับโลกปรากฏตัวขึ้นมา ภพธรที่มาพร้อมกับน้ำรินแฟนสาวของเขา เขาไม่ยอมรับกับการแต่งงานที่คลุมถุงชนนี้เลยสักนิด เมื่อภพธรเดินเข้ามาก็ได้ยินสิ่งที่ทำให้เขานั้นไม่พอใจที่ออกมาจากปากของผู้เป็นพ่อแท้ ๆ ของตัวเอง 

"นี้คือมารยาทที่แกมีต่อแขกงั้นหรอเจ้าธร นั่งลงซะ"

ผู้หญิงที่ไม่รู้จักปรากฏตัวขึ้นมาอย่างกระทันหัน แถมยังมาบอกว่าเป็นคู่หมั้นของเขาอีก ภพธรไม่อยากแต่งงานกับคนอื่น เขาคบกับน้ำรินมานานแล้ว และไม่อยากแต่งงานกับคนอื่นยิ่งคนไม่รู้จักเขายิ่งไม่อยากจะยุ่งเกี่ยวด้วย 

"แก้วเจ้าจอมคือคู่หมั้นของภพธร และต้องแต่งงานกันในเดือนหน้านี้"

"อะไรนะ คู่หมั้น? แต่งงานเดือนหน้า? นี้มันเรื่องบ้าอะไรกัน พ่อครับผมไม่อยากแต่งงานกับผู้หญิงหน้าเงินแบบนี้"คำพูดของของภพธรทำให้ทุกคนพูดไม่ออก น้ำรินเองก็ถึงกับสะดุ้งขึ้นมาทันที

"ถ้าแกไม่อยากแต่งก็ต้องแต่ง ตอนนี้เรื่องงานแต่งก็ถูกจัดการแล้ว เลิกกับน้ำรินซะไม่อย่างนั้นแกจะไม่มีอะไรติดตัวไปเลยสักอย่าง!"

"ธรคะ อึก ธรอย่าทะเลาะกับพ่อแม่ของคุณเลยนะคะ รินจะถอยออกมาเองค่ะ"

 คำพูดของน้ำรินนั่นจึงทำให้ภพธรโกรธมาก ภพธรจึงทะเลาะกับพ่อของตัวเองและยังด่าตัวของแก้วเจ้าจอมอีกด้วยทำให้แก้วเจ้าจอมรู้สึกว่าการแต่งงานเพื่อเงินในครั้งนี้ทำให้เธอต้องเดือดร้อนมากจริงๆ 

"นังแพศยาคนนี้ให้อะไรพ่อกิน พ่อถึงช่วยมันขนาดนี้!!"

"แกนี้มันเลว ๆ ปากเสียขนาดนี้แกยังคิดว่าแกเป็นลูกของฉันอีกหรอ"

"แม่ครับช่วยผมด้วย ผมไม่อยากแต่งงานกับคนที่ไม่รู้จัก"

"คุณคะ ได้เวลาแล้วฉันไปก่อนนะคะ" 

มื้ออาหารในค่ำคืนนั้นก็จบลงที่ต่างฝ่ายต่างก็ทะเลาะกัน แก้วเจ้าจอมรู้อนาคตเลยว่าถ้าเธอแต่งงานเข้ามาก็คงจะมีเรื่องไม่เว้นแต่ละวัน หลังมื้ออาหารนี้จบลงแก้วเจ้าจอมเตรียมตัวจะกลับบ้านแล้ว แต่ภพธรนั้นบอกให้เธออยู่รอเขาก่อน ภพธรพาน้ำรินกลับบ้านและรีบกลับมาหาแก้วเจ้าจอมเพื่อคุยเรื่องสำคัญ 

"เรามีเรื่องที่จะต้องคุยกัน"

"ค่ะฉันทราบถึงจุดประสงคืของคุณในเรื่องนี้ค่ะ"

"เธอยกเลิกงานแต่งงานในครั้งนี้ซะ"

"ไม่ได้ค่ะ ตามข้อตกลงของผู้ใหญ่ฉันเป็นคู่หมั้นของคุณจะต้องแต่งงานกับคุณตามคำสัญญาค่ะ"

"เอาเงินแล้วไสหัวออกไปซะ อย่ามาให้ฉันเห็นหน้าอีก!"

"3 ปี"

"อะไรนะ เมื่อกี้เธอว่าอะไรนะ"

"ฉันบอกว่า 3 ปีค่ะ ข้อตกลงคือฉันจะต้องแต่งงานกับคุณ 3 ปี หลังจากครับกำหนดนี้แล้ว ฉันจะหย่ากับคุณค่ะ"

แก้วเจ้าจอมเองก็รู้ดีว่าภพธรต้องการที่จะคุยกับเธอเรื่องการแต่งงาน สุดท้ายก็เป็นอย่างที่เธอคิดคาดการณ์เอาไว้ เมื่อภพธรพูดเกี่ยวกับสัญญาว่าช่วงระยะเวลาที่พวกเขาแต่งงานกัน

"ได้ เธอเขียนข้อตกลงกับฉัน 3 ปี แลกกับเงิน 10 ล้าน ครบ 3ปีเรามาหย่ากัน แต่ว่าในช่วงที่เราแต่งงานกันในนาม พวกเราจะไม่มีอะไรกันและฉันจะยังคบกับรินอยุ่เหมือนเดิม"

"ถ้าคุณอยากให้สถานะแฟนคุณเป็นชู้หรือเมียน้อยก็แล้วแต่คุณค่ะ สัญญาข้อตกลงนี้ฉันเซ็นค่ะ ขอเงินสดนะคะฉันจะได้กลับบ้านสักที"

"ดี งั้นเรามาเซ็นสัญญากัน"

"ฉันขอเพิ่มข้อตกลงนะคะ ข้อ1 เราจะต่างคนต่างอยู่แฟนของคุณห้ามาระรานฉันโดยเด็ดขาด ข้อ 2 คุณต้องให้เกียรติฉันเหมือนที่ให้เกียรติครอบครัวของคุณ และข้อ 3 ฉันมีสิทธิ์ที่จะยกเลิกสัญญาหากคุณละเมิดข้อตกลงของฉันค่ะ"

"ได้ฉันตกลง"

เมื่อแก้วเจ้าจอมและภพธรเซ็นสัญญากันจนเสร็จ เธอก็ได้รับเงิน 10 ล้านบาทจากภพธรทันที เงินในกระเป๋าหนักเพิ่มขึ้น หากเธอไม่กอบโกยเอาเงินในตอนนี้ ภายภาคหน้าเธอก็ไม่ได้อะไรแล้ว ก่อนหน้านี้เธอได้เซ็นสัญญากับคุณท่านได้เงินมา 30 ล้านเพื่อเอาไปใช้หนี้ ส่วนเงิน 10 ล้านนี้เธอจะเก็บเอาไว้เป็นทุนของเธอในอนาคต 

แก้วเจ้าจอมไปหาเจ้าของเงินกู้นอกระบบที่พ่อของเธอติดพวกนั้นเอาไว้ เป็นเงิน 10 ล้านบาท เธอเอาเงิน 10 ล้านบาทพร้อมดอกเบี้ยที่ค้างเอาไว้ เธอจ่ายและรับหนังสือสัญญามาเก็บเอาไว้

"ขอบคุณค่ะ"

"เธอนี้นะทำเพื่อพวกมันมาตลอด หาเงินมาใช้หนี้แทนทุกครั้งแต่พวกนั้นก็ไม่เคยคิดจะปล่อยให้เธอมีความสุขเลย เอาล่ะต่อไปหากพ่อของเธออยากจะมากู้อีก ฉันจะไม่ให้กู้อีกแล้ว ฉันเองก็สงสารเธอมากพอสมควร ต่อไปใช้ชีวิตให้ดีด้วยล่ะเจ้าจอม"

"ค่ะคุณนพ ขอบคุณที่เมตตามาตลอดหลายปีนะคะ"

"อืม ไปเถอะ"

แก้วเจ้าจอมยกมือไหว้เสี่ยนพก่อนจะไปโรงพยาบาล เสียงโวยวายของแก้วกานดาดังไปทั่วห้องพักผู้ป่วย เธอจึงเปิดประตูเข้าไปเธอก็มอบเงินสิบล้านแปดแสนกว่าบาทให้กับผู้เป็นพ่อไปใช้ในชีวิตประจำวัน และค่ารักษาจนพ่อหายดีได้อย่างแน่นอน 

"ต้นเดือนหน้าหนูจะแต่งงานแล้ว ถ้าพ่อจะไปร่วมงานก็มาได้นะคะ หนูขอตัวก่อนนะคะ"

"จอมกินข้าวกับพ่อก่อนสิ"

"ไม่เป็นไรค่ะ ขอตัวก่อนนะคะ"

ธนูเห็นท่าทางของลูกสาวที่เขาไม่ได้รักมากเท่ากับลูกคนเล็ก แต่เขาก็รู้สึกสะเทือนใจที่เห็นลูกตัวเองมีท่าทีที่เมินเฉยมากขนาดนี้ ธนูมองลูกสักพักก่อนจะมองเงินในมือแล้วก้นึกในใจว่าเขานั้นจะเอาเงินที่เหลือนี้ไปทำธุรกิจใหม่ ก่อนที่แก้วเจ้าจอมจะไปเธอพูดกับพ่อเป็นครั้งสุดท้าย

"ต่อไปพ่อแม่รักษาตัวเองให้ดีอย่าสร้างหนี้อีกนะคะ หนูจะไม่ช่วยอีกแล้วค่ะ ลาก่อนนะคะ"

"แกจะทิ้งพวกฉันจริง ๆ งั้นหรอ แกนี้มันลูกอกตัญูจริง ๆ เลยนังเด็กเวร!"

"อกตัญูงั้นหรอคะ เงินที่แม่ใช้มาตลอดหลายปีเป็นเงินที่หนูทำงานส่งมาให้ เงินที่น้องต้องใช้ทุกวันเป็นเงินหนูค่ะ ตอนนี้เงินสิบกว่าล้านนี้ หนูก็ขายตัวไปเป็นเมียเศรษฐีเอาเงินมาจ่ายหนีและให้เงินพ่อรวมแล้วสามสิบล้านบาท หนูไม่ได้เงินจากพ่อเลยสักนิด ต่อไปก็ต่างคนต่างอยู่นะคะหนูขอตัว"

"แกมันนังเด็กร้ายกาจ!!!!"

"พอแล้ว ยังอายเด็กมันไม่พออีกหรอ ต่อไปพวกเรากับเจ้าจอมต่างคนต่างอยู่ไม่ต้องไปยุ่งอะไรกับเจ้าจอมอีก"

"แต่ว่า..."

"ไม่ต้องเถียง ส่วนแกจะไปก็ไป ต่อไปฉันจะไม่ไปรบกวนแกอีก"

"ค่ะ ลาก่อน"

แก้วเจ้าจอมยอมรับเลยว่าเจ็บปวด แต่จะให้เธอต้องตกเป็นทาสรับใช้ครอบครัวแบบนี้อีก เธอก็ไม่เอาอีกแล้ว เธอทำมามากพ่อแล้วต่อไปเธอจะอยู่ด้วยตัวเอง จะไม่ยอมให้ใครมาเอาเปรียบอีกแล้ว

บทก่อนหน้า
บทถัดไป