บทที่ 7 งานเลี้ยง
ตอนที่ 7 งานเลี้ยง
ภพธรมาหาน้ำรินที่บ้าน เขาพยายามที่จะมาหาน้ำรินเพื่อที่จะให้เธอสบายใจ เขารู้ว่าสิ่งที่เขาทำในวันนี้ทำให้น้ำดินกลายเป็นผู้หญิงที่ดูแย่ในสายตาของคนอื่น เขาเองก็ไม่อยากที่จะเสียน้ำรินไป เขาจึงจำเป็นที่จะต้องทำแบบนี้ภพธรเดินเข้าไปในคอนโดที่เขาเคยซื้อให้น้ำรินซึ่งปัจจุบันก็เป็นชื่อของเธออย่างน้อยเธอก็ยังมีหลักประกันว่าเธอจะมีเงินใช้และมีบ้านให้อยู่อย่างสุขสบาย ภพธรเดินออกมาจากลิฟท์ก็ชนเข้ากับเสี่ยคนหนึ่ง ร่างกายที่ชื้นเหงื่อกลิ่นคาวคลุ้งของบางสิ่งบางอย่างที่ทำให้เขาอธิบายไม่ถูกสายตาของเสี่ยคนนั้นมองมาที่ภพธรราวกลับได้ใจอะไรบางอย่าง แต่นั่นก็เป็นเพียงแค่เสี้ยววินาทีเดียวเท่านั้น
ภพธรเดินเข้าไปที่หน้าห้องของน้ำรินเมื่อน้ำรินที่นุ่งเพียงแค่ผ้าขนหนูพันรอบกายของตัวเองเดินออกมาจากห้องน้ำ เธอสะดุ้งตกใจสุดขีดหน้าของเธอซีดไปหมดไม่รู้ว่าภพธรเห็นหรือเปล่าว่าวันนี้เสี่ยชัยมาหาเธอ
"มานานแล้วหรอคะ รินพึ่งอาบน้ำเสร็จเลย"
"งั้นผมรอที่ห้องนั่งเล่นนะ รินแต่งตัวเถอะ"
"ธรมีเรื่องอะไรหรือเปล่าคะ"
"ผมแค่อยากมาหารินเท่านั้น รินแต่งตัวเสร็จเราไปกินข้าวกัน"
"วันนี้รินเหนื่อยมากเลย รินพึ่งกลับจากไปหางานทำ แต่ก็ได้แค่เข้าสัมภาษณ์ไม่รู้ว่าจะผ่านหรือเปล่า ต่อไปธรก็ไม่ต้องมาหารินแล้วนะ เดี๋ยวเมียของธรจะโกรธเอาได้"
"คนที่จะเป็นเมียของเราก็คือรินนะ รอให้ครบ 3 ปีเราก็จะหย่ากับแก้วเจ้าจอมเราสองคนก็จะได้อยู่ด้วยกันนะ"
"ธรจะทำแบบนี้จริง ๆ หรอ จะหย่ากับเขาจริงๆใช่ไหมรินรอได้ต่อให้รินต้องกลายเป็นเมียน้อยก็ตาม รินยอมธรทุกอย่าง รินรักธรนะ"
"เราก็รักรินมาก แต่ช่วงระยะ 3 ปีนี้เราก็ไม่อยากที่จะมีอะไรกับรินเพราะเราก็ให้เกียรติแก้วเจ้าจอมเหมือนกัน เธอเองก็ไม่ได้ทำอะไรผิด แต่งงานเพราะความจำเป็น รินเข้าใจเรานะ"
"ได้สิ ถ้าธรต้องการแบบนั้น เราเป็นแค่เพื่อนกันก็ได้ แต่หลังจากที่หย่ากันกับแก้วเจ้าจอมแล้วธรก็จะต้องมาแต่งงานกับรินนะ"
"เราสัญญา เป็นไปแต่งตัวเถอะพวกเราจะได้ออกไปกินข้าวด้วยกันรินอยากจะได้อะไรไหมเราจะพาไปซื้อ"
"แล้วแต่ธรเลย"
น้ำรินพยายามเป็นคนที่ว่าง่ายที่สุดแค่ไม่มีอะไรกันก็ไม่เห็นจะเป็นอะไรเลื่อนสถานะเป็นแค่เพื่อนก็ยังดีกว่าต้องเลิกกันจริงๆ อย่างไรเธอก็มีเสี่ยชัยมาคอยเลี้ยงดูอีกแรง แถมเสี่ยชัยยังเอาเก่งกว่าภพธรอีก เธอไม่ลำบากเลยสักนิดเดียว ภพธรพาเธอมากินข้าวและซื้อของหลายอย่างก่อนที่ภพธรจะกลับไปทำงานที่ต่างจังหวัดตามที่เคยบอกกับแก้วเจ้าจอมจริง ๆ
คุณท่านธีรพัฒน์ได้รับข้อมูลภาพถ่ายและคลิปวีดีโอที่ภพธรไปเที่ยวและไปหาน้ำรินอยู่หลายครั้ง แต่เพียงแค่ไม่นานที่อีกฝ่ายขึ้นไป บ่งบอกว่านอกจากไปหาแต่ก็ไม่ได้ทำอะไรกันนอกเหนือจากนั้น คุณท่านธีรพัฒน์วาง iPad ราคาแพงลงบนโต๊ะมือของเขาเคาะที่หน้าจออยู่ 2-3 ครั้งหลังจากที่หน้าจอมันดับไปแล้วเขาถอนหายใจเมื่อรูปภาพอีกชุดนึงที่ถูกส่งมาเป็นรูปของน้ำรินกับเสี่ยชัย ลักลอบมีความสัมพันธ์กันลับหลังลูกชายของเขา และยังสวมเขาให้ลูกชายตัวเองอีก มันใหญ่ยิ่งกว่าเขาควายซะอีก แค่คิดเขาก็รู้สึกปวดหัวที่ลูกของเขาเกิดมาโง่จริงๆไม่รู้ว่าได้อสุจิตัวไหนที่เขาไปปฏิสนธิในรังไข่ของแม่เจ้าตัวถึงได้คลอดลูกออกมาโง่ขนาดนี้ ของดีมีกับตัวไม่ชอบ ชอบไปกินของข้างทางและไร้ค่าแบบนั้น
คนท่านธีรพัฒน์เก็บข้อมูลของน้ำเป็นมาตั้งแต่คบกันกับลูกชาย แม้ว่าจะเอาหลักฐานไปยืนยันแต่ลูกชายของเขาก็ยังโง่เชื่อผู้หญิงคนนี้อยู่ได้ ไม่รู้ว่าไปถูกมนต์เสน่ห์ของผู้หญิงคนนี้อีท่าไหนก็ไม่รู้ ถึงได้หลงใหลจนหัวปักหัวปำไม่ยอมฟังคำเตือนของใครเลยแบบนี้
"ไปตามแก้วเจ้าจอมให้ฉันหน่อย"
"ได้ครับคุณท่าน"
เลขาคุณสนิทของคุณท่านธีรพัฒน์มาหาแก้วเจ้าจอมที่เรือนหลังเล็กด้านหลังเมื่อมาถึงแก้วเจ้าจอมที่เพิ่งตื่นนอนจากกลางวันเพราะรู้สึกว่าตนเองอ่อนเพลียมากในช่วงระยะหลังมานี้ คุณท่านเรียกหาเธอก็ทำให้แก้วจอจอมรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ดูสุภาพที่สุดไปหาคุณท่านที่เรือนใหญ่ ใช้เวลาเพียงแค่ 10 นาทีเธอก็มาถึงที่ห้องทำงานของคุณท่านเรียบร้อยแล้ว ท่าทางที่ดูเป็นมิตรและเรียบร้อยของเธอทำให้คุณท่านถึงกับปลื้มใจที่มีลูกสะใภ้ที่ดีแบบนี้
"คืนนี้เธอจะต้องไปงานเลี้ยงในเครือบริษัท ในฐานะภรรยาของรองประธานบริษัท อย่างไรเธอก็อำนาจหน้าที่โดยการเป็นภรรยาของรองประธาน เธอมีงานประจำที่ทำอยู่หรือเปล่า ถ้าเธออยากจะทำงานไปทำงานที่บริษัทของลูกชายฉันได้นะ"
"หนูรับงานเขียนนิยายค่ะคงไม่สะดวกที่จะต้องออกไปทำงานประจำ ยังไงหนูก็มีเงินตรงนี้คอยช่วยเหลือตัวเองอยู่ตลอด ขออยู่บ้านทำงานที่บ้านดีกว่าค่ะ"
"ยังไงคืนนี้เธอก็ต้องไปร่วมงานเลี้ยงของบริษัทให้ได้ ภพธรจะกลับมาในช่วงเย็นวันนี้งานเลี้ยงจะเริ่มสองทุ่ม วันนี้ช่วงบ่ายเธอก็ไปเลือกชุดที่ร้านในเครือของตระกูลของเราเถอะนะ จะได้มีชุดเครื่องประดับใส่จะได้ไม่อายเขา"
"ค่ะคุณท่าน"
"เธอเป็นลูกสะใภ้เรียกฉันว่าคุณพ่อสิ อย่างไรเธอก็เป็นลูกสะใภ้ของฉันจะเรียกว่าคุณท่านก็ไม่ได้เรียกคุณพ่อและเรียกคุณแม่ อย่าได้เรียกฉันว่าคุณท่านอีกนะ"
"ค่ะคุณพ่อ"
แก้วเจ้าจอมวันนี้จึงได้รับหน้าที่ไปเลือกชุดราตรีและเครื่องประดับที่ร้านของตระกูล เธอมาพร้อมกับรุ้งเพื่อที่จะได้ไปงานเลี้ยงด้วยกันในฐานะของผู้ติดตามของเธอซึ่งลุงก็เรียนรู้มารยาทนี้มาตั้งแต่แรกอยู่แล้วจึงไม่ได้แปลกใจอะไรที่เธอจะได้เป็นคนพาแก้วเจ้าจอมไปงานเลี้ยงในค่ำคืนนี้แกจองเริ่มชุดอยู่นานก็เลือกชุดได้สักที
ช่างทำผมของร้านมองรูปร่างหน้าตาของแก้วเจ้าจอมอยู่นานก็เลือกทรงผมที่ดูเข้ากับเธอมากที่สุด ทรง Half-Up Half-Down with Soft Waves เพื่อเพิ่มความหวานและละมุนของกรอบหน้าสวยหวานของเธอ ซึ่งให้ลุคที่ดูหรูหรา อ่อนหวาน มากที่สุด แก้วเจ้าจอมทำผมเสร็จแต่งหน้าเสร็จเรียบร้อยก็สวมใส่ชุดราตรีสีน้ำเงินเข้มทำให้สีผิวของเธอดูขาวสว่างสดใสและก็ไม่ได้แย่งซีนคนอื่นมากมายนัก เครื่องประดับก็เป็นพลอยไพลินทั้งชุดไม่ว่าจะแวนสร้อยข้อมือสร้อยคอต่างหูและเครื่องประดับผมก็เป็นพลอยไพลินราคาแพงยกชุด เข้ากับแก้วเจ้าจอมอยากแปลกประหลาด
งานเลี้ยงเริ่มขึ้นตอนสองทุ่ม พรเดินทางมามึงก็ตอนทุ่มกว่าแล้ว ยินดีที่ว่าเขาแวะอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแต่งตัวเรียบร้อยแล้วเป็นผู้ชายก็ไม่ได้แต่งตัวอะไรมากมายนัก แค่แต่งตัวให้เกียรติสถานที่ก็พอ เมื่อเขามาถึงก็เห็นว่าแก้วเจ้าจอมแต่งตัวสวยกว่าปกติ มันจึงทำให้เขาเผลอมองไปชั่วขณะหนึ่ง ก่อนที่จะดึงสติของตัวเองกลับมาปรับสีหน้าท่าทางให้ดูเป็นเหมือนปกติที่อยู่ด้วยกัน
"วันนี้เธอสวยนะ"เขาพูดออกมาด้วยท่าทางที่เรียบเฉยทำให้แก้วเจ้าจอมจึงรู้ว่าสิ่งที่ภพธรพูดขึ้นมานั้นเป็นแค่คำชมตาทหน้าที่เท่านั้น
"ขอบคุณค่ะที่ชม"
"ทานอะไรหรือยัง ตกลงมีอาหารเธอไปเลือกทานได้ตามใจกว่างานจะเริ่มก็อีกนาน"
"คุณทานอะไรมาหรือยังเดี๋ยวจอมจะไปตักอาหารมาเผื่อคุณด้วย"
"ผมกินมาระหว่างทางแล้วขอบคุณมาก ผมจะไปคุยกับคนอื่นก่อนคุณหิวก็ไปกินอาหารว่างตรงนั้นเลยนะ"
"ค่ะ"
แก้วเจ้าจอมเดินไปที่ชั้นวางอาหารคำเล็กคำน้อยทำให้เธอรู้สึกว่าคนรวยพวกนี้กินคำเล็กกันจัง อิ่มได้ยังไงก็ไม่รู้ เธอเลิกกินอาหารอยู่หลายครั้งเดินดูนั่นนี่ไปตามประสาคนที่ไม่ค่อยมางานแบบนี้ อยู่ๆ ก็มีกลุ่มของผู้หญิงกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามาดักหน้าของเธอแถมยังสาดวายแดงราคาแพงเกินชุดของเธออีก ในการกระทำนั้นอยู่ในสายตาของคุณหญิงสิรินทั้งหมด ตอนแรกเธอกะว่าจะไม่ช่วยลูกสะใภ้คนนี้ แต่ถ้าเธอไม่ช่วยลูกสะใภ้คนนี้ของเธอก็เหมือนกับว่าพวกนั้นมาตบหน้าเธอถึงถิ่นของเธอเอง
"อุ้ยขอโทษนะไม่ได้ตั้งใจอ่ะ พอดีว่าเหม็นกลิ่นคนจนก็เลยเเอาไวน์แดงราคาแพงสาดเพื่อกลบกลิ่นคนจนเท่านั้นเอง"
หนึ่งในกลุ่มผู้หญิงคนนั้นพูดขึ้นทำให้แก้วเจ้าจอมมองหน้าของอีกฝ่ายดีที่ว่ามันไม่ได้เลอะหน้าเธอเพียงแค่ไวน์แดงนี้ดันมาเปื้อนตรงหน้าอกของเธอพอดิบพอดี พลอยไพลินราคาแพงถูกไวน์แดงสาดจนเปื้อนไปหมดแล้ว
"ขอโทษด้วยนะที่ตระกูลของฉันกลายเป็นคนจนจนทำให้เธอเหม็นสาบแบบนี้"คุณหญิงสุรินทร์ปรากฏตัวขึ้นด้านหลังของลูกสะใภ้
สายตาของเธอจับจ้องไปยังคนที่พูดออกมาก่อนหน้านี้ดูถูกลูกสะใภ้ของเธอก็เหมือนกับดูถูกเธอพูดเป็นแม่สามี และยังดูถูกตระกูลของเธออีกด้วยครั้งนี้ทำเอาเธอถึงกับหน้าสั่นขึ้นมาทันทีทันใด
"คุณหญิงสิรินไม่ใช่อย่างนั้นนะคะ"
"ไม่ใช่อย่างนั้นงั้นหรอไม่รู้เลยนะว่าตระกูลของเธอยิ่งใหญ่มาจากไหนถึงได้ดูถูกตระกูลของฉันและเหยียดหยามตระกูลของสามีของฉัน เธอคนนี้เป็นลูกสะใภ้ของฉัน และเป็นลูกสะใภ้ที่คุณท่านเลือกมากับมือส่วนหล่อนแม้แต่สายตาคุณท่านที่จะชำเรืองมองก็ไม่มองมาทึ่เธอ กิริยาแบบนี้พ่อแม่ของเธอเอาเธอมาออกมางานเลี้ยงใหญ่ระดับนี้ได้ยังไงกัน"
"คุณหญิงสิรินพูดหนักเกินไปแล้วนะคะ"
"หรือฉันพูดไม่จริง โรงแรมนี้ก็เป็นของฉันลูกสะใภ้ของฉันจะกินอะไรต้องขออนุญาตเธอด้วยหรือสร้อยพลอยไพลินนี้ราคา 80 ล้านบาทเธอทำมันสกปรกเธอต้องใจค่าเครื่องประดับนี้มา ส่วนชุดที่เธอทำไว้หกใส่ด้วยความตั้งใจราคาก้อน 10 ล้านไปแล้วทั้งเนื้อทั้งตัวของลูกสะใภ้ฉันมูลค่า 100 ล้านบาทพ่อแม่เธอจะมีปัญญาจ่ายคืนหรือเปล่าล่ะ!"
"เอ่อ คือ หนูขอโทษค่ะ"
"ฉันก็ไม่ได้อยากรังแกเด็กหรอกนะแต่ของบนตัวลูกสะใภ้ของฉันมีมูลค่า 100 ล้านบาทไม่มีปัญญาจ่ายยาเข้ามาในงานนี้ และอย่ามาทำให้ไวน์แดงราคาแค่ไม่กี่หมื่นเปื้อนชุด และเปื้อนตัวของลูกสะใภ้ฉันเด็ดขาด จ่ายค่าชุดและเครื่องประดับมาด้วยอย่าคิดจะหนีเด็ดขาด"
สิ้นเสียงของคุณหญิงสิรินทำให้ผู้คนในงานเลี้ยงถึงกับพูดไม่ออก ภพธรกลับมาก็เห็นว่าแก้วเจ้าจอมตัวเปื้อนไปด้วยไวน์แดงราคาแพง เขาจึงพาแก้วเจ้าจอมกลับบ้านโดยที่แก้วเจ้าจนไม่ได้แสดงสีหน้าท่าทางโกรธอะไรเลยแม้แต่น้อยเขาจึงหันไปถามแก้วเจ้าจอมถึงเรื่องที่เกิดขึ้น
"เธอไม่โกรธหรอที่ผู้หญิงคนนั้นเอาไวน์มาสาดใส่เธอแบบนั้น"
"ก็สาดมาแล้วนี่คะจะให้โกรธอะไรได้ทันอีกอย่างคุณแม่ก็ด่าไปแล้ว คุณจะให้ฉันด่าเพิ่มอีกก็ดูจะน่าสงสารเกินไปนะคะ"
"ผู้หญิงคนนั้นเคยอยากจะมาเป็นคู่หมั้นของฉันแต่คุณพ่อบอกว่าตระกูลของเธอไม่ค่อยดีนัก จึงไม่อยากให้ฉันต้องแต่งงานกับคนที่หวังผลประโยชน์จากฉันแต่เธอที่เป็นลูกของใครก็ไม่รู้ไม่ได้มีชื่อเสียงอะไรเลย"
"เธอกลับได้มาแต่งงานกับฉันคนพวกนั้นอิจฉาก็เป็นเรื่องปกติผู้หญิงจะเข้ามาหาฉันไม่ได้ต้องการความรักจากฉันหรอกเพราะพวกเธอต้องการเงินจากฉันมากกว่า"
"คุณก็รู้นี่ว่ามีผู้หญิงหลายคนที่อยากจะเข้าหาคุณเพื่อเงินและอำนาจ"
"รู้สิฉันถึงรักน้ำรินมากไงเพราะเธอเป็นคนเดียวที่ไม่ได้หวัง"
"คนนี้มองโลกในแง่ดีจริงๆ เลยนะ แล้วพูดได้ยังไงว่าเธอไม่หวังคนที่หวังสิ่งตอบแทนน่ะเขาก็คงจะไม่บอกหรอกว่าเขาหวังอะไร แค่คุณไม่อยากจะยอมรับเท่านั้นเอง"
"เธออย่ามาใส่ร้ายผู้หญิงของฉันนะ"
"ฉันไม่ทะเลาะกับคุณหรอกถ้าเราไปก็เปล่าประโยชน์ฉันขี้เกียจทะเลาะกับคนที่โง่เรื่องความรักค่ะ"
"นี้เธอ!"
"กรุณาอย่าขึ้นเสียงกับฉันนะคะเอาเป็นว่าเรื่องของคุณฉันจะไม่ยุ่งค่ะ"
ทั้งสองนั่งรถมาตลอดทางไม่ยอมพูดกันอีกเลยสักคำเดียว เธอขี้เกียจที่จะเถียงกับภพธรเพราะว่าอีกฝ่ายย่อมหาเหตุผลมารองรับนิสัยของแฟนตัวเองได้ เพราะในตรรกะความคิดของเขา น้ำรินเป็นผู้หญิงที่ดีเธอเองก็ไม่ได้รู้จักกับน้ำรินมากมายนัก แต่คำพูดของเธอเป็นคำพูดตรงกลางมากที่สุด ไม่ใช่ว่าผู้หญิงไม่ได้หวังอะไร แต่แค่ภพธรนั้นไม่รู้เท่านั้นเอง
